เตรียมซ้อมใหญ่แผนต่อต้านก่อการร้าย เพื่อความปลอดภัยการประชุม “เอเปค”

  “ผบ.ตร.” เผย มีการซ้อมใหญ่รถนำขบวนผู้เข้าร่วมประชุม เพราะจะมีการซ้อมใหญ่อีกครั้งในวันที่ 12 พฤศจิกายน ส่วนวันที่ 11 พฤศจิกายน จะมีการซักซ้อมแผนต่อต้านก่อการร้าย   พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงมาตรการความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยการประชุม “เอเปค” ว่า หลังจากที่เมื่อวานนี้มีการซ้อมใหญ่รถนำขบวนผู้นำประเทศเศรษฐกิจ ที่เข้าร่วมประชุม เพราะจะมีการซ้อมใหญ่อีกครั้ง วันที่ 12 พฤศจิกายน ส่วนวันที่ 11 พฤศจิกายน จะมีการซักซ้อมแผนต่อต้านการก่อการร้าย ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์   ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการซักซ้อมแผนต่าง ๆ เช่นการดูแล “ความปลอยภัย” ที่พัก ที่ประชุม การก่อความไม่สงบหรือการประท้วงชุมนุมต่าง ๆ ก่อนที่จะมีการเปิดศูนย์การทำงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าศูนย์   เตรียมความปลอดภัย   ส่วนการก่อเหตุความไม่สงบขณะนี้ยังไม่มีการข่าวที่ชัดเจนว่าจะมีการก่อเหตุ แต่ “ตำรวจ” ได้มีการตั้งจุดตรวจคัดกรองตั้งแต่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 มาจนถึงกรุงเทพฯ…

เช็คมาตรการเฝ้าระวัง “กลุ่มป่วนใต้ – ผกร.หน้าขาว” สกัดป่วนเอเปค

  ใกล้ถึงวันประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคเข้ามาทุกที การเตรียมความพร้อมของฝ่ายต่าง ๆ ก็มีความคืบหน้าเป็นลำดับ   โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกให้กับผู้นำ มาตรการด้านการจราจร และการรักษาความปลอดภัย มีการซ้อมแผนเสมือนจริงกันเป็นระยะ ทั้งแบบเปิดให้สื่อมวลชนสังเกตการณ์ และแบบปิดลับ   แต่ความอ่อนไหวของสถานการณ์ก็คือ เรามีปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผู้ก่อเหตุรุนแรงไม่ได้ก่อเหตุเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัด ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กับอีก 4 อำเภอของสงขลาเท่านั้น แต่เคยข้ามออกมาก่อเหตุนอกขายแดนใต้แล้วหลายครั้ง รวมทั้งกรุงเทพฯ (ดูกราฟฟิกประกอบ)     ในจำนวนระเบิดนอกพื้นที่ชายแดนใต้ทั้งหมดนั้น มีอยู่ 2 ครั้งที่เป็นการก่อเหตุช่วงเดียวกับการประชุมระดับนานาชาติที่ไทยเป็นเจ้าภาพ     @@ ย้อนเหตุการณ์บึ้มป่วนช่วงประชุมนานาชาติ   หนึ่ง คือ เหตุลอบวางระเบิดป่วนย่านเศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวของ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน (ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, สุราษฎร์ธานี, พังงา, นครศรีธรรมราช และ ประจวบคีรีขันธ์) เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 10-12 ส.ค.59 ในพื้นที่…

สั่งตั้งวอร์รูมรวมทุกหน่วยการข่าวสกรีนเข้ม กลุ่มเคลื่อนไหวช่วงประชุมเอเปก

  วงถกสภากลาโหม “หน่วยงานข่าวกรอง” รายงานจับตาทุกกลุ่มเคลื่อนไหวอาจก่อความรุนแรงช่วงประชุมเอเปก ตั้งวอร์รูมรวมทุกหน่วยการข่าวสกรีนเข้ม พร้อมวาง 3 แผนรักษาความปลอดภัย   เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 10/2565 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน หน่วยงานด้านการข่าวได้สรุปกลุ่มเฝ้าระวัง กลุ่มที่เคลื่อนไหวอาจจะกระทบภาพลักษณ์ประเทศ เป็นกลุ่มที่ต้องจับตา รวมถึงกลุ่มที่เคยก่อความรุนแรงทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องจับตาด้วยเช่นกัน ในการประชุมเอเปก   ทั้งนี้ จะมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านการข่าวส่วนหน้า โดยมีสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) เป็นแกนหลัก กองบัญชาการตำรวจสันติบาล หน่วยข่าวกรองทางทหาร (ขกท.) และศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมแผนรักษาความปลอดภัยโดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.เส้นทาง 2.สถานที่ และ 3.ผู้นำ ทั้งนี้ ขณะนี้สถานการณ์ในภาพรวมยังไม่พบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ   ด้าน พ.อ.จิตนาถ ปุณโณทก รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม…

สอศ.ยกระดับแผนสถานศึกษาปลอดภัยเชิงรุก สกัดเหตุความรุนแรง

  ผอ.ศูนย์ความปลอดภัยฯ สอศ. ถกเข้มมาตรการสถานศึกษาปลอดภัย ยกระดับแผนงานเชิงรุกตั้ง 7 กลุ่ม เฝ้าระวังเหตุเด็กช่างตีกันเขต กทม. และปริมณฑล   เมื่อวันที่ 21 ต.ค. นายทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (ศป.สอศ.) หรือ VEC Safety Center เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมวางแผนป้องกันแก้ไขปัญหาพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา และมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา (การใช้อาวุธปืนและยาเสพติด) เชิงรุก กลุ่มสถานศึกษาเฝ้าระวังป้องกันเหตุทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล จำนวนกว่า 50 แห่ง   เพื่อวางแผนป้องกันเหตุ ความรุนแรงและพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักเรียน นักศึกษา ตามนโยบายสถานศึกษาปลอดภัย MOE Safety Center น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ที่มอบหมายให้ว่าที่ร้อยตรี ดร.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)…

‘ผบ.ตร.’ เตรียมกำลังตำรวจกว่า 2 หมื่นนาย คุมเข้มการประชุมเอเปค!

  “ผบ.ตร.” เตรียมกำลังตำรวจกว่า 2 หมื่นนาย คุมเข้มการประชุมเอเปค! พร้อมเฝ้าระวังภัยคุกคามในประเทศ และต่างประเทศ ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด   พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยืนยันการดูแลความพร้อมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) 2022 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2565 โดยได้มีการเตรียมความพร้อมต่าง ๆ ไว้แล้ว ทั้งการดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกผู้นำทุกชาติที่เข้าร่วมการประชุม ดูแลสถานที่จัดการประชุมโรงแรมที่พัก   “ตำรวจไม่ประมาท จะจัดกำลังดูแลทั้งด้านในและด้านนอก รวมถึงจุดสูงข่มต่าง ๆ รวมถึงรับผิดชอบการจราจร การอำนวยความสะดวกขบวน VIP และผู้นำชาติตามเส้นทางที่เดินทาง ซึ่งได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบหลัก” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าว   อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นพร้อมเตรียมกำลังตำรวจเกือบ 20,000 นาย ภาพรวมการเตรียมความพร้อมใกล้สมบูรณ์แล้ว โดยจะมีการประชุมร่วมกันทั้งตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาคต่าง ๆ อีกครั้ง…

บุกจุดเกิดเหตุ #กราดยิง “การรักษาความปลอดภัยไทย” สอบตกมาตรฐานโลก!!

  หลากหลายอารมณ์ที่ถ่ายทอดออกมาทางโซเชียลฯ ดรามาสนั่น “สื่อต่างชาติ” บุกถ่ายจุดกราดยิงหนองบัวลําภู ตอกย้ำความเจ็บปวด ทั่วโลกจับตามอง การทำงานของเจ้าหน้าที่ ด้านนักอาชญาวิทยาสะท้อนไร้มาตรฐานความปลอดภัย-การเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุอาชญากรรม!?   เจตนาดี-รุกล้ำพื้นที่เกิดอาชญากรรม?     ยังคงเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจ และสร้างความสะเทือนใจของทั่วมุมโลก กับเหตุการณ์อาชญานาฏกรรม “กราดยิงหนองบัวลำภู” อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่ยังคงเป็นปัญหา จนสังคมวิจารณ์กัน คือ การทำหน้าที่เสนอข่าวของสื่อมวลชน ที่อาจมีความสุ่มเสี่ยง ตอกย้ำแผลในใจครอบครัวผู้เสียชีวิต   ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุด พบ ผู้สื่อข่าว CNN (สำนักข่าวต่างประเทศ) เข้าไปนำเสนอข่าวข้างในอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่เกิดเหตุได้ ทั้งที่ด้านนอกมีการกั้นรั้วอยู่ ทำให้คนสงสัยว่า เข้าไปได้อย่างไร   บางคนมองว่า เป็นการปีนรั้วเข้าไปนำเสนอข่าว โดยมีการได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษหรือไม่ รวมทั้งตั้งข้อสงสัยถึงมาตรการดูแลของเจ้าหน้าที่ ที่ไม่รัดกุมและมีมาตรฐานที่ดีพอ     อย่างไรก็ดี ทางสถานีข่าว CNN ออกแถลงการณ์ถึงการรายงานจากภายในจุดเกิดอาชญากรรมในครั้งนี้ ว่า ได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ทีมข่าวเข้าไปในอาคารด้วยเจตนาดี เพื่อให้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน ซึ่งตอนนี้ได้ระงับการเผยแพร่แล้ว   “ทีมข่าวได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข…