ความท้าทายในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล

  การเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัลช่วงสิบปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จนทำให้เกิดข้อกังวลขึ้นมาว่า กลไกการกำกับดูแลการแข่งขันและการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาจไม่เพียงพอเสียแล้ว   แพลตฟอร์มเหล่านี้ส่งเสริมให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์ของสมาชิกในสังคมและข้ามสังคมที่แตกต่างไปจากในอดีต ทั้งยังส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกรรมทั้งที่เป็นธุรกรรมส่วนบุคคล ธุรกรรมเชิงพาณิชย์ ธุรกรรมการเงิน ตลอดจนถึงธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐ   แพลตฟอร์มดิจิทัลเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมของตนเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเป็นผู้กำหนดมาตรฐานของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทางในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกันอีกด้วย   แพลตฟอร์มดิจิทัลมีคุณลักษณะเฉพาะหลายประการ เช่น การได้ประโยชน์จากผลของการมีเครือข่ายเพื่อการเชื่อมโยงกลุ่มผู้ใช้ต่างๆ ทำให้การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสามารถเกิดขึ้นได้ทันที ผู้ใช้แพลตฟอร์มสามารถกำหนดเนื้อหาที่จะนำเสนอได้เอง   อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นคืออาจมีการนำเข้าข้อมูลเท็จ การใช้คำพูดที่แสดงความเกลียดชัง และการควบคุมประเด็นการถกเถียงที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มให้เป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งจนกลายเป็นการชักนำความเห็นได้   สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของการมีกลไกเพื่อควบคุมเนื้อหาและการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ   ในด้านการค้า แพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลกระทบต่อภาคค้าปลีกแบบดั้งเดิมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านี้สามารถนำเสนอความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคที่ธุรกิจแบบเดิมทำไม่ได้   นอกจากนี้แล้ว แพลตฟอร์มยังสามารถในการรวบรวมข้อมูลของผู้บริโภคแล้วนำมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ทำการตลาดเฉพาะบุคคล จนทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลไปในทางที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค และการใช้เพื่อสร้างแต้มต่อในการแข่งขันในตลาด จนอาจนำไปสู่การมีอำนาจเหนือตลาดได้   อีกประเด็นที่มักทำให้เกิดความกังวลคือ การดำเนินงานของแพลตฟอร์มอาจเป็นการขัดขวางการแข่งขัน (Anti-Competitive Practices) ซึ่งมักนำไปสู่การตรวจสอบอำนาจทางการตลาดของแพลตฟอร์มที่มีส่วนแบ่งตลาดสูง     เหมือนที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และอีกหลายประเทศ หน่วยงานในประเทศเหล่านี้ได้ตรวจสอบผลกระทบของการครอบงำจากแพลตฟอร์ม (Platform Dominance)…

5 บัญชีโซเชียล ตำรวจเตือน ไม่แชต ไม่รับแอด ไม่โอนเงิน!

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยประชาชน ไม่แชต ไม่รับแอด ไม่โอนเงิน ผ่านบัญชีโซเชียล 5 รูปแบบ ลดโอกาสเสี่ยงถูกมิจฉาชีพหลอกลวง!

แคสเปอร์สกี้ พบการโจมตีออนไลน์ในไทยลดลง ภัยคุกคามออฟไลน์กลับเพิ่มขึ้น

  แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) เปิดรายงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ปี 2023 ของไทย ตรวจพบและบล็อกภัยคุกคามทางเว็บที่มีเป้าหมายโจมตีผู้ใช้เกือบ 13 ล้านรายการ   ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นเรื่องที่เกิดและพบบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีการรายงานจากสื่อต่างๆ การโจมตีทางไซเบอร์เหล่านี้ส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ซึ่งเก็บข้อมูลส่วนบุคคล หรือแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งที่ผ่านมาภัยคุกคามทางไซเบอร์สร้างความเสียหายทั้งต่อเศรษฐกิจระดับประเทศ ธุรกิจเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปมากยิ่งขึ้นทุกที   ในปี 2023 ผลิตภัณฑ์ของแคสเปอร์สกี้ตรวจพบความพยายามในการคุกคามเว็บจำนวน 12,923,280 รายการบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ในประเทศไทยที่เข้าร่วม Kaspersky Security Network (KSN) ซึ่งมีสัดส่วนน้อยกว่าปีที่แล้ว 25.28% (17,295,702 รายการ)   การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ เป็นวิธีการหลักในการแพร่กระจายโปรแกรมที่เป็นอันตราย การใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในเบราว์เซอร์และปลั๊กอิน (ไดรฟ์บายดาวน์โหลด) รวมถึงวิศวกรรมสังคม เป็นวิธีที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ในการเจาะระบบโดยทั่วไปมากที่สุด   แคสเปอร์สกี้ตรวจพบเหตุการณ์โจมตีแบบออฟไลน์จำนวน 22,268,850 รายการ ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าปีที่แล้ว 4.36% (22,268,850 รายการ)   โดยส่วนใหญ่แล้ว เวิร์มและไฟล์ไวรัสเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในเครื่อง ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงความถี่ที่ผู้ใช้ถูกโจมตีโดยมัลแวร์ที่แพร่กระจายผ่านไดรฟ์ USB แบบถอดได้ ซีดี…

สภารัฐฟลอริดาผ่านกฎหมาย ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย

รัฐฟลอริดาของสหรัฐ เตรียมบังคับใช้กฎหมาย ห้ามบุคคลมีอายุยังไม่ถึง 16 ปี ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ แต่มีความเป็นไปได้สูงเช่นกัน ที่จะมีการต่อสู้เรื่องนี้ถึงในชั้นศาล

ย้อนดูผลตรวจยึดปืน blank Gun ปี’65 เจอ 2 พันกระบอก กระสุนนับแสนนัด สถิติไทยครอบครองปืน

กลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมกันอย่างกว้างขว้าง เรื่องการเข้าถึงอาวุธปืนของเด็กชายวัย 14 ปี หลังเกิดเหตุรัวยิงกลางศูนย์การค้าสยามพารากอน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 และบาดเจ็บ 5 ราย ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. กล่าวว่า ในห้วงที่ผ่านมา มีการกระทำความผิดและใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุอยู่บ่อยครั้ง

รัฐเท็กซัสออกกฎหมายให้ผู้บริการดิจิทัลขอความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนอนุญาตให้ผู้เยาว์สร้างบัญชี

ภาพประกอบจาก Shutterstock   เมื่อวันพุธ Greg Abbott ผู้ว่าการรัฐเท็กซัสได้ลงนามในร่างกฎหมาย HB 18 ซึ่งกำหนดให้ “ผู้ให้บริการดิจิทัล” (ทั้งโซเชียลมีเดียและบริการออนไลน์อื่น ๆ) จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนอนุญาตให้ผู้ใช้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีสร้างบัญชีผู้ใช้ได้ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กันยายน   กฎหมาย HB18 ยังกำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์จัดการระบบกรองเนื้อหาเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นอันตราย เช่น การฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง พฤติกรรมการกินอาหารที่ผิดปกติ การใช้สารเสพติด การกลั่นแกล้ง การล่วงละเมิดทางเพศ และภายใต้กฎหมายนี้ผู้ปกครองจะมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของผู้เยาว์ในโซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อตรวจสอบและควบคุมพฤติกรรมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของเด็กได้ง่ายมากขึ้น เช่น ป้องกันไม่ให้ซื้อสินค้าทางออนไลน์   อย่างไรก็ตามผู้คนบางส่วนมองว่ากฎหมายดังกล่าวให้สิทธิ์ผู้ปกครองเข้าถึงข้อมูลมากเกินไปจนอาจริดรอนความเป็นส่วนตัวของเด็ก รวมถึงแพลตฟอร์มต่างๆ อาจกลั่นกรองเนื้อหาที่ไม่เป็นอันตรายมากเกินความจำเป็นเพื่อจะหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎหมาย   นอกจากรัฐเท็กซัสแล้วตอนนี้รัฐอื่น ๆ ในสหรัฐฯ เช่น รัฐยูทาห์ รัฐลุยเซียน่า ก็กำลังผ่านร่างกฎหมายที่คล้ายกัน และล่าสุดรัฐบาลกลางได้ปรับปรุงกฎหมาย Kids Online Safety Act (KOSA) เพื่อจำกัดกิจกรรมบนโลกออนไลน์ของผู้เยาว์ทั่วประเทศ     ที่มา…