สแกมเมอร์ในภูมิภาคอุษาคเนย์: ภัยคุกคามข้ามชาติในไทย กัมพูชา และเมียนมา

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีการสื่อสารก้าวกระโดด สแกมเมอร์ หรือ อาชญากรรมอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ กลายเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายประเทศ ไม่ใช่เฉพาะในภูมิภาคอาเซียน หรือเฉพาะในประเทศไทย กัมพูชา และเมียนมาที่กำลังเผชิญกับปัญหานี้อย่างรุนแรง

ไทยเสี่ยงเป็น “ศูนย์กลางฟอกเงินโลก” Data Bureau จะสกัดช่องโหว่คริปโตฯ-ทองคำ- แลกเงินได้จริง?

ดร.พิพัฒน์ฯ ชี้ช่องโหว่ 4 ช่องทางหลักที่เสี่ยงต่อการฟอกเงิน ได้แก่ คริปโต, ทองคำ, มูลนิธิ และ Non-Bankรัฐบาลเตรียมตั้ง Data Bureau เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินจากหลายหน่วยงาน

อ้างเป็นเจ้าหน้าที่หลอกโอนเงินไม่ใช้บัตร

กลลวงใหม่ มิจฉาชีพจะโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ และหลอกเหยื่อในกลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ เพื่อให้กดรับเงินผ่านแอปฯ ธนาคารในโทรศัพท์ โดยสอนกดตามทีละขั้นตอน จนเหยื่อเผลอและลวงเอาเลขรหัสถอนเงินไปใช้กลลวงที่มิจฉาชีพจะใช้ในวิธีการนี้

“แพลตฟอร์มดิจิทัลในมือทุนเทา” โรงงานสแกมเมอร์ สูบเลือดคนไทย

115,300 ล้านบาทต่อปี คือตัวเลขความเสียหายมหาศาลที่คนไทยต้องสูญเสียไปกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์บนโลกออนไลน์ ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนแค่ความเดือดร้อนส่วนบุคคลหรือคดีอาชญากรรมธรรมดาอีกต่อไป แต่กลายเป็น “วิกฤตการณ์ระดับชาติ” ที่กำลังกัดกินความมั่นคงของไทยอย่างรุนแรง ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ

ส่องคดีทุจริตโลก: เปิดโปงขบวนการใช้เพจเฟซบุ๊กปลอม หลอกขายบัตรโดยสาร จารกรรมข้อมูลส่วนตัว

ระบบโฆษณาของบริษัทเมต้าเองก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการหลอกลวงครั้งนี้ แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วเพจเหล่านี้จะมีผู้ติดตามไม่มากนัก แต่หลายเพจสามารถเผยแพร่โพสต์จากเว็บฟิชชิงได้อย่างมหาศาลด้วยโฆษณาแบบจ่ายเงินมากกว่า 9,000 รายการบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม

จับขบวนการขายข้อมูลประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย พบรั่วไหลกว่า 9 ล้านรายชื่อ

DE-ตำรวจ จับผู้ต้องหาขบวนการขายข้อมูลส่วนตัวประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย พบข้อมูลหลุดกว่า 9 ล้านรายชื่อ มูลค่าความเสียหาย 300 ล้านบาท กลุ่มผู้ต้องหารับว่าข้อมูลส่วนใหญ่ได้มาจากกลุ่มลักลอบทำเว็บพนันออนไลน์ แอปพลิเคชันกู้เงินออนไลน์ แอปพลิเคชันหลอกลวงขอข้อมูลผิดกฎหมาย ก่อนจะนำมาลักลอบขายให้กับมิจฉาชีพในตลาดมืด