‘การสื่อสารที่ชัดเจน’ คือหัวใจ การจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์

ในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์มาในหลากหลายรูปแบบและทวีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ความสามารถในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพกลายเป็นทักษะสำคัญของผู้นำด้านความปลอดภัยสารสนเทศ สิ่งที่พวกเขาต้องการรู้คือ ความเสี่ยงที่แท้จริงต่อธุรกิจ ระดับของผลกระทบ และงบประมาณในการลงทุนเพื่อแก้ไขสิ่งที่สำคัญที่สุด

เมื่อ AI เร่งภัยคุกคาม 82:1 ส่องอัตลักษณ์เครื่องจักร ช่องโหว่ที่องค์กรไทยมองข้าม

รายงาน CyberArk 2025 Identity Security Landscape Report ได้เปิดเผยสถิติที่เป็นสัญญาณเตือนที่ดังที่สุดในรอบปี โดยระบุว่า ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสัดส่วนของอัตลักษณ์เครื่องจักร หรือ Machine Identities ต่ออัตลักษณ์มนุษย์ ในองค์กรหนึ่งๆ ได้พุ่งสูงถึง 82:1 นี่คือการเติบโตแบบก้าวกระโดดมหาศาล เมื่อเทียบกับสถิติของปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่เพียง 40:1

แฮ็กเกอร์ป่วนหนัก! ไตรมาสเดียวเจาะเซิร์ฟเวอร์ในไทยทะลุ 2 แสนครั้ง

แคสเปอร์สกี้ รายงานว่า ตรวจพบเหตุการณ์อันตรายที่เกิดจากเซิร์ฟเวอร์ในประเทศไทยที่ถูกเจาะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 หรือช่วงเดือนเม.ย. – มิ.ย. มีเหตุการณ์อันตรายจำนวน 223,700 ครั้ง ซึ่งสูงกว่าไตรมาสที่หนึ่งที่มี 191,909 ครั้ง ถึง 16.57%

เมื่อ ‘ธุรกิจขนาดเล็ก’ ตกเป็นเป้าโจมตีของ ‘แรนซัมแวร์’

ตามรายงาน Data Breach Investigations Report (DBIR) ฉบับล่าสุด เปิดเผยยอดการรั่วไหลของข้อมูลกว่า 12,195 เคสมีทั้งที่เป็นแรนซัมแวร์แบบเข้ารหัสข้อมูลและแบบที่เน้นข่มขู่กรรโชกแต่ไม่เข้ารหัสข้อมูล ซึ่งคิดเป็น 44% ของการโจมตีทั้งหมด

ยกระดับจิตสำนึกพนักงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กรตระหนักภัยไซเบอร์

  ในโลกดิจิทัลที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ข้อมูลจาก การ์ทเนอร์ ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญที่องค์กรกำลังเผชิญ เมื่อพนักงานถึง 93% รับทราบถึงพฤติกรรมของตนเองที่อาจนำมาซึ่งความเสี่ยง และน่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ 74% ยอมที่จะละเมิดนโยบายความปลอดภัยเพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแนวทางการสร้างความตระหนักรู้แบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านั้นอย่างยั่งยืน   Leigh McMullen รองประธาน นักวิเคราะห์ และ Gartner Fellow ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งได้นำเสนอแนวคิดอันน่าสนใจภายใต้หัวข้อ “ปลุกสำนึกพนักงานให้เห็นความสำคัญของความเสี่ยงไซเบอร์มากขึ้น” เพื่อเป็นแนวทางให้องค์กรต่างๆ ปรับกลยุทธ์ในการเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่เข้มแข็งและยั่งยืน   แม้ว่าองค์กรส่วนใหญ่จะทุ่มเททรัพยากรไปกับการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์และการลดความเสี่ยง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เป็นที่น่าพอใจนัก สาเหตุสำคัญไม่ได้อยู่ที่การขาดความเข้าใจในหลักการพื้นฐาน แต่เป็นเพราะพนักงานส่วนใหญ่มองข้ามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองและองค์กร พวกเขาคุ้นชินกับการหาทางลัดในการทำงาน ซึ่งรวมถึงการละเลยมาตรการความปลอดภัยโดยไม่ได้ตระหนักถึงผลลัพธ์ที่ตามมาอย่างแท้จริง   เพื่อแก้ไขปัญหานี้ องค์กรจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนมุมมองและสร้างการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมอย่างจริงจัง ผู้บริหารด้านความปลอดภัยต้องก้าวข้ามกรอบของการสื่อสารเชิงเทคนิค ไปสู่การสร้างความรู้สึกร่วมและความเข้าใจในระดับบุคคล เพื่อให้พนักงานตระหนักถึงความเสี่ยงทางไซเบอร์ในฐานะที่เป็นเรื่องใกล้ตัวและมีผลกระทบที่จับต้องได้   นอกเหนือจาก การบังคับใช้บทลงโทษ องค์กรควรให้ความสำคัญกับการสร้างกลไกเชิงวัฒนธรรม ที่อาศัยแรงกดดันจากกลุ่มเพื่อนร่วมงานและการปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง ตัวอย่างที่น่าสนใจในอดีตคือแคมเปญ “ปากพล่อย พลอยล่มจม” ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสามารถสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของการเปิดเผยข้อมูลแม้เพียงเล็กน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อมโยงการกระทำของแต่ละบุคคลเข้ากับผลลัพธ์ที่ร้ายแรงต่อส่วนรวม ในบริบทขององค์กรปัจจุบัน คำถามที่น่าพิจารณาคือ เราจะออกแบบโปรแกรมด้านพฤติกรรมและวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างไรให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่า   หัวใจสำคัญคือการทำให้พนักงานตระหนักว่าการละเมิดนโยบายความปลอดภัยไม่ใช่เพียงแค่การฝ่าฝืนกฎระเบียบ แต่เป็นการกระทำที่ “ไม่ภักดีต่อองค์กร”…

มิจฉาชีพขยันยันวันหยุด! แคสเปอร์สกี้แนะนำวิธีเที่ยว สงกรานต์ปลอดกลโกงออนไลน์

    แคสเปอร์สกี้ แนะนำวิธีเที่ยวสงกรานต์สบายใจห่างไกลกลโกง ออนไลน์ ชี้ภัยคุกคามทางไซเบอร์ การหลอกลวงออนไลน์มักเกิด ขึ้นถี่มากในช่วงวันหยุดเทศกาล นายเซียง เที่ยง โยว ผู้จัดการหัวไปประจ่าถนิภาคเอเชียตรวันออกเฉียงใด แคสเปอร์สก็ กล่าวถึงกับคุกคามทางไซเบอร์อย่าง การหลอกลวงออนไลน์ที่มักจะเกิดขึ้นถี่มากในช่วงวันหยุดเทศกาล   ทั้งนี้เนื่องจากช่วงวันหยุดสงกรามต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ผู้คนมีกิจกรรมมากมายทั้งงานเลี้ยง พบปะ ท่องเที่ยว เดินทาง และเป็นธรรมดาที่ผู้คนจระมัดระวังกับมาตรการความปลอดลอดภัยทางกายภาพมากกว่าการป้องกันทางออนไลน์ นิจฉายัพจึงใช้ ประโยชน์จากจุดนี้ เล่นกลกับความไว้วางใจและหลอกล่อให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวและการเงิน มารู้จักกลโกงตัวตึงในประเทศไทย ㆍ ร้านค้าออนไลน์ปลอมล่อหลอกด้วยส่วนลด ร้านคำออมไลน์ของมิจฉาชีพจะเลียนแบบบเว็บไซด์อีคอมเมิร์ซที่ถูกกฎหมาย นำเสนอสินค้าตามเทศกาลในราคาลดพิเศษ เว็บไซต์นี้มักดูเหมือนร้านคำในพื้นพื้นที่ หวังหลอกล่อเงินจากการซื้อสินค้า เหยื่อมักจะเข้าถึงร้านค้าปลอมโดยคลิกลิงกไม โฆษณาหรือปีอปอัป ร้านคำปลอมเหล่านี้มักเปิดให้บริการเพียงช่วงสั้นๆ เพรารมักจะถูกร้านคำจริงที่ถูกกฎหมายแจ้งเตือนเสีย ก่อน ㆍ ของขวัญวันหยุดจากหน่วยงานปลอม มิจฉาชีพแอบอ้างตัวเป็นหน่วยงาน (เช่น หน่วยงานของรัฐ ธนาคาร ไปรษณีย์ กรมศุลกากร) และแจ้งว่าเหยื่อจะได้รับรางวัล จากการจับฉลาก สินค้าลดราคา ที่พักฟรีในโรงแรม หรือสิทธิประโยชน์พิเศษอื่นๆ เพียงแค่เหยื่อช่ารถเงินค่าธรรมเนียมล่าง หน้า มิจฉาชีพจะส่งลังก์ปลอมเพื่อหลอกล่อให้เหยื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัญชีธนาคารแลชรหัสผ่าน…