วุ่น! ภูเก็ต หนุ่มรัสเซียหลุดปาก ‘ไม่ปลอดภัย’ สั่งระงับบินกว่า 4 ชม.

     หวิดวุ่น! ที่ภูเก็ต หนุ่มเมืองหมีขาวหลุดปาก “เครื่องบินไม่ปลอดภัย” ทำเอากัปตันสั่งระงับการบิน ตรวจค้นกระเป๋าผู้โดยสาร 369 คนใหม่ทั้งหมด นานกว่า 4 ชม. ส่วนหนุ่มรัสเซียถูกนำไปสอบที่ สภ.ท่าฉัตรไชย ยังไม่มีการตั้งข้อหา      เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 20 มี.ค. ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานภูเก็ต ได้รับการประสานจากนักบินประจำเครื่องบินสายการบินนอร์ดวินด์ แอร์ไลน์ (Nordwind Airlines) เที่ยวบินที่ NWS 2478 ภูเก็ต-กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ขอกำลังเจ้าหน้าที่เข้าร่วมตรวจสอบสิ่งผิดปกติภายในเครื่องบิน หลังได้มีผู้โดยสารชาวรัสเซียได้พูดบางอย่างกับพนักงานบริการภายในเครื่องบิน ที่อาจเกิดอันตรายได้ จึงต้องขอนำเครื่องออกจากหลุมจอดพร้อมกับปฏิบัติตามแผนการตรวจสอบความปลอดภัยขั้นสูงสุดตามแผนการบิน จากนั้นนักบินได้นำเครื่องไปจอดห่างจากอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ หรือบริเวณรันเวย์ทิศตะวันตกของสนามบิน เพื่อทำการตรวจค้นสิ่งต้องสงสัยต่างๆ ภายในกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารทั้งสิ้น 369 คน พร้อมกับประสานศูนย์วิทยุการบินภูเก็ตขอระงับการบินเป็นการชั่วคราว      จากนั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมด้วยชุดอีโอดี หรือ หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ได้เคลื่อนย้ายสัมภาระต่างๆ ลงจากห้องใต้ท้องเครื่องบินและนำมาวางเรียงที่รันเวย์…

ระทึก!! มือระเบิดฆ่าตัวตายระเบิดกลางชอปปิ้งสตรีทอิสตันบูล ดับอย่างต่ำ 5 เจ็บเพียบ – บอร์ดคุมสื่อตุรกีห้ามทำข่าว

     เอเจนซีส์/เอเอฟพี – มือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีถนนชอปปิ้งสายสำคัญของเมืองอิสตันบูล อิสติคลาล อเวนิว ( İstiklal Avenue) ใกล้กับจัตุรัสทักซิม ในเวลาช่วงเช้าวันเสาร์ (19 มี.ค) มียอดผู้เสียชีวิตอย่างต่ำ 5 ราย รวมถึงมือระเบิด และมีผู้บาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 36 ราย รวมไปถึงชาวต่างชาติ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาประกาศความรับผิดชอบ สื่อตุรกีออกมาแฉ บอร์ดคุมสื่อจากอังการาห้ามทำข่าว สถานทูตเยอรมันเตือนภัยให้พลเมืองหลบอยู่แต่ในที่พัก      หนังสือพิมพ์ฮูริเย็ด สื่อตุรกีรายงานว่า การโจมตีล่าสุดเกิดขึ้นบริเวณถนนบาโล (Balo) บริเวณด้านหน้าที่ทำการเมืองเบโยกลู (Beyoğlu)      ด้าน เมห์เมต มูเอซซิโนกลู (Mehmet Müezzinoğlu) รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขตุรกี แถลงยอดผู้บาดเจ็บล่าสุด ว่า มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 36 ราย ซึ่งรวมไปถึงชาวต่างชาติ 14 ราย และมีเด็กรวมอยู่ในนั้น และจากทั้งหมดมีผู้บาดเจ็บขั้นสาหัสที่อยู่ในโรงพยาบาลจำนวน 7 ราย  …

โดนอีกแล้ว! เครื่องบิน 2 ลำในอินเดียต้องอพยพคนออก หลังได้รับแจ้งว่ามีระเบิด

     เอพี – เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ทำการอพยพผู้คนลงจากเครื่องบิน 2 ลำในวันพฤหัสบดี (17 มี.ค.) ที่สนามบินอินทิราคานธี ในกรุงนิวเดลี หลังจากได้รับโทรศัพท์แจ้งจากบุคคลนิรนามว่ามีระเบิดถูกติดตั้งไว้บนเครื่องบิน นับเป็นเหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งที่ 3 ที่ส่งผลกระทบต่อสายการบินของอินเดียในช่วงเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง      สื่ออินเดียระบุว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบว่ามีการพบวัตถุระเบิดหรือไม่ แต่ผู้โดยสารและลูกเรือได้ถูกนำตัวออกจากเครื่องบินของ “แอร์ อินเดีย” ซึ่งเป็นเที่ยวบินในประเทศที่จะเดินทางจากนิวเดลีไปสู่เมืองบูบันเนสชวาร์ ทางตะวันออกของประเทศ ทั้งยังมีการตรวจเช็กกระเป๋าและสัมภาระ      อีกด้านหนึ่งของสนามบินอินทิราคานธี ผู้โดยสารบนเครื่องบินของ “รอยัล เนปาล แอร์ไลน์” ซึ่งจะเดินทางจากนิวเดลีไปสู่กาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล ก็ถูกสั่งให้อพยพคนลงจากเครื่องด้วยเช่นกัน เครื่องบินทั้งสองลำได้ถูกแยกกันไปจอดคนละจุด ก่อนจะทำการตรวจค้น      ห้องควบคุมของทางสนามบินได้รับแจ้งจากชายคนหนึ่งที่บอกว่ามีระเบิดอยู่บนเครื่องบินที่จะไปเนปาล เขายังบอกด้วยว่าเครื่องบินของแอร์อินเดียก็มี “ปัญหา” ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม      ผู้โดยสารทั้งหมด 155 ราย และลูกเรือ 9 รายของเที่ยวบินที่จะไปเนปาล กับผู้โดยสาร…

‘สุวรรณภูมิ’ ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่พบระเบิดบนเครื่อง ‘แอร์อินเดีย’

     สายการบินอินเดีย แจ้งมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เที่ยวบิน AI332 นิวเดลี-สุวรรณภูมิ กำหนดลงที่ไทยเวลา 19.23 น. เร่งอพยพผู้โดยสาร ให้้ จนท.EOD เข้าตรวจ ล่าสุดไม่พบระเบิด ส่งผดส.ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองตามปกติ ยกเลิกเหตุฉุกเฉิน…      เมื่อเวลา 19.10 น.วันที่ 16 มี.ค.2559 ร.ต.ท.สิทธิพงษ์ ปานไธสงค์ รองสว.(สอบสวน) สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รับแจ้งจากหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่าได้รับแจ้งจากกัปตันสายการบินแอร์อินเดียว่า มีเหตุขู่วางระเบิดบน สายการบินแอร์ เที่ยวบิน AI 332 นิวเดลี-สุวรรณภูมิ กำหนดลงที่ไทยเวลา 19.23 น. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และประสานฝ่ายเก็บกู้ของ ทสภ.และฝ่ายดับเพลิง      หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณ ที่จอดอากาศยานเฉพาะกรณีมีเหตุฉุกเฉิน ซึ่งแยกออกจากอาคารผู้โดยสารและหลุมจอดอากาศยานปกติเบื้องต้น ทางหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรับแจ้งจากกัปตันว่า ทางสนามบินอินเดียโทรมาบอกว่า…

ตุรกีเจอคาร์บอมรอบ 2 ในหนึ่งเดือน ตาย 34 เจ็บกว่าร้อย

     เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ในกรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกีอีกครั้ง เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นของตุรกีที่บริเวณสวนสาธารณะกูเวน ในเขตคิซิเลย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเดินทางและเป็นพื้นที่เขตธุรกิจของกรุงอังการา แรงระเบิดทำให้รถหลายคันในที่เกิดเหตุเหลือแต่ซาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการอพยพผู้คนออกจากบริเวณใกล้เคียงเพื่อป้องกันกรณีเกิดเหตุโจมตีซ้ำ โดยรถพยาบาลหลายคันเร่งรุดไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ มีรายงานผู้เสียชีวิต 34 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 125 คน ในจำนวนนี้ 19 รายอาการสาหัส โดยคาดว่าผู้เสียชีวิต 2 รายน่าจะเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เบื้องต้นยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีดังกล่าว แต่ทางการตุรกีระบุว่าผลการตรวจสอบบ่งชี้ว่าเหตุระเบิดครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือของพรรคแรงงานเคอร์ดิสถานหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ด้านประธานาธิบดีตุรกีระบุว่ากลุ่มก่อการร้ายมุ่งเป้าที่จะโจมตีพลเรือน เพราะกำลังเพลี่ยงพล้ำในการต่อสู้กับกองกำลังตุรกี พร้อมกับย้ำว่าเหตุโจมตีดังกล่าวยิ่งทำให้ทางการตุรกีมุ่งมั่นที่จะจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายต่อไป ขณะที่นายกรัฐมนตรีตุรกีเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นการฉุกเฉินหลังเกิดเหตุการณ์โจมตีครั้งล่าสุดโดยรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของตุรกียืนยันว่าจะสามารถสรุปผลการสอบสวนได้ภายในเช้าวันที่ 14 มีนาคมนี้ และจะมีการระบุชื่อผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว เหตุระเบิดครั้งล่าสุดถือเป็นครั้งที่ 2 ในเวลาเพียง 1 เดือน หลังจากที่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็เพิ่งเกิดเหตุระเบิดขึ้นในกรุงอังการาเช่นกัน ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงอังการา แจ้งว่า ไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้แต่อย่างใด   ————————————— ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 14 มี.ค. 2559 Link : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1457925035

ตร.จับสื่อออสซี่บุกถึงตัว”นาจิบ”

     เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียแจ้งเหตุผลการกักตัวนาย ลินตัน เบสเซอร์ และนายหลุยส์ อีโรกลู ผู้สื่อข่าวชาวออสเตรเลียจากสำนักข่าวเอบีซี ถูกจับกุมและถูกห้ามเดินทางออกจากประเทศมาเลเซีย ว่าเป็นเพราะทั้งสองข้ามเส้นการรักษาความปลอดภัยและพยายามเข้าถึงตัวนายกฯ นาจิบอย่างก้าวร้าว ระหว่างที่ผู้นำมาเลเซียเดินทางไปมัสยิดที่เมืองกูชิง บนเกาะบอร์เนียว      “ทั้งสองถูกจับกุมเพราะไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของตำรวจที่ไม่อนุญาตให้ข้ามเส้นรักษาความปลอดภัย” แถลงการณ์ของตำรวจมาเลเซียระบุ ทั้งนี้มีรายงานว่า นักข่าวทั้งสองพยายามบุกเข้าไปประชิดตัวนายกรัฐมนตรี เพื่อยิงคำถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาทุจริต      สำหรับนักข่าวทั้งสองทำรายการข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน “สี่มุม” หรือ โฟร์ คอร์เนอร์ ให้สถานีเอบีซี ออสเตรเลีย หลังถูกควบคุมตัวแล้ว ทางตำรวจก็ปล่อยตัวออกมาโดยไม่ได้ตั้งข้อหาใดๆ และคืนพาสปอร์ตให้แต่ย้ำว่ายังไม่ให้ออกจากมาเลเซีย เพราะทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการหารืออัยการว่าจะสั่งฟ้องนักข่าวทั้งสองหรือไม่      ก่อนหน้านี้ นายเบสเซอร์เคยตั้งคำถามนายนาจิบ ถึงกรณีที่ถูกเชื่อมโยงในคดีฆาตกรรม น.ส.อัลตันตูยา ชาอาริบู หญิงสาวชาวมองโกเลียในปี 2549 ซึ่งยังคงมีข้อสงสัยมาจนถึงปัจจุบัน ในคดีดังกล่าว มีผลการสอบสวนว่าน.ส.ชาอาริบูเกี่ยวข้องกับการต่อรองซื้อขายเรือดำน้ำฝรั่งเศสในปี 2545 มูลค่า 1,100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 38,500…