ภัยไซเบอร์กับการเข้าสู่ระบบงานแบบดิจิทัล

  การโจมตีไซเบอร์ในช่วงโควิด-19   ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดทั่วโลก ปี 2021 เป็นปีที่การโจมตีไซเบอร์เรียกค่าไถ่ (ransomware attack) รุนแรงที่สุด เหตุครั้งแรกมีบันทึกย้อนกลับไปปี 1989 โดยเริ่มมีอาชญากรเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ปี 2006 และแพร่ไปทั่วโลกตั้งแต่ 2011 การเรียกค่าไถ่ไซเบอร์เกิดในทุกประเทศทั้งกับบุคคลทั่วไปและองค์กร หน่วยงานสาธารณูปโภคเช่นไฟฟ้า, ประปา, โรงพยาบาล ล้วนกลายเป็นเป้าหมาย มีหลักฐานว่าโรงพยาบาลบางแห่งถึงกับไม่สามารถรักษาพยาบาลผู้ป่วยเพราะไม่สามารถดูประวัติการรักษาที่จำเป็น ไม่กี่ปีมานี้บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นเหยื่อก็เช่น Colonial Pipeline (น้ำมัน) Mersk (เดินเรือ) JBS (อาหาร) NBA(กีฬา) เป็นต้น   การเรียกค่าไถ่ไซเบอร์ คือการที่แฮคเกอร์(hacker) แอบส่งซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย(มัลแวร์ – malware) ที่เรียกว่าแรนซัมแวร์ (ransomware) เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์แล้วยึดไฟล์ข้อมูลด้วยการเข้ารหัสไฟล์ (encrypt) คือยึดข้อมูลเป็นตัวประกันด้วยการทำให้เจ้าของไม่สามารถอ่านหรือเข้าถึงข้อมูลของตัวเอง โดยอาจขู่ว่าจะลบข้อมูลที่เข้ารหัสไว้แล้วทั้งหมดหากไม่ทำตามคำสั่ง แล้วเรียกค่าไถ่สำหรับกุญแจถอดรหัส (decryption key) ปกติจะเรียกค่าไถ่เป็นเงินคริปโตซึ่งจ่ายไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัล (digital wallet)ที่ไม่ระบุตัวตนเจ้าของกระเป๋า ช่วงก่อนปี 2015 ค่าไถ่มักเรียกเป็นหลักร้อยหรือหลักพันดอลลาร์ แต่วันนี้ปี…

บริษัทญี่ปุ่นถูกแรนซัมแวร์โจมตีเพิ่มขึ้น 87% ช่วงครึ่งแรกปีนี้

  สำนักงานตำรวจแห่งชาติของญี่ปุ่นแถลงในวันนี้ (15 ก.ย.) ว่า บริษัทของญี่ปุ่นได้ถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ทั้งสิ้น 114 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 87% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยในจำนวนนี้รวมถึงบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก 59 แห่ง และบริษัทขนาดใหญ่ 36 แห่ง โดยครอบคลุมถึงบริษัทผู้ผลิต 37 แห่ง บริษัทภาคบริการ 20 แห่ง และโรงพยาบาล 5 แห่ง   สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ต้องระงับการปฏิบัติงานในโรงงานทั้งหมด 14 แห่งในญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 วัน หลังบริษัทโคจิมะ อินดัสทรีส์ คอร์ป ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนรถยนต์ได้ถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์เมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยผู้ก่อเหตุโจมตีแรนซัมแวร์จะบีบบังคับให้เหยื่อจ่ายเงินแลกเปลี่ยนกับการเข้าถึงข้อมูลบริษัทได้อีกครั้งผ่านการเข้ารหัสลับ   นอกจากนี้ ตำรวจยังยืนยันเหตุโจมตีแรนซัมแวร์แบบสองชั้น (double-extortion) ได้ 53 คดีจากทั้งหมด 83 คดี โดยการโจมตีดังกล่าวนั้น ผู้ก่อเหตุจะเรียกร้องเงินเพื่อแลกกับการถอดรหัสข้อมูลที่ตกเป็นเป้าหมาย พร้อมขู่เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวสู่สาธารณชนหากเหยื่อปฏิเสธที่จะจ่ายเงิน…

Cisco โดนด้วย แรนซัมแวร์ ขโมยข้อมูล เจาะ VPN ผ่านบัญชีพนักงาน

  เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา มีมือดีนำข้อมูลที่ได้ขโมยจากบริษัท Cisco ไปเผยแพร่บน Dark Web จากนั้น Cisco จึงได้ออกมายืนยันว่าข้อมูลที่เผยแพร่นั้นเป็นข้อมูลจาก Cisco จริง ซึ่งเป็นเนื้อหาเดียวกันกับเนื้อหาที่ Cisco เคยออกมาเตือนผู้ใช้ก่อนหน้านี้แล้ว   ย้อนกลับไปในรายงานเมื่อเดือนสิงหาคม Cisco ประกาศว่าเครือข่ายของตนถูกโจมตีโดนแรนซัมแวร์ Yanluowang หลังจากที่แฮกเกอร์เจาะบัญชี “VPN” ของพนักงาน จากนั้นแฮ็กเกอร์ได้ขโมยไฟล์หลายพันไฟล์จำนวนกว่า 55GB โดยมีทั้งเอกสารที่ความลับ แผนผังด้านเทคนิคของระบบ และซอร์สโค้ดต่าง ๆ ครับ   Cisco ยังยืนว่า ข้อมูลที่รั่วไหลมานี้ ไม่ได้กระทบต่อธุรกิจ ซึ่งรวมถึงบริการของ Cisco ข้อมูลลูกค้าที่ละเอียดอ่อน ทรัพย์สินทางปัญญา หรือการดำเนินงานด้านซัพพลายเชนครับ เพราะเนื่องจากโจมตีนั้นถูกตรวจพบและบล็อคก่อนที่ Yanluowang ransomware จะสามารถเริ่มเข้ารหัสระบบได้   ทั้งนี้ แฮ็กเกอร์ของ Yanluowang ได้ให้ข้อมูลกับเว็บไซต์ BleepingComputer ว่า เขาได้กระทำการคนเดียวซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (แต่ชื่อคุณนี่ไปทางจีนชัด…

Fortinet รายงาน พบจำนวนแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้นสองเท่าภายในหกเดือน

Credit: Fortinet Fortinet ออกรายงาน FortiGuard Labs Global Threat Landscape Report ประจำครึ่งปีแรก 2022 พบจำนวนแรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าภายในหกเดือน รายงาน FortiGuard Labs Global Threat Landscape Report 1H 2022 ระบุว่า ที่ผ่านมาในครึ่งปีแรกนั้น มีจำนวนแรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่ถูกตรวจพบโดย Fortinet ถือกำเนิดขึ้นกว่า 10,666 สายพันธุ์ ภายในระยะเวลาหกเดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นผลจากการที่กลุ่มแฮกเกอร์พยายามลงทุนพัฒนาทางด้านนี้ เนื่องจากเป็นเส้นทางในการโจมตีและสร้างรายได้ได้ดีที่สุด นอกจากนี้การเติบโตของจำนวนสายพันธุ์ยังมาจากบริการ Ransomware-as-a-Service (RaaS) อีกด้วย Fortinet ได้แนะนำขั้นตอนในการป้องกันเบื้องต้น ได้แก่ การลงทุนในระบบ Real-time visibility, การเริ่มใช้งาน Zero-trust Network Access (ZTNA) และ การลงทุนในระบบ Endpoint Detection and Response (EDR) นอกจากนี้ในรายงานยังพบสิ่งที่น่าสนใจดังนี้…

พบแรนซัมแวร์ BianLian กำลังแพร่กระจายเป็นวงกว้าง

  พบแรนซัมแวร์ BianLian พัฒนาด้วยภาษา Go กำลังแพร่กระจายเป็นวงกว้าง Cyble Research Labs เผยข้อมูลแรนซัมแวร์ตัวใหม่ ใช้ชื่อ BianLian ถูกพบเป็นครั้งแรกเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการมุ่งเป้าในการโจมตีองค์กรในหลายภาคธุรกิจ โดยธุรกิจสื่อและธุรกิจบันเทิงตกเป็นเป้าหมายกว่า 25% และกลุ่มโรงงาน , ภาคการศึกษา , ธุรกิจสุขภาพ และธุรกิจการเงินการลงทุน มีสัดส่วนการโจมตีเท่าๆ กันที่ 12.5% ซึ่งแรนซัมแวร์ตัวนี้พัฒนาด้วยภาษา Go ที่รองรับการทำงานแบบ Cross-platform และง่ายต่อการปรับแต่ง ใช้วิธีการแบ่งไฟล์ออกเป็นขนาดเล็กประมาณ 10 bytes หลังจากนั้นจึงเข้ารหัสไฟล์ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของ Antivirus หลังจากนั้นจะใช้วิธีเรียกค่าไถ่แบบสองชั้น (double-extortion) หากไม่มีการจ่ายค่าไถ่ภายในระยะเวลา 10 วัน จะไม่มีการปลดล๊อกไฟล์และจะปล่อยไฟล์นั้นสู่สาธารณะอีกด้วย Cyble ได้แนะนำขั้นตอนในการปฏิบัติหากโดนแรนซัมแวร์ตัวนี้โจมตี ได้แก่ ตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์กับระบบเครือข่ายเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย , ถอดอุปกรณ์ External Storage ออก และตรวจสอบ Log ของระบบ เพื่อหาเส้นทางการโจมตี…

สู้กลับ แรนซัมแวร์ เครื่องมือถอดรหัส ให้ใช้ฟรี ป้องกัน ก่อนโดนเรียกค่าไถ่

  เหตุการณ์โจมตีของแรนซัมแวร์ที่หนักหน่วงมากขึ้น ล่าสุดบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง Ciscoโดนโจมตีจากกลุ่มแรนซัมแวร์ Yanluowang ที่ลักลอบเข้าถึงเครือข่ายขององค์กรและขู่เรียกเงินจากไฟล์ที่รั่วไหลผ่านอินเทอร์เน็ต ถึงแม้จะเป็นแรนซัมแวร์ที่ค่อนข้างใหม่ แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการจู่โจมโดย Yanluowang เพราะแรมซัมแวร์ตัวนี้ถูกพบตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่บริษัทขนาดใหญ่ ที่ตกเป็นเหยื่อแล้วทั้งในอเมริกา บราซิล เยอรมนี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จีน ตุรกี และประเทศอื่นๆ กรณีของ Cisco ผู้ไม่หวังดีได้พยายามฉวยโอกาสทุกวิถีทางเพื่อรีดไถเงินค่าไถ่ และทำลายชื่อเสียงของเหยื่อ ซึ่งการยอมจ่ายเงินค่าไถ่ ไม่ได้รับประกันว่าได้คืนข้อมูลหรือจะหยุดการโจมตีได้เสมอไป สิ่งสำคัญคือ องค์กรจะต้องสนใจกับการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน เพื่อปกป้องและลดความสูญเสียที่อาจเกิดจากการโจมตีของแรนซัมแวร์ให้เหลือน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม แคสเปอร์สกี้ ได้เจอช่องโหว่ของ Yanluowang และได้สร้างตัวถอดรหัสไฟล์ที่ถูกเข้ารหัส หรือถูกล็อคอุปกรณ์ ที่ใช้ชื่อว่า Rannoh Decryptor ซึ่งสามารถวิเคราะห์ไฟล์ที่เข้ารหัสและช่วยกู้คืนข้อมูลเหยื่อ Yanluowang ได้ ล่าสุดแคสเปอร์สกี้ ได้เปิดให้คนทั่วไปค้นหาตัวถอดรหัสแรนซัมแวร์ได้เองบนหน้าเว็บ No Ransom พร้อมทั้งเรียนรู้เครื่องมือกำจัดแรนซัมแวร์ และข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันแรนซัมแวร์ เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ดูเพิ่มเติม https://noransom.kaspersky.com/     ที่มา : techhub   …