4 เหตุผลที่ ‘ภาษีทรัมป์’ จะอยู่ตลอดไป แม้ทรัมป์จะไม่อยู่

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาโดนัลด์ ทรัมป์สร้าง “ระเบียบการค้าใหม่” ที่เปลี่ยนจากระเบียบแบบเดิมมาเป็นระบบที่ภาษีถูกกำหนดตามอำเภอใจของประธานาธิบดี แคนาดา และอินเดียต้องเผชิญภาษี 35-50% เพียงเพราะทำให้ทรัมป์โกรธ ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ต้องรีบเข้าไป “ขอดีล” เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ส่วนประเทศคู่ค้าอื่นๆ อีกหลายสิบประเทศต้องเผชิญ “ภาษีตอบโต้” 10-41% ซึ่งมีผลตั้งแต่ 7 ส.ค.2025

เลิกมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี-สกัดมือที่3 กรณีศึกษา“อินโดนีเซีย”จบข้อตกลงทรัมป์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประกาศข้อตกลงการค้าสำคัญกับอินโดนีเซีย ซึ่งจะช่วยให้ชาวอเมริกันสามารถเข้าถึงตลาดในอินโดนีเซีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ และเปิดประตูสู่ความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับภาคการผลิต เกษตรกรรม และดิจิทัลของอเมริกาภายใต้ข้อตกลงนี้ อินโดนีเซียจะจ่ายภาษีศุลกากรต่างตอบแทนให้แก่สหรัฐในอัตรา 19% และมีเงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐและอินโดนีเซีย ประกอบด้วย

เศรษฐศาสตร์ภาษีทรัมป์ การฟื้นฟู หรือความเสี่ยงซ่อนเร้น?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และทีมเศรษฐกิจของทำเนียบขาว กำลังเร่งสรุปข้อตกลงทางการค้าก่อนถึงกำหนดเส้นตายที่ตั้งขึ้นเอง ซึ่งจะนำไปสู่การปรับขึ้นภาษีต่างตอบแทนครั้งใหญ่สำหรับหลายสิบประเทศทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงภาษีเหล่านี้กลายเป็นส่วนสำคัญของการบริหารราชการประจำวัน ทรัมป์ให้เหตุผลมากมายว่าเพราะเหตุใดตัวเขาจึงเชื่อว่า การกำหนดภาษีศุลกากรเป็นส่วนสำคัญของนโยบาย

โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: สงครามการค้าเริ่มสงบ นโยบายภาษีทรัมป์ เริ่มออกดอกผล?

โลกกำลังอยู่ในช่วง สงครามการค้าครั้งใหญ่ ที่เริ่มโดย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐที่ประกาศเก็บภาษีศุลกากรต่างตอบแทนแก่หลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศจีนที่ตอบโต้กลับการคิดภาษีของสหรัฐ จนทรัมป์อัดภาษีศุลกากรแก่สินค้าจีนด้วยอัตราสูงถึง 145% ส่วนจีนก็ไม่ยอมลงให้ ซ้ำยังตอบโต้กลับทันทีด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐสูง 125% ถือเป็นการเปิดฉากสงครามการค้าระหว่างประเทศเขตเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 1 และ 2 ของโลก ท่ามกลางความวุ่นวายนานหลายสัปดาห์ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา