“รัฐคุชราต” อินเดียประกาศ “เตือนภัยก่อการร้าย” หลังมีรายงานกลุ่มติดอาวุธข้ามเข้ามาจากปากีฯ

     รอยเตอร์ – อินเดียเร่งส่งกองกำลังความมั่นคงระดับหัวกะทิไปยังรัฐคุชราตทางตะวันตกของประเทศหลังจากรายงานข่าวกรองชิ้นหนึ่งระบุว่า กลุ่มติดอาวุธราว 10 คนอาจข้ามเข้ามาจากปากีสถาน ตำรวจระบุในวันนี้ (6 มี.ค.)      ที่ทำการรัฐบาลที่สำคัญๆ ทั้งหมดในรัฐชายฝั่งแห่งนี้ถูกเพิ่มการรักษาความปลอดภัยหลังจากที่ได้รับคำเตือนจากสำนักงานข่าวกรองกลาง ผู้กำกับการตำรวจของรัฐนี้กล่าว      “ทีมเอ็นเอสจี (National Security Guard) มาถึงรัฐคุชราตเมื่อคืนนี้หลังจากมีการแจ้งเตือนก่อการร้าย รัฐนี้กำลังอยู่ระหว่างการประกาศเตือนภัยการก่อการร้ายขั้นสูง” พี.ซี. ธาคูร์ บอกกับเอเอฟพี      ภาพจากโทรทัศน์เผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคงกำลังค้นตัวผู้มาเยือนนอกโรงแรม โรงภาพยนตร์ และห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ      ในประกาศที่ออกโดยกระทรวงมหาดไทยรัฐคุชราต ผู้บัญชาการตำรวจระดับสูงทุกคนถูกเรียกให้กลับไปประจำหน้าที่โดยทันทีและรายงานทุกกิจกรรมต้องสงสัย      ธาคูร์กล่าวว่า หน่วยงานส่วนกลางกลัวว่าสมาชิกของกลุ่มติดอาวุธนอกกฎหมายอย่างลัชการ์อีไตบาอาจแทรกซึมผ่านเขตคุตช์ ซึ่งมีพรมแดนทางบกและทางทะเลติดกับปากีสถาน      อินเดียกล่าวโทษว่ากลุ่มลัชการ์อีไตบา (Let) อยู่เบื้องหลังการโจมตีมุมไบเมื่อปี 2008 ที่คร่าชีวิตคนไป 166 คน รัฐบาลปากีสถานประกาศแบนกลุ่ม Let แต่แกนนำของกลุ่มนี้หลายคนรวมถึง ฮาฟิซ…

ไคย์กีสถานให้ความรู้ทางศาสนาแก่เด็กเพื่อลดความรุนแรง

เมื่อ 29 ก.พ.59 รัฐบาลไคย์กีสถานเห็นชอบที่จะให้สตรีสอนหนังสือและความรู้ทางศาสนาแก่เด็ก เพราะคาดจะช่วยลดความคิดเห็นด้วยความรุนแรงหรือความนิยมการก่อการร้ายลงได้   —————————————– ที่มา : Voice of America / 29 กุมภาพันธ์ 2559

มาเลเซียดูแลเมืองหลวงเข้มหวั่นก่อการร้าย

ฝ่ายความมั่นคงมาเลเซียเพิ่มการลาดตระเวนในเมืองหลวง ออสเตรเลียเตือนอาจเกิดเหตุก่อการร้าย      ฝ่ายความมั่นคงมาเลเซียเพิ่มการลาดตระเวนในเมืองหลวง หลังกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียออกประกาศเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุก่อการร้ายขึ้นในกรุงกัวลาลัมเปอร์      ผู้บัญชาการตำรวจกัวลาลัมเปอร์ “นายทายุดดิน โมฮัมหมัด อีซา” เปิดเผยว่า ตำรวจได้เพิ่มการลาดตระเวนในพื้นที่สาธารณะและแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในโรงแรมและห้างสรรพสินค้า พร้อมขอให้ประชาชนแจ้งข้อมูลแก่ตำรวจทันที ที่เห็นหรือพบสิ่งผิดสังเกต      ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลีย ได้ออกประกาศเตือนเมื่อวานนี้ (21 ก.พ.) ให้พลเมืองของตนในมาเลเซียเฝ้าระวังเนื่องจากผู้ก่อการร้ายอาจกำลังวางแผนก่อเหตุโจมตีขึ้นในกรุงกัวลาลัมเปอร์ซึ่งปัจจุบันนี้มาเลเซียได้เพิ่มการเฝ้าระวังมาตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีในกรุงจาการ์ตาเมื่อเดือนก่อน โดยกระทรวงมหาดไทยมาเลเซีย แจ้งว่า มีชาวมาเลเซีย 137 คน ไปร่วมรบกับกลุ่มรัฐอิสลาม ขณะที่ตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายจับกุมชาวมาเลเซียผู้ต้องสงสัยสนับสนุนกลุ่มไอเอสได้กว่า 100 คน แต่มาเลเซียยังไม่เคยเกิดเหตุก่อการร้ายโดยกลุ่มไอเอส ——————————– ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 Link : http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/687897

ออสเตรเลียเตือนก่อการร้ายใน “กัวลาลัมเปอร์” แนะนักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวัง

หน่วยรักษาความปลอดภัยเดินตรวจตรารอบๆ ศูนย์การค้า Suria KLCC ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารแฝดเปโตรนาส ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ (ภาพ – AP)    เอเอฟพี – รัฐบาลออสเตรเลียประกาศเตือนความเสี่ยงก่อการร้ายในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย พร้อมแนะนักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ หลังหน่วยงานความมั่นคงสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยเครือข่ายรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้แล้วหลายราย      “กลุ่มก่อการร้ายอาจกำลังวางแผนโจมตีทั้งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ และพื้นที่โดยรอบ” กระทรวงการต่างประเทศและพาณิชย์ออสเตรเลียระบุในคำเตือนซึ่งประกาศออกมาเมื่อค่ำวานนี้ (21 ก.พ.)      “การโจมตีดังกล่าวอาจกระทำแบบไม่เลือกหน้า โดยพุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินของชาติตะวันตก หรือสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งชาวตะวันตกนิยมไป ท่านจึงควรใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษในช่วงนี้”      แคนเบอร์รายังคงระดับการเตือนภัยสำหรับมาเลเซียไว้ในขั้น “ใช้ความระมัดระวังตามปกติ” แต่เตือนว่า “มีความเสี่ยงที่จะเกิดการก่อการร้าย ทั้งในกรุงกัวลาลัมเปอร์และเมืองใหญ่อื่นๆ”      ทางการออสซี่อ้างถึงกรณีที่ตำรวจมาเลเซียสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายรายที่เชื่อว่ามีแผนโจมตีสถานที่สำคัญ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวและสถานบันเทิงในกรุงกัวลาลัมเปอร์      เดือนที่แล้ว ตำรวจเสือเหลืองจับกุมชายฉกรรจ์จำนวน 7 คนซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอส โดยหนึ่งในนั้นอาจเคยติดต่อกับ บาห์รุม นาอีม นักรบอิสลามิสต์ชาวอินโดนีเซีย ซึ่งเชื่อว่าอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดที่ใจกลางกรุงจาการ์ตาเมื่อเดือนที่แล้ว      ตำรวจอินโดนีเซียระบุว่า…

ปากีฯเปิดมหา’ลัย ‘บาชา ข่าน’ หลังถูกถล่มดับ 20 ศพ-อนุญาตให้ครูพกปืน

     มหาวิทยาลัยบาชา ข่าน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ซึ่งถูกกลุ่มตาลีบันโจมตีเมื่อปลายเดือนม.ค. เปิดการเรียนการสอนอีกครั้งแล้ว โดยเพิ่มการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้งอนุญาตให้ครูอาจารย์พกปืนด้วย…      สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีนักรบกลุ่มก่อการร้าย ตาลีบัน 4 คนบุกโจมตีมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน ในเมืองชาร์ซัดดา จังหวัด ไคเลอร์ ปักห์ตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน จนทำให้มีอาจารย์และนักศึกษาเสียชีวิตถึง 20 รายเมื่อวันที่ 20 ม.ค.นั้น ล่าสุดมหาวิทยาลัยแห่งนี้กลับมาเปิดสอนอีกครั้งแล้วในวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.      ตามการเปิดของนาย ฟาซาล ราฮิม มาร์วัด รองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน นับตั้งแต่เกิดเหตุทางมหาวิทยาลัยได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากมายรวมทั้ง เพิ่มกล้องวงจรปิด, จากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมากขึ้น และเพิ่มความสูงของกำแพงมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังอนุญาตให้อาจารย์ที่มีใบอนญาต พกปืนมาสอนหนังสือได้ด้วย แต่ต้องไม่เปิดเผยให้ใครเห็นในห้องเรียน      ส่วนบรรยากาศการเปิดการเรียนการสอนวันแรกของมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน นักศึกษาหลายคนเดินทางมาเรียนพร้อมกับพ่อแม่และญาติพี่น้อง อย่างไรกก็ตาม ผู้ปกครองหลายคนยังไม่ยอมให้ลูกหลานเดินทางมาเรียนด้วยเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นอีก เนื่องจากกลุ่มตาลีบันประกาศไว้ว่าจะโจมตีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอีก ———————————————- ที่มา :…

คาดปี 59 ภัยคุกคามอินเทอร์เน็ต -การขู่กรรโชกมากขึ้น

     กรุงเทพฯ 12 ก.พ. เทรนด์ไมโครคาดปี 59 ภัยคุกคามอินเทอร์เน็ต -การขู่กรรโชกออนไลน์-การแฮ็กระบบหวังผลการเมืองจะเพิ่มสูงขึ้น นี้แนวโน้มแฮ๊กเกอร์ขยันเขียนไวรัสพร้อมปรับตัวพัฒนาเทคนิกโจมตีที่ซับซ้อน      นายคงศักดิ์  ก่อตระกูล ผู้จัดการอาวุโสด้านเทคนิค บริษัทเทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) กล่าวว่า  ปี 2559 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตโดยมัลแวร์ที่แฝงอยู่ในรูปโฆษณาและการขู่กรรโชกออนไลน์จะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้แฮกเกอร์ที่มีจุดประสงค์ทางการเมืองจะใช้วิธีการซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จุดประสงค์จริงของแฮ๊กเกอร์ที่หวังผลทางการเมือง ไม่ได้ต้องการแค่การเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์แต่เป็นการขโมยข้อมูลภายในระบบ  แฮ็กเกอร์จะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) ที่เข้ามาฝังตัวเพื่อขู่กรรโชกจะเพิ่มขึ้น แม้จะมีการรับมือด้วยการออกกฎหมายและลงทุนระบบแต่ยังคงท้าทายแฮ๊กเกอร์ให้โจมตีโดยเทคนิควิธีที่พิเศษมากขึ้น      “แนวโน้มภัยคุกคามในปีนี้คือ การโจมตีผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น เมื่อข้อมูลและการทำธุรกรรมขึ้นสู่ออนไลน์มากขึ้นเท่าใดการโจมตีจะเพิ่มสูงมากขึ้นตามไปด้วย ยิ่งมี 4G การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็เพิ่มขึ้น  อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจะพบช่องโหว่มากขึ้น , ไวรัสบนมือถือจะโตเร็วขึ้นถึง 20 ล้านตัว เนื่องจากจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีจำนวนมาก แฮ็กเกอร์จึงขยันเขียนไวรัสบนมือถือ ,การชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นเป้าหมายการโจมตีมากขึ้นเพราะการทำธุรกรรมบนมือถือได้รับความนิยมมากขึ้น การแฮ๊กเมือถือได้ย่อมจะได้ข้อมูลทางการเงินไปมากขึ้น , ตำแหน่งงานใหม่เพื่อภัยคุกคามนอกจากผู้บริหารทางไอที โดยตำแหน่งที่มีหน้าที่ปกป้องและป้องกันข้อมูลของบริษัทจะเป็นตำแหน่งงานที่องค์กรทั้งหลายตั้งขึ้น โดยหน้าที่ขอตำแหน่งดังกล่าวคือการกำหนดชั้นการเข้าถึงข้อมูลขององค์กรในระดับต่างๆ ,ไวรัสที่แฝงมากับโฆษณาทำให้การขายโฆษณาออนไลน์ทำได้ยากขึ้น , การออกกฎหมายควบคุมอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ทั่วโลกจะมีความครอบคลุมขึ้นเพื่อให้เอาผิดได้มากขึ้น” นายคงศักดิ์ กล่าว…