กองทัพอากาศ ได้ตรวจพบความพยายามในการใช้โดรนบินสำรวจที่ตั้งทางทหารและหน่วยงานราชการ

กองทัพอากาศ ได้ตรวจพบความพยายามในการใช้โดรนบินสำรวจที่ตั้งทางทหารและหน่วยงานราชการจำนวนมากในหลายพื้นที่ที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงที่ส่อให้เห็นถึงความพยายามในการสอดแนม เพื่อกระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นอันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและอาจรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ได้รับมอบหมาย มีอำนาจในการใช้ระบบ Anti Drone ในการทำลายเป้าหมายได้ทันที และผู้ที่กระทำผิด จะเข้าข่ายความผิดฐานจารกรรม/สายลับ ที่กระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร มีบทลงโทษรุนแรง ถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ปัจจุบัน สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย กัมพูชา ยังคงต้องเฝ้าระวัง โดรนคือภัยคุกคามที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและชีวิตประชาชน กองทัพอากาศจึงขอความร่วมมือประชาชนทุกท่านที่พบเห็นหรือทราบเบาะแสเกี่ยวกับการบินของโดรน รวมทั้งผู้ที่บังคับโดรน ที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายได้แจ้งสายด่วนความมั่นคง 1374 หรือหน่วยงานราชการใกล้เคียง ได้ตลอด 24 ชม.     ที่มา  กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force /     วันที่เผยแพร่ 2 สิงหาคม 2568 Link : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1179122227584124&id=100064590733752&rdid=JQcs9S8Ro4XoQl55#

เมื่อ‘ชายแดนไทย-กัมพูชา’เป็นสนามรบไซเบอร์ AI กับสงครามข้อมูลยุคใหม่

สถานการณ์บ้านเมืองที่ผู้คนสนใจมากที่สุดในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ทำให้ทหารและพลเมืองจำนวนมากต้องสูญเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เราได้เห็นทหารทำหน้าที่อย่างดีในการต่อสู้ปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติจนนาทีสุดท้ายก่อนที่จะถึงเวลาหยุดยิง

เทียบชัดๆ สถิติการโจมตีทางไซเบอร์ แฮกเกอร์“ไทย VS กัมพูชา”

Personar แพลตฟอร์มเฝ้าระวังความปลอดภัยทางไซเบอร์ สรุปสงครามไซเบอร์ไทย-กัมพูชา ระบุไทยโดนโจมตีไซเบอร์ 438 ระบบใน 3 เดือน พุ่งเป้าหน่วยงานรัฐ-การศึกษา ขณะที่กัมพูชาถูกโจมตีมากกว่า 500 ระบบ

Cyberwarfare เมื่อสนามรบอยู่บนหน้าจอ

ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกันด้วยปลายนิ้ว “สงคราม” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนสนามรบอีกต่อไป แต่ได้แปรเปลี่ยนไปสู่สมรภูมิที่มองไม่เห็นอย่าง “สงครามไซเบอร์” (Cyberwarfare) ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายได้ร้ายแรงไม่แพ้สงครามจริง ตั้งแต่การขโมยข้อมูลสำคัญ ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไปจนถึงการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารที่สร้างความสับสนวุ่นวายในสังคม เราอาจไม่ได้เห็นการยิงต่อสู้กัน แต่ผลกระทบของสงครามไซเบอร์สามารถหยุดยั้งประเทศทั้งประเทศได้

DE คุมเข้มเฟคนิวส์กัมพูชา–ไซเบอร์ไทยยังปลอดภัย

วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงมาตรการรับมือข้อมูลบิดเบือนและการโจมตีทางไซเบอร์จากฝั่งกัมพูชา ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชานายประเสริฐระบุว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทยยังคงปฏิบัติการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา

ผบช.ทท.สั่ง 32 สถานีในสังกัดเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยนทท.รองรับปชช.พื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) เปิดเผยว่าตามที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีหนังสือสั่งการไปยังหน่วยต่างๆ เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้การปฏิบัติในการติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ บังคับใช้กฎหมาย และสนับสนุนการปฏิบัติของภาคส่วนต่างๆ