จาก ‘ไต้หวัน’ หันมอง ‘ไทย’ ถึงเวลา? ที่ประเทศต้องมี ‘คู่มือเอาตัวรอด’ จากวิกฤต
หลายประเทศทั่วโลก เช่น สวีเดนและฝรั่งเศส ได้จัดทำคู่มือลักษณะเดียวกันเพื่อเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่ ทั้งสงคราม ภัยไซเบอร์ และข่าวปลอม
หลายประเทศทั่วโลก เช่น สวีเดนและฝรั่งเศส ได้จัดทำคู่มือลักษณะเดียวกันเพื่อเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่ ทั้งสงคราม ภัยไซเบอร์ และข่าวปลอม
เมื่อไม่นานมานี้ นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวถ้อยแถลงอย่างฮึกเหิม ระหว่างการประชุมด้านความมั่นคงระดับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก “แชงกรี-ลา ไดอะล็อก” ที่สิงคโปร์ โดยเรียกร้องให้นานาประเทศในภูมิภาคแห่งนี้เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ
พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐ เยือนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ่อยครั้ง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของสหรัฐกับประเทศพันธมิตร และหุ้นส่วนที่พึ่งพาความมั่นคงร่วมกัน กองทัพสหรัฐมี “ค่าความนิยมสำรอง” ที่น่าประหลาดใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้จะมีประวัติศาสตร์ต่อกันในสมัยสงครามเวียดนามก็ตาม
Photo: Sgt. Andrew King/US Marine Corps กองทัพอินโด-สหรัฐ นำพันธมิตรหลายชาติ ซ้อมรบร่วม ‘ซูเปอร์ การูด้า ชิลด์’ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กองทัพอินโดนีเซียและสหรัฐอเมริกา สมทบด้วยกองกำลังพันธมิตรอีก 5 ชาติ ได้เริ่มภารกิจซ้อมรบร่วมภายใต้ปฏิบัติการที่เรียกว่า “ซูเปอร์ การูด้า ชิลด์ 2023” ที่เมืองบาลูรัน จังหวัดชวาตะวันออกของอินโดนีเซีย ที่จะมีขึ้นเป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้ว ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะเป็นหลักประกันเสถียรภาพความมั่งคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กองทัพอินโดนีเซียแถลงว่า กองทัพได้ส่งกำลังพลจำนวน 2,800 นาย เข้าร่วมในปฏิบัติการซ้อมรบครั้งนี้ ที่เปิดฉากขึ้นแล้วโดยมี พล.อ.ยูโด มาร์โกโน ผู้บัญชาการกองทัพอินโดนีเซีย เป็นประธานในพิธีเปิด ขณะที่พล.อ.ชาร์ลส์ ฟลินน์ ผู้บัญชาการกองทัพประจำภูมิภาคแปซิฟิกของสหรัฐ ที่ส่งทหารอเมริกันเข้าร่วมในการซ้อมรบครั้งนี้กว่า 2,000 นาย กล่าวว่า ซูเปอร์ การูด้า ชิลด์…
เรือรบยูเอสเอส เคอร์ทิซ ในการซ้อมยิงขีปนาวุธรุ่นฮาร์ปูน ถ่ายเมื่อ 26 พฤษภาคม 2019 (ที่มา: แฟ้มภาพ/รอยเตอร์) รอยเตอร์รายงานว่า สภาคองเกรสเตรียมศึกษาและพัฒนาสารเคมีในเชื้อเพลิงของขีปนาวุธเพื่อเพิ่มระยะทำการในพื้นที่อินโด-แปซิฟิกให้ห่างจากจีนมากขึ้น แหล่งข่าวระดับผู้ช่วยในสภาคองเกรส 2 รายและแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 2 ราย กล่าวกับรอยเตอร์โดยไม่ออกนามว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน และสภาคองเกรส มีแผนที่จะดัดแปลงเชื้อเพลิงและน้ำหนักของขีปนาวุธเพื่อเพิ่มระยะการยิงอีกราวร้อยละ 20 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วุฒิสภาสหรัฐฯ เผยแพร่เนื้อหาของร่างกฎหมายที่จะใช้งบประมาณ 13 ล้านดอลลาร์ (ราว 448.2 ล้านบาท) ในการวางแผนและผลิตสารเคมีดังกล่าว โดยรอยเตอร์รายงานว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุมัติงบประมาณเกี่ยวกับยุทธภัณฑ์ที่มีมูลค่าถึง 8.8 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 30 ล้านล้านบาท) แม้จะยังมีการหารือทางรายละเอียดงบประมาณอยู่ รอยเตอร์รายงานว่า การป้องปรามจีนเป็นสิ่งที่ทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันเห็นชอบร่วมกันในทางหลักการแล้ว ไมค์ แกลลาเกอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กล่าวกับรอยเตอร์ว่า สหรัฐฯ จำเป็นที่จะต้องมีขีปนาวุธทำลายเรือที่อยู่ในระยะห่างไกลในจำนวนที่มากขึ้น เนื่องจากความกว้างใหญ่ของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและขนาดของกองทัพเรือของจีน …
วานนี้ (22 พฤษภาคม) แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าพบ เจมส์ มาเรบ นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี ก่อนที่ผู้แทนระดับสูงของทั้งสองประเทศจะร่วมลงนามในความร่วมมือด้านกลาโหม โดยสหรัฐฯ หวังคานอำนาจกับจีนในพื้นที่แถบอินโด-แปซิฟิก โดยสหรัฐฯ จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนกิจการด้านความมั่นคงของปาปัวนิวกินี โดยเฉพาะการฝึกเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกองทัพของปาปัวนิวกินี พร้อมท้ังจะขยายความร่วมมือไปยังมิติอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจ การรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ก่อนที่ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย และบลิงเคน จะเดินทางเข้าหารือกับบรรดาผู้นำประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกจำนวน 14 คน ที่กรุงพอร์ตมอร์สบี เมืองหลวงของปาปัวนิวกินี นับเป็นงานการประชุมครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศแห่งนี้ ตั้งแต่การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อปี 2018 โดยโมดีได้แสดงจุดยืนว่า “เราต่างเชื่อมั่นในความร่วมมือพหุภาคี เราสนับสนุนอินโด-แปซิฟิกที่เสรี เปิดกว้าง และโอบรับความหลากหลาย เราเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุก ๆ ประเทศ” แม้ทางการจีนจะไม่ได้มีข้อขัดข้องกับความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และปาปัวนิวกินี แต่ก็แสดงความกังวลใจไม่น้อยถึงกรณีการเพิ่มจำนวนกองกำลังสหรัฐฯ เข้ามายังภูมิภาคดังกล่าวนี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดเกมภูมิรัฐศาสตร์ที่ดุเดือดยิ่งขึ้นระหว่างสองมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐฯ ภายในภูมิภาค…
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว