โจรไซเบอร์ ใช้เครื่องหมายติ๊กถูกบน X บัญชีปลอม-ลวงเหยื่อ

  อาชญากรไซเบอร์ ใช้เครื่องหมายติ๊กถูกบน X สร้างความน่าเชื่อถือ-หลอกลวงเหยื่อ   ก่อนหน้านี้ ทาง X ออกมาเปลี่ยนนโยบายของบัญชีที่มี “X Premium” (Twitter Blue ในชื่อเดิม) หรือเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า จากแต่เดิมคือ ต้องเป็นบุคคลสาธารณะหรือบัญชีทางการของบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ เท่านั้นถึงจะสามารถมีเครื่องหมายดังกล่าวได้ เปลี่ยนมาเป็นทุกบัญชีสามารถมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้าได้ เพียงจ่าย 11 ปอนด์ต่อเดือนเท่านั้น (ราว 488 บาท)     ทำให้ ลิซ่า เวบบ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายขององค์กร Which? องค์กรรณรงค์การคุ้มครองผู้บริโภคกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของบัญชีที่มี X Premium ทำให้มีโอกาสการเกิดอาชญากรรมไซเบอร์บนแพลตฟอร์ม X เพิ่มขึ้น เนื่องจากทุกบัญชีที่จ่ายค่า X Premium สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเองได้ทุกบัญชี   เดอะการ์เดียน สื่อดังจากอังกฤษ รายงานกรณีตัวอย่างว่า พบผู้เสียหายรายหนึ่งที่ถูกอาชญากรไซเบอร์เล็งโจรกรรมข้อมูลผ่านบัญชี X (ทวิตเตอร์ในชื่อเดิม) ที่อาศัยเครื่องหมายติ๊กถูกสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่ยืนยันบัญชีของบุคคลหรือบริษัทอย่างเป็นทางการ แอบอ้างเป็นบริษัทจองโรงแรมและเที่ยวบินอย่าง…

สะเทือนโลกวรรณกรรม! ชายอิตาลีรับสารภาพ “ขโมยต้นฉบับจำนวนมาก”

  ชายชาวอิตาลีให้การยอมรับเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ขโมยต้นฉบับที่ไม่ได้ตีพิมพ์มากกว่า 1,000 ฉบับ รวมทั้งจากนักเขียนชื่อดัง นับเป็นการไขปริศนาที่สั่นสะเทือนโลกวรรณกรรมมานานหลายปี   สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่า อัยการของรัฐบาลกลางในนครนิวยอร์ก กล่าวในแถลงการณ์ว่า นายฟิลิปโป เบอร์นาร์ดินี วัย 30 ปี ซึ่งทำงานที่สำนักพิมพ์ “ไซมอน แอนด์ ชุสเตอร์” สารภาพผิดต่อข้อหาฉ้อโกงผ่านการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ 1 กระทง โดยเขาปลอมตนเป็นนายหน้าและผู้จัดพิมพ์ทางอีเมล เพื่อขอรับนวนิยายและผลงานชิ้นอื่น ๆ จากบรรดานักเขียนและตัวแทนของพวกเขา ด้วยการส่งอีเมลจากบัญชีปลอม   การหลอกลวงนี้เป็นที่รู้จักในแวดวงวรรณกรรมมานานหลายปี โดยมีนางมาร์กาเร็ต แอตวูด, นายเอียน แมคอิวัน และนางแซลลี รูนีย์ อยู่ในกลุ่มนักเขียนนวนิยายที่ตกเป้าหมาย ซึ่งเรื่องกลายเป็นที่รู้จักในสาธารณชนเมื่อเดือน ม.ค. ปีที่แล้ว เมื่อเบอร์นาร์ดินีถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) เข้าจับกุมที่สนามบินเจเอฟเค ในนครนิวยอร์ก   Man admits high-profile manuscript…

Mandiant เผยรายละเอียดปฏิบัติการปลุกปั่นชาวอเมริกันบนโลกออนไลน์

  Mandiant บริษัทด้านไซเบอร์จากสหรัฐอเมริกาเผยรายละเอียดของปฏิบัติการออนไลน์ที่เรียกว่า DRAGONBRIDGE ซึ่งมุ่งลดทอนความน่าเชื่อถือของระบอบประชาธิปไตยในสหรัฐฯ และโน้มน้าวให้ประชาชนไม่ไปเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง   นอกจากนี้ DRAGONBRIDGE ยังมีเป้าหมายสร้างความแตกแยกระหว่างสหรัฐฯ กับชาติพันธมิตร และสร้างความแตกแยกภายในสหรัฐฯ เอง โดยพยายามลดความน่าเชื่อถือของระบบการเลือกตั้ง   เจ้าของปฏิบัติการนี้ยังได้เผยวิดีโอในภาษาอังกฤษที่ชี้ว่าการเลือกตั้งไม่ใช่ทางแก้ ‘อาการป่วย’ ของสหรัฐฯ รวมถึงยังบอกด้วยว่านักการเมืองสหรัฐฯ ไม่ขยันและระบบนิติบัญญัติไม่มีผลเชิงบวกต่อประชาชน ลามไปจนถึงการบอกว่าการเมืองของสหรัฐฯ เต็มไปด้วยความขัดแย้ง จะนำไปสู่สงครามกลางเมืองในที่สุด   รูปแบบของการปฏิบัติการมีทั้งการใช้บัญชีโซเชียลมีเดียปลอม ผสมกับการเผยแพร่บทความข่าวปลอมหรือคัดลอกเนื้อหามาจากแหล่งข่าวอื่น พร้อมทั้งพยายามปลอมตัวว่าเป็นกลุ่มที่รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุน   Mandiant เชื่อว่า DRAGONBRIDGE ดำเนินไปเพื่อสนับสนุนผลประโยชน์ทางการเมืองของจีน   อย่างไรก็ดี ผลลัพธ์ของปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปอย่างจำกัด แม้ว่าจะมีการทุ่มทรัพยากรไปเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการที่มีหลายสายก็ตาม     ที่มา Al Jazeera     —————————————————————————————————————————————————– ที่มา :                 …

LinkedIn เริ่มบังคับยืนยันตัวตนด้วยอีเมลทำงาน-เบอร์โทร แก้ปัญหาบัญชีสแปม-หลอกลวง

  ไม่ได้มีแต่ Twitter ที่มีปัญหาบัญชีปลอมระบาด เพราะโซเชียลมีเดียอย่าง LinkedIn ก็มีปัญหาบัญชีปลอมเพื่อหลอก scam ด้วยเช่นกัน   ล่าสุด LinkedIn เพิ่มมาตรการตรวจสอบตัวตนของผู้ใช้เพิ่ม โดยต้องยืนยันอีเมลทำงาน (work email) หรือหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งจะถูกนำไปแสดงในหน้า About this Profile ว่ายืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วจริง ๆ และยังเพิ่มการระบุวันที่สร้างบัญชี เพื่อให้ตรวจเช็คได้ง่ายขึ้นว่าเป็นบัญชีสร้างใหม่หรือไม่   ฟีเจอร์ตรวจสอบตัวตนยังทยอยปล่อยให้ผู้ใช้ในวงจำกัด และจะค่อย ๆ ขยายในวงกว้างขึ้นต่อไป   ที่มา – CNN     —————————————————————————————————————————————————– ที่มา :                          Blognone by mk   …

การทดลองเผย แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ล้มเหลวในการกรองข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการเลือกตั้งสหรัฐฯ

  Global Witness องค์กรไม่แสวงหากำไรด้านสิทธิมนุษยชน และทีมงาน Cybersecurity for Democracy (C4D) แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์กเผยว่า Facebook และ TikTok ล้มเหลวในการขัดขวางโฆษณาที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน   โดย Global Witness ได้ทำการทดสอบมาตรการป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดีย ด้วยการสร้างบัญชีปลอมบน Facebook, TikTok และ YouTube จากนั้นใช้บัญชีเหล่านี้สร้างโฆษณาทั้งในภาษาอังกฤษและสเปน   ทางองค์กรระบุว่าโฆษณาแต่ละตัวมีเนื้อหาที่เป็นข้อมูลเท็จอย่างชัดเจน อย่างการอ้างว่าคนที่จะไปเลือกตั้งได้ต้องฉีดวัคซีนก่อน หรืออ้างว่าต้องโหวต 2 ครั้งถึงจะมีความหมาย โฆษณาบางตัวก็ใส่วันที่ของการเลือกตั้งแบบผิด ๆ   พื้นที่เป้าหมายของโฆษณาเหล่านี้คือรัฐที่มีการแข่งขันกันอย่างสูสีระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ ได้แก่ แอริโซนา โคโลราโด จอร์เจีย นอร์ทแคโรไลนา และเพนซิลเวเนีย   ผลก็คือมีเพียง YouTube เท่านั้นที่สามารถปิดกั้นโฆษณาทั้งหมด รวมถึงยังสามารถบล็อกบัญชีที่สร้างโฆษณาเท็จได้ด้วย   ในทางกลับกัน ในการทดลองครั้งแรก Facebook อนุมัติถึงร้อยละ 20 ของโฆษณาปลอมที่เป็นภาษาอังกฤษ และอนุมัติครึ่งหนึ่งของโฆษณาภาษาสเปน ในขณะที่การทดลองใหม่อีกครั้ง…

TikTok เผยตรวจพบบัญชีปลอมประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2022 ทั้งสิ้น 33.6 ล้านบัญชี

  ติ๊กต่อก (TikTok) เผยในรายงานการบังคับใช้หลักเกณฑ์สำหรับชุมชนประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2022 พบมีการใช้บัญชีปลอมในแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น 61 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 33.6 ล้านบัญชี และประเทศไทยอยู่อันดับ 14 ประเทศที่ถูกลบวิดีโอมากที่สุด   ติ๊กต่อก แพลตฟอร์มวิดีโอโซเชียลมีเดีย เผยแพร่รายงานการบังคับใช้หลักเกณฑ์สำหรับชุมชน ประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2022 โดยรายงานฉบับนี้ ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนถึง 30 มิถุนายน 2022   สิ่งที่น่าสนใจของรายงานฉบับนี้อยู่ตรงที่ ติ๊กต่อก ได้เปิดเผยว่า มีการตรวจพบบัญชีปลอมและได้ลบบัญชีปลอมเหล่านี้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 33.6 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 61 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ถ้ามองย้อนกลับไปช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว จะเห็นได้ว่า อัตราการลบบัญชีปลอมของติ๊กต่อก เพิ่มขึ้นมากกว่า 2,000 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว   ตัวเลขการลบบัญชี     พร้อมกันนี้ ติ๊กต่อก กล่าวว่า…