ร่างกฎหมาย AI ไทยฉบับแรกมาแล้ว! เน้นใช้งานอย่างรับผิดชอบ-ไม่ละเมิดสิทธิ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ “(ร่าง) หลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์” ฉบับแรกของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกรอบกฎหมายที่ชัดเจน โปร่งใส และรับมือกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ AI ที่มี “ความเสี่ยงสูง” เช่น การละเมิดสิทธิ ความปลอดภัย และเสรีภาพของประชาชน

เจาะลึก AI Governance สหภาพยุโรปและไทย เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือไปจนถึงระบบขนส่ง การทำความเข้าใจและกำกับดูแล AI อย่างเหมาะสมจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป รัฐบาลในหลายประเทศเริ่มตื่นตัวเกี่ยวกับ “ธรรมาภิบาล AI” หรือ AI governance ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของความโปร่งใส ความยุติธรรม หรือแม้แต่ความปลอดภัยในอนาคต ที่น่าสนใจคือ ในขณะที่สหภาพยุโรปได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการออกกฎหมาย EU AI Act ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2567 (แต่มีการบังคับใช้แบบค่อยเป็นค่อยไป มีขั้นมีตอน จะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบช่วงกลางปี 2569) ประเทศไทยเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้มีการร่างคู่มือแนวทางการกำกับดูแล Generative AI ออกมาเช่นกันเมื่อช่วงปลายปี 2567 แล้วสองแนวทางนี้มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร? มาร่วมกันเจาะลึกถึงประเด็นเหล่านี้และเตรียมพร้อมรับมือกับยุคสมัยที่ AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกของเราอย่างลึกซึ้งกันครับ จากการเปรียบเทียบพระราชบัญญัติ AI ของสหภาพยุโรป (EU AI Act) และคู่มือแนวทางการกำกับดูแล Generative AI สำหรับองค์กรของไทย (Thai AI Guideline) มีประเด็นสำคัญดังนี้ ครับ ขอบเขตและสถานะทางกฎหมาย คู่มือแนวทางการกำกับดูแล Generative…

‘การ์ทเนอร์’ คาดอีก 2 ปี 40% ของข้อมูล AI รั่วไหลจะมาจาก ‘GenAI’

ปัจจุบัน ความนิยมใช้งาน GenAI ในหมู่ผู้ใช้งานทั่วไปเติบโตเร็วเกินกว่าแนวทางการพัฒนาด้านการกำกับดูแลข้อมูลและมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งสร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในประเทศ (Data Localization) เนื่องจากต้องใช้พลังการประมวลผลแบบรวมศูนย์ (Centralized Computing) สำหรับรองรับเทคโนโลยีเหล่านี้

AI Governance ก้าวแรกที่อย่ามองข้ามสำหรับทุกองค์กร

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากความก้าวหน้าของ AI ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อการปรับกลยุทธ์หรือแผนงาน แต่อาจส่งผลถึงการปรับโครงสร้างทั้งระดับองค์กรและระดับประเทศเพื่อให้สามารถรับมือได้ทัน การทดสอบและออกแบบกรอบการ Governance ที่ดี ต้องสามารถ “จำกัดความเสียหาย แต่ไม่จำกัดโอกาส” ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

3 มุมมองความท้าทาย ’เอไอ‘ บนจุดตัดด้านจริยธรรม และธรรมาภิบาล

  การบังคับใช้กฎหมายด้านเอไอเพื่อให้มีจริยธรรม และธรรมาภิบาลเป็นความท้าทายใหม่ที่เข้ามาในทุกอุตสาหกรรม และการกำกับดูแลของภาครัฐว่าจะมีทิศทางอย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาให้รอบด้านทุกมิติ   ภายในงานเสวนา: AI Ethic: Trust & Transparency จัดโดย “กรุงเทพธุรกิจ”   พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช.กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากของการใช้เอไอคือ สังคมมีความเป็นห่วงมากเกินไป ว่าเป็นดาบสองคม แต่ไม่รู้จักว่าจะใช้งานทางบวกอย่างไร และระวังเรื่องทางลบอย่างไร ด้านบวกหากไม่ใช่ ก็เปรียบเสมือนดาบทื่อ กลายเป็นไม่นำมาใช้ประโยชน์ใดๆ เลย   ส่วนเรื่องการออกกฎหมายนั้น เชื่อว่า เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และ เป็นเรื่องของการบังคับใช้มาสเตอร์แพลน ที่ย่อมต้องตามมากับพัฒนาการ การใช้เอไอนั่นคือ การใช้งานอย่างมีจริยธรรม และมีกฎหมาย ต้องให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ควบคู่กับการพัฒนาคนให้ใช้งานอย่างมีจริยธรรม ต่อไปเมื่อมีการนำเอไอมาใช้ จะเชื่อได้อย่างไร ถ้าเอไอตอบคำถามผิด จะรู้หรือมีกลไกในการตรวจสอบอย่างไร เพราะการตรวจเอไอไม่ได้ง่ายเหมือนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่สามารถทดสอบออกมาได้ว่าโปรแกรมนี้ถูกหรือไม่   “เอไอขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ข้อมูลที่หลากหลายคำตอบที่ได้ จะดีที่สุดกับองค์กรของท่านหรือไม่ หรือดีในแง่ของจริยธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ ในระหว่างที่กฎหมายกำลังขับเคลื่อน เราต้องตอบตัวเองให้ได้ ว่าจะมีการจำกัดดูแลกลไกของมันได้อย่างไร”…