ชาวมาเลเซียชุมนุมต้าน “ทรัมป์” ประณามเหตุสังหารหมู่ในกาซา

กลุ่มผู้ประท้วงชาวมาเลเซียรวมตัวกันที่จัตุรัสเมอร์เดกา ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อจัดการชุมนุม “ฮิมปูนัน บันตาห์ ทรัมป์” (Himpunan Bantah Trump) หรือการชุมนุมต่อต้านทรัมป์ โดยมีเป้าหมายหลักคือการประท้วงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา และแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวปาเลสไตน์ การประท้วงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเยือนมาเลเซียของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน

60 ประเทศลงนามสนธิสัญญาอาชญากรรมไซเบอร์ แม้กลุ่มสิทธิต่อต้าน

เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ต.ค. 2568 มากกว่า 60 ประเทศร่วมลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ฉบับแรกขององค์การสหประชาชาติ ที่การประชุมในกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม แม้จะมีเสียงคัดค้านจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี และกลุ่มสิทธิมนุษยชน ที่เตือนว่าสนธิสัญญานี้อาจทำให้ขอบเขตการสอดแนมของรัฐเพิ่มขึ้น

เกิดเหตุปาก้อนหินเข้าใส่ขบวนรถของประธานาธิบดีโนโบอา

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์ระทึกขึ้นกับประธานาธิบดีดาเนียล โนโบอา ของเอกวาดอร์ ที่ถูกฝูงชนปิดล้อมโจมตีด้วยการขว้างปาก้อนหินเข้าใส่ขบวนรถของประธานาธิบดีโนโบอา ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งหนึ่งในคณะรัฐมนตรีชี้ว่าเป็นความพยายามลอบสังหารผู้นำเอกวาดอร์ โดยอ้างว่ามีร่องรอยความเสียหายจากกระสุนปรากฏบนรถยนต์ของประธานาธิบดีโนโบอาด้วย

ทรัมป์อ้างจลาจลในพอร์ตแลนด์ส่งกองทัพพิทักษ์ชาติเข้าคุม-จ่อใช้กม. Insurrection Act

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ Newsmax โดยกล่าวอ้างแบบไม่มีหลักฐานเมื่อวันจันทร์ (6 ต.ค.) ว่า มีการก่อจลาจลเกิดขึ้นในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน ขณะที่เขาต้องการส่งกองทัพพิทักษ์ชาติ (National Guard) ไปประจำเมืองดังกล่าว ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทรัมป์ระบุว่า อาชญากรรมกำลังเพิ่มสูงขึ้น

เกิดเหตุประท้วงที่กรุงทบิลิซี ประเทศ​จอร์เจีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจในประเทศจอร์เจียปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่พยายามบุกเข้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงทบิลิซี เมืองหลวงของประเทศ โดยกองกำลังรักษาความสงบต้องใช้ทั้งปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และสเปรย์พริกไทย เพื่อสลายการชุมนุม

จีนแถลงกฎ “4 ข้อห้ามทำ” เตือนกงสุลสหรัฐฯ ประจำฮ่องกงคนใหม่

สืบเนื่องจากก่อนหน้านั้นในวันพฤหัสบดี ซุย เจียนชุน นักการทูตเบอร์หนึ่งของจีนในฮ่องกง ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ว่า ตนได้เข้าพบกับอีเดห์ในวันอังคาร (30 ก.ย.) “เพื่อยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อพฤติกรรมของเธอนับตั้งแต่เธอปฏิบัติหน้าที่” เรียกร้องให้อีเดห์“ยึดมั่นตามปทัสฐานควบคุมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงการไม่แทรกแซงกิจการภายใน และตัดขาดกับกองกำลังต่อต้านจีน”