ศาลสหรัฐยกเลิกคำสั่งของรัฐมอนทานาที่จะห้ามใช้งาน TikTok

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ ขัดขวางคำสั่งห้ามของรัฐมอนทานาในการใช้แอปแชร์วิดีโอสั้น TikTok ที่จะมีผลในวันที่ 1 มกราคม โดยระบุว่าการสั่งห้ามใช้แอปดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีของผู้ใช้ การสั่งห้ามของรัฐ “ละเมิดรัฐธรรมนูญในหลายรูปแบบ” และ “การใช้อำนาจรัฐเกินขอบเขต”

กต. เผย เมียนมาช่วยส่ง 266 คนไทยจากเล่าก์ก่ายไปชายแดนจีนแล้ว เตรียมส่งเครื่องบินรับกลับจากคุนหมิง

กระทรวงการต่างประเทศรายงานความคืบหน้าในการช่วยเหลือกลุ่มคนไทยออกจากเมืองเล่าก์ก่ายของเมียนมา โดยล่าสุดวันนี้ (19 พฤศจิกายน) ทางการเมียนมาได้ช่วยจัดส่งคนไทย 266 คน จากเมืองเล่าก์ก่ายไปยังชายแดนจีน และทางการจีนได้อนุญาตให้กลุ่มคนไทยดังกล่าวข้ามชายแดนเข้าไปยังจีนเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว

รวม 7 ข้อมูลสำคัญที่รัฐบาลจีนปกปิด กังวลเสียเปรียบให้สหรัฐ

  บลูมเบิร์ก รวบรวม 7 ข้อมูลสำคัญที่รัฐบาลจีนปกปิด เมื่อเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวมีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ และอาจทำให้จีนเสียเปรียบสหรัฐ   สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า การระงับเปิดเผยข้อมูลอัตราการว่างงานคนหนุ่มสาวจีนในสัปดาห์นี้ เป็นการระงับข้อมูลล่าสุดของประเทศยักษ์ใหญ่ในเอเชีย ที่มักปกปิดข้อมูลอ่อนไหว โดยเฉพาะข้อมูลที่ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจประเทศที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง   จีนประสบกับภัยคุกคามมากมาย ที่ส่งผลต่อการขยายเศรษฐกิจให้เติบโตตามเป้าในปีนี้ จึงเริ่มไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญต่อสาธารณะ และการต่อสู้ทางอุดมการณ์ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กับสหรัฐ ทำให้รัฐบาลปักกิ่งหวงข้อมูลมากขึ้น เพราะเชื่อว่าอาจสร้างความได้เปรียบให้กับรัฐบาลโจ ไบเดนได้   7 ข้อมูลสำคัญของจีนที่ถูกระงับเผยแพร่ มีดังนี้   1. ปกปิดอัตราว่างงานคนหนุ่มสาว อัตราการว่างงานคนหนุ่มสาวช่วงอายุ 16-24 ปี แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.3% เมื่อเดือนมิ.ย. ซึ่งหนุ่มสาวจีน 1 ใน 5 ไร้งาน ถือเป็นปัญหาต่อพรรคคอมมิวนิสต์ ที่ต้องการสร้างเสถียรภาพทางสังคม   การระงับข้อมูลชนิดนี้ รัฐบาลอ้างว่ามีความจำเป็นต้องหาวิธีประเมินใหม่ เพราะการคำนวณอัตราการว่างงานมีความซับซ้อน รัฐบาลคิดว่าธรรมชาติของเศรษฐกิจ และรูปแบบแรงงานเปลี่ยนแปลงไป ทำให้การคำนวณอัตราการว่างงานคนกลุ่มนี้ไม่สะท้อนความเป็นจริง จึงเกิดข้อสงสัยมากมายต่อความเคลื่อนไหวนี้   อย่างไรก็ตาม…

รู้จักหนังสือ’จ้าวจื่อหยาง’ที่รัฐบาลจีนแบนโดยไม่ต้องประกาศห้ามเผยแพร่

    คำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ห้ามเผยแพร่หนังสือ “Rama X : The Thai Monarchy King Vajiralongkorn” เขียนโดยปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ทำให้ชื่อปวินติดเทรนด์ทวิตเตอร์ นักวิชาการแสดงความเห็นบนโลกออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง   นักวิชาการบางรายตั้งข้อสังเกตถึงวิธีปฏิบัติของรัฐบาลจีนเมื่อครั้งอดีต แบนหนังสือของ “จ้าวจื่อหยาง” โดยไม่ต้องออกคำสั่งห้ามเผยแพร่ให้เอิกเกริก   ทันทีที่มีข่าวเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 370/2566 เรื่อง ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร “Rama X : The Thai Monarchy King Vajiralongkorn” เขียนโดยปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ มีเนื้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน ผู้ใดฝ่าฝืนคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท   นักวิชาการจำนวนหนึ่งแสดงความเห็นบนโลกออนไลน์ มองว่า คนที่อ่านหนังสือเล่มนี้เป็นคนที่อยู่ในต่างประเทศอยู่แล้วไม่ใช่คนไทย ขณะที่อีกคนเสริมว่า คนในต่างประเทศอาจไม่นึกอยากอ่านแต่พอรู้ว่าถูกห้ามเผยแพร่ในประเทศไทยก็จะตามไปซื้ออ่าน เหมือนกับหนังสือที่ถูกแบนในประเทศจีนแล้วกลายเป็นหนังสือขายดี Best…

บริษัทเจ้าของ TikTok ถูกกล่าวหาช่วยรัฐบาลจีนสอดแนมข้อมูลนักเคลื่อนไหว

  China: ByteDance บริษัทเจ้าของ TikTok ถูกกล่าวหาว่า เปิดช่องให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน เข้าถึงข้อมูลของนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมือง และผู้ประท้วงชาวฮ่องกง   หยู หยินเทา อดีตผู้บริหาร ByteDance บริษัทเจ้าของ TikTok ระบุในการยื่นฟ้องต่อศาลของสหรัฐฯ ว่า ByteDance ถูกกล่าวหาว่าเปิดช่องให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน เข้าถึงข้อมูลของนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมือง และผู้ประท้วงชาวฮ่องกง รวมถึงยังสามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ TikTok ของสหรัฐฯ ได้ด้วย   ขณะที่ ผู้ใช้ที่อัปโหลดเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการประท้วง ยังถูกระบุตัวและตรวจสอบได้อีกเช่นเดียวกัน   ด้านโฆษกของ ByteDance ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว โดยอธิบายว่าไม่มีมูลความจริง   ข้อกล่าวหาดังกล่าว อยู่ในการยื่นฟ้องของศาลสูงซานฟรานซิสโกในสัปดาห์นี้ เป็นส่วนหนึ่งของการฟ้องร้องโดยหยู ที่อ้างว่าสมาชิกของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ สามารถเข้าถึงข้อมูลบัญชีผู้ใช้พิเศษ ซึ่งอนุญาตให้พวกเขาดูข้อมูลทั้งหมดที่ ByteDance รวบรวมได้ นอกจากนี้ เขายังกล่าวหาว่า สมาชิกคณะกรรมการไม่ใช่พนักงานของ ByteDance แต่อยู่ที่สำนักงานของบริษัทในกรุงปักกิ่ง   หยู ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมของ ByteDance ในสหรัฐฯ ประมาณ…

ติ๊กต๊อก : ทำไมโลกตะวันตกมองว่าบริษัทไอทีจีนเป็นภัยต่อความมั่นคง

    สภาคองเกรสของสหรัฐฯ เพิ่งเสร็จสิ้นการไต่สวนอย่างเคร่งเครียดกับนายโชว ซื่อ ชิว ซีอีโอของติ๊กต๊อก (Tik Tok) แอปพลิเคชันดูวิดีโอยอดนิยม หลังเกิดความระแวงสงสัยเรื่องความปลอดภัยของสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์มนี้ ซึ่งหลายประเทศกังวลว่าติ๊กต๊อกอาจมีสายสัมพันธ์ลับกับรัฐบาลจีน   ล่าสุดรัฐบาลสหรัฐฯขู่ว่า หากติ๊กต๊อกไม่ยอมขายกิจการในสหรัฐฯ ให้กับทางการ หรือยังคงยืนกรานจะอยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัทแม่ที่จีนต่อไป รัฐบาลสหรัฐฯ จะออกคำสั่งแบนติ๊กต๊อก โดยห้ามชาวอเมริกันใช้งานแอปพลิเคชันนี้อย่างเด็ดขาด   ชาติตะวันตกหลายประเทศได้ดำเนินมาตรการสกัดกั้นบริษัทด้านเทคโนโลยีของจีน โดยนอกจากติ๊กต๊อกแล้วยังมีแอปพลิเคชันและสื่อสังคมออนไลน์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับจีนถูกสั่งแบนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเกรงว่าการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้ความลับสำคัญรั่วไหล จนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ   มีมาตรการอะไรบ้างที่จำกัดการใช้งานติ๊กต๊อก   ติ๊กต๊อกเป็นสื่อสังคมหรือโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มหนึ่ง ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างและเผยแพร่คลิปวิดีโอสั้น ๆ โดยบริษัทแม่ของติ๊กต๊อกคือ “ไบต์แดนซ์” (ByteDance) บริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน   ติ๊กต๊อกเริ่มดำเนินกิจการในปี 2016 และได้กลายมาเป็นหนึ่งในสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมสามอันดับแรกของโลก โดยมีผู้ใช้งานถึงกว่า 1,000 ล้านคนต่อเดือน   อย่างไรก็ตาม ชาติตะวันตกและพันธมิตรหลายประเทศได้เริ่มจำกัดการใช้งานติ๊กต๊อกเมื่อไม่นานมานี้ โดยแคนาดา เบลเยียม เดนมาร์ก นิวซีแลนด์ ไต้หวัน สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ออกคำสั่งให้ลบแอปพลิเคชันดังกล่าวออกจากสมาร์ทโฟนของหน่วยงานและองค์กรภาครัฐ…