![]()
ระบบโฆษณาของบริษัทเมต้าเองก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการหลอกลวงครั้งนี้ แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วเพจเหล่านี้จะมีผู้ติดตามไม่มากนัก แต่หลายเพจสามารถเผยแพร่โพสต์จากเว็บฟิชชิงได้อย่างมหาศาลด้วยโฆษณาแบบจ่ายเงินมากกว่า 9,000 รายการบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม
ส่องคดีทุจริตโลก สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) สัปดาห์นี้ขอนำเสนอข่าวซึ่งสอดคล้องกับกรณีบริษัทเมต้า ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก กำลังถูกตรวจสอบในหลายประเทศ หลังจากที่รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่ารายได้ 10% ของบริษัทเมต้าจากรายได้ทั้งหมด 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (517,440,000,000 บาท) มาจากโฆษณาที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การหลอกลวงและการพนันออนไลน์
จากข่าวดังกล่าว สำนักข่าวอิศราตรวจสอบข้อมูลข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ก็พบว่าในเดือน ก.ค.2568 สำนักข่าว Maldita ของประเทศสเปนเองก็ได้มีการลงบทความในข่าวสืบสวนเกี่ยวกับกรณีที่มีเพจเฟซบุ๊กในหลายประเทศหาประโยชน์จากการทำตัวเป็นเพจให้บริการขนส่งสาธารณะ แต่กลับเชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ มีรายละเอียดดังนี้
ตั้งแต่กรุงดาการ์ในเซเนกัลไปจนถึงกรุงอัสตานาในคาซัคสถาน พบข้อมูลว่าในประเทศเหล่านี้ มีเพจเฟซบุ๊กที่แอบอ้างว่าเป็นบริการขนส่งสาธารณะในท้องถิ่น ต่างเสนอบัตรโดยสารในราคาถูกมาก นั่นคือจุดเริ่มต้นของการหลอกลวง เป้าหมายที่แท้จริงของเพจเหล่านี้คือการหลอกล่อผู้ใช้ไปยังเว็บฟิชชิ่ง (เว็บไซต์ปลอมที่ทำเสมือนเว็บไซต์ทางการของจริง)เพื่อขโมยข้อมูลบัตรเครดิต
โดยสำนักข่าว Maldita พบหน้าเว็บที่เลียนแบบการหลอกลวงนี้ถึง 1,075 หน้าเว็บไซต์ ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2567 ถึงกรกฎาคม 2568 ใน 746 เมืองและภูมิภาค ใน 60 ประเทศ
กลโกงนี้ไม่เพียงแต่เข้าถึงได้ทั่วโลกเท่านั้น แต่โครงสร้างก็เช่นกัน จากข้อมูลที่เมต้าระบุ เชื่อว่าผู้ดูแลระบบมากกว่าครึ่งอยู่ในเวียดนาม ขณะที่โดเมนที่โปรโมตเพจส่วนใหญ่ พบว่าที่อยู่ตามไอพีแอดเดรส เพียงสองที่อยู่จากผู้ให้บริการรายเดียวกันในรัสเซีย
ระบบโฆษณาของบริษัทเมต้าเองก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการหลอกลวงครั้งนี้ แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วเพจเหล่านี้จะมีผู้ติดตามไม่มากนัก แต่หลายเพจสามารถเผยแพร่โพสต์จากเว็บฟิชชิงได้อย่างมหาศาลด้วยโฆษณาแบบจ่ายเงินมากกว่า 9,000 รายการบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม
แม้ว่าเมต้าจะลบโฆษณาอย่างน้อยหนึ่งรายการใน 55% ของเพจเหล่านี้เนื่องจากละเมิดกฎการโฆษณาก็ตาม แต่เพจทั้งหมดยังคงสามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ อย่างน้อยก็ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 แม้ว่าจะผ่านไปหลายเดือนแล้วหลังจากเพจเหล่านี้ได้เริ่มทำกิจกรรม
@โครงสร้างระหว่างประเทศสำหรับการหลอกลวง
นอกเหนือจากเนื้อหาของโพสต์ที่โปรโมตการหลอกลวงแล้ว เมต้ายังมีสัญญาณเตือนอื่นๆ ที่บ่งชี้ว่านี้ไม่ใช่การกระทำที่โดดเดี่ยวแยกอกจากกัน แต่เป็นเครือข่ายที่ประสานงานกันและสามารถนำไปดำเนินการได้ เกือบหนึ่งในห้าของบางเพจมีการเปลี่ยนชื่อในบางช่วงเวลา และหลายเพจถูกนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อเสนอบริการขนส่งตามเมืองต่างๆ
ยกตัวอย่างเช่น เพจหนึ่งที่ตอนแรกแอบอ้างว่าเป็นหน่วยงานขนส่งสาธารณะของเมืองเลออาฟวร์ ในฝรั่งเศส แต่ต่อมาเพจนั้นก็ถูกเปลี่ยนเป็นบริษัทขนส่ง ณ เมืองปีเตอร์โบโรห์ สหราชอาณาจักร (ดูภาพประกอบ)
ข้อมูลจาก webarchive ระบุว่าเพจเฟซบุ๊กเดิมได้มีการเปลี่ยนชื่อเมืองให้บริการขนส่งสาธารณะ
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีเพจอื่นๆ ที่ใช้รูปแบบการตั้งชื่อซ้ำๆ ก่อนที่จะถูกเปิดใช้งานเพื่อจุดประสงค์ในการหลอกลวง
กลโกงนี้แพร่หลายไปทั่วโลก ไม่ใช่เพราะแค่มันส่งผลกระทบต่อเมืองใน 60 ประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเพราะโครงสร้างของผู้ก่อเหตุดูเหมือนจะกระจายไปทั่วโลกด้วย
บริษัทเมต้าให้ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของผู้ดูแลระบบของเพจหลอกลวงเหล่านี้จำนวนมากที่แอบอ้างว่าให้บริการขนส่งในท้องถิ่น
ซึ่งพบว่ามีเพียงกรณีเดียวเท่านั้นที่ตำแหน่งที่ตั้งของผู้ดูแลระบบตรงกับประเทศในเพจเฟซบุ๊กที่อ้างไว้ ในทางกลับกัน ยังมีกรณีอื่นๆ เช่น ระบบขนส่งสาธารณะที่อ้างว่าเป็นของเมืองไบรตัน สหราชอาณาจักร ซึ่งบริหารจัดการเพจเฟซบุ๊กโดยผู้ดูแลระบบสองคนที่ประจำการอยู่ที่ประเทศไทยและเวียดนาม
ประเทศที่เพจเฟซบุ๊กขนส่งสาธารณะปลอมอ้างว่าให้บริการ
ตำแหน่งของแอดมินผู้ดูแลเพจขนส่งสาธารณะปลอม
ในบรรดาผู้ดูแลระบบ 515 รายที่บริษัทเมต้าระบุตำแหน่งไว้ มากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในเวียดนามสุดรองลงมาคือยูเครน บังกลาเทศ และสหรัฐอเมริกา
แม้ว่าจะมีข้อมูลว่ามีผู้ดูแลระบบเพจเฟซบุ๊กปลอมเพียงเจ็ดราย ซึ่งมีตำแหน่งที่ตั้งชัดเจนว่าอยู่ในประเทศสหภาพยุโรป แต่ 68% ของเพจปลอมแปลงกลับแอบอ้างว่าเป็นเพจเกี่ยวกับการให้บริการขนส่งสาธารณะที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป
ประเทศที่มีเพจปลอมมากที่สุด ได้แก่ ฝรั่งเศส สเปน สหราชอาณาจักร และอิตาลี ส่วนเมืองบาร์เซโลนาเป็นเมืองที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในโลก โดยมีเพจมากกว่า 20 เพจที่พยายามแอบอ้างเป็นบริการขนส่งสาธารณะในบาร์เซโลนา
20 อันดับประเทศที่มีเพจปลอมเกี่ยวกับขนส่งสาธารณะมากที่สุด
ย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายน สำนักข่าวได้รายงานเพจข้อมูลเฟซบุ๊กปลอม 58 เพจให้บริษัทเมต้า ทราบ โดยเพจเหล่านี้ใช้บริการโปรโมตการหลอกลวงผ่านโฆษณาในสเปน สำนักข่าวได้ใช้กลไกการรายงานข้อมูลที่กำหนดโดยพระราชบัญญัติบริการดิจิทัล (DSA) ของสหภาพยุโรป แต่หนึ่งสัปดาห์ต่อมา 93% ของเพจเหล่านั้นยังคงใช้งานอยู่
แนวโน้มที่คล้ายคลึงกันของการทำงานของเพจปลอม มุ่งเน้นไปที่ยุโรป ซึ่งมักมีการใช้แพลตฟอร์มโฆษณาของเมต้า เพื่อโปรโมตกลโกงนี้ จากข้อมูลที่บันทึกการโฆษณาของเมต้า ระบุว่า ในบรรดาโฆษณากว่า 9,100 รายการที่เผยแพร่บนหน้าเว็บเหล่านี้ มีเพียง 20 รายการเท่านั้นที่อยู่ในประเทศนอกเหนือจากยุโรป
@โดเมนที่อยู่ในรัสเซีย
จากข้อมูลของเมต้า พบว่าเพจหลอกลวงเหล่านี้ดำเนินการมาจากผู้ดูแลระบบซึ่งอยู่ใน 30 ประเทศ โดยเวียดนามเป็นประเทศที่พบผู้ดูแลระบบมากที่สุด แต่เมื่อวิเคราะห์ลิงก์ที่โปรโมตในโพสต์เหล่านี้ พบว่ามีอีกประเทศหนึ่งที่สำคัญ นั่นคือรัสเซีย
เป้าหมายของเพจเฟซบุ๊กหลอกลวงเหล่านี้คือการดึงดูดให้ผู้คนคลิกลิงก์ที่นำไปยังเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานต้องกรอกหมายเลขบัตรเครดิต ซึ่งผู้ใช้งานคาดว่าเป็นการชำระเงินค่าบัตรโดยสารลดราคา
จากการวิเคราะห์ของสำนักข่าว พบว่าเพจเฟซบุ๊กมากกว่าครึ่งหนึ่งเชื่อมโยงไปยังโดเมนที่มีที่อยู่ไอพีแอดเดรส สองแห่ง ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นของผู้ให้บริการรายเดียวกันในรัสเซีย
หน้าเพจเว็บฟิชชิ่งที่ให้มีการกรอกข้อมูลส่วนตัว
จากจำนวนเพจเฟซบุ๊กที่ตรวจพบทั้งหมด 1,075 เพจ พบว่า 590 เพจที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงนี้ ได้โปรโมตลิงก์ไปยังโดเมน ที่มีผู้ให้บริการรายเดียวกันในรัสเซียคือ JSC Selectel ซึ่งใช้เซิร์ฟเวอร์เดียวกัน โดยมีผู้ให้บริการรายนี้มี 2 ไอพีแอดเดรส
เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่าเนื้อหาเกือบจะเหมือนกัน เพียงแต่ปรับให้เหมาะกับแต่ละเมืองเป้าหมาย และโฆษณามีรูปแบบการโปรโมตแบบเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าเพจเฟซบุ๊กปลอมเหล่านี้อาจได้รับการจัดการโดยบุคคลหรือองค์กรเดียวกัน
ที่มา สำนักข่าวอิศรา / วันที่เผยแพร่ 10 พฤศจิกายน 2568
Link https://www.isranews.org/article/isranews-scoop/143006-FakeFacebook.html










