สรุปเรื่อง Google ออกมาปัดข่าว Gmail มีช่องโหว่ร้ายแรง

Google ชี้แจงหลังมีรายงานว่า Gmail โดนโจมตีครั้งใหญ่ไม่เป็นความจริง ยืนยันไม่มีการออกคำเตือนถึงผู้ใช้ 2.5 พันล้านราย และระบบป้องกันยังทำงานได้แข็งแกร่งในช่วงสัปดาห์นี้ มีรายงานออกมาจากหลายสำนักข่าวว่า Google ได้ส่งคำเตือนฉุกเฉินถึงผู้ใช้ Gmail ทั้ง 2.5 พันล้านบัญชีเนื่องจากพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

ผวจ.ตราด ออกคำสั่ง เตรียมความพร้อมด้านสาธารณภัยในภาวะไม่ปกติเพื่อพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง

พ่อเมืองตราด ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เน้นทุกหน่วยทำ 2 เรื่อง กปช.จต.สั่งปิดด่านทุกจุด ขณะที่ 17 โรงเรียนริมชายแดนหยุด 1 วัน

‘ดีพเฟค’ เทคโนโลยีตัดต่อหน้า-เสียง โจทย์ใหญ่ศึกเลือกตั้งทั่วโลกปี 2024

พ่อค้าเร่ปั่นจักรยานผ่านป้ายแสดงภาพและรายชื่อผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ในกรุงจาการ์ตา เมื่อ 22 มกราคม 2024 (ที่มา:AP)   ภาพและเสียงสังเคราะห์จากเทคโนโลยีดีพเฟคกำลังสร้างความสับสนให้กับฐานเสียงในประเทศที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง จนนักวิเคราะห์จับตามองว่าปี 2024 ที่ประชาชนในกว่า 60 ประเทศจะต้องเข้าคูหา จะมีการใช้ AI สร้างข่าวลือข่าวลวงเพื่อหวังผลทางการเมืองอย่างแพร่หลาย   ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งในอินโดนีเซียที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงต่างต้องเจอกับวิดีโอและเสียงของนักการเมืองหลายคน ซึ่งแท้ที่จริงถูกสังเคราะห์ขึ้นมาโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เรียกกันว่า ดีพเฟค (Deepfakes) ยกตัวอย่างเช่นวิดีโอของอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โตที่เผยแพร่ในแอปพลิเคชันติ๊กตอก (TikTok)   ซานตี อินดรา อัสตูตี จาก Mafindo ซึ่งเป็นเครือข่ายตรวจสอบข้อเท็จจริงในอินโดนีเซีย ระบุว่า การใช้ AI สังเคราะห์เนื้อหาขึ้นมา เป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในปี 2024 เทียบกับครั้งก่อน ๆ   อัสตูตีกล่าวว่า “ในการเลือกตั้งปี 2024 การโจมตีคู่แข่งในปีนั้นมักใช้ข่าวลวงกันเป็นส่วนใหญ่ ในปี 2019 ข่าวลวงถูกใช้โจมตีผู้จัดการเลือกตั้ง ในขณะที่ปี 2024 เราเห็นการยกระดับที่พิลึกพิลั่นขึ้นไปอีกเพื่อโจมตีกระบวนการทางประชาธิปไตยทั้งองคาพยพ”…

ล้วงลึกปั่นข่าวลวง ‘สงครามกลางเมือง’ ในเท็กซัส เป็นกระแสโซเชียลจีน

  ท่ามกลางความเห็นขัดแย้งระหว่างเท็กซัส กับทำเนียบขาวรุนแรงขึ้น ต่อปัญหาผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย ดูเรื่องราวจะไปกันใหญ่ เมื่อมือดีปล่อยข่าวลวงในจีนว่า เมืองโลนสตาร์ประกาศสงครามเป็นทางการ หวังแยกตัวจากสหรัฐ แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับจีน   Key Points : •  มีผู้อพยพข้ามแดนผิดกฎหมายเข้ามายังสหรัฐ มากกว่า 6.3 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงเป็นประวัติการณ์ และได้สร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรง ระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน และเกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส •  กระแสในโซเชียลมีเดียจีน ระบุ แอบบอตต์กำลังตั้งตัวเป็นปรปักษ์ และวางแผนทำสงครามกับรัฐบาลกลางสหรัฐ •  สื่อจีนมักจะนำเสนอประเด็นความแตกแยกทางการเมืองของสหรัฐอยู่เป็นประจำ ประกอบกับโลกแบ่งขั้วกันมากขึ้น ยิ่งตอกย้ำความเชื่อว่า สหรัฐจวนเจียนเกิดความแตกแยกภายในประเทศ   ตอนนี้เหตุการณ์ในเท็กซัส กำลังนำไปสู่ความแตกแยกที่ฝั่งรากลึก จนจะไปถึงจุดสร้างความไม่สงบในสังคมสหรัฐ   นับตั้งแต่ต้นปี 2564 มีผู้อพยพข้ามแดนอย่างผิดกฎหมายเข้ามายังสหรัฐ มากกว่า 6.3 ล้านคน ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และได้สร้างความขัดแย้งที่รุนแรง ระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน และเกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส   ปฏิบัติการโลนสตาร์…

อันดับโซเชียลมีเดียยอดนิยม ที่มีความ “Toxic” มากที่สุด

  7 อันดับ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีความ “Toxic” ในความคิดเห็นผู้ใช้มากที่สุด แต่จะให้เลิกเล่นก็ทำไม่ได้ เพราะมันกลืนไปกับชีวิตไปแล้ว   เรื่องการ “เสพสื่อโซเชียลมีเดียอย่างเหมาะสม” ยังคงเป็นประเด็นอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ทั่วโลกให้ความสนใจกับกรณีของ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ซีอีโอของ Meta ที่ออกมาขอโทษต่อบรรดาครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการใช้โซเชียลมีเดีย   ซึ่งกรณีดั่งกล่าว ทำให้เราได้เห็นว่า ความสนุกสนานในโลกออนไลน์นั้นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น เพราะในส่วนที่อยู่ลึกลงไปใต้น้ำที่เรามองไม่เห็นคือความสูญเสียและความทุกข์ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในโลกออนไลน์   ทั้งนี้ ถ้าจะถามว่า โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มไหนที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ในทางลบมากที่สุด ทาง “CyberGhost VPN” ผู้ให้บริการ “VPN” ระดับโลก ได้เผยแพร่ผลสำรวจหัวข้อดังกล่าวเอาไว้เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 67 ซึ่งจากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันจำนวนหนึ่ง พบว่า Facebook มีความอันตรายมากเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วย TikTok, และ X ตามลำดับ   อันดับโซเชียลมีเดียยอดนิยม ที่มีความ “Toxic” มากที่สุด   ซึ่งเหตุที่ Facebook…

ข้อควรระวัง ‘ChatGPT’ ผู้เชี่ยวชาญระบุมีข้อมูลรั่ว ขายบนเว็บมืดมากที่สุด

  ข้อควรระวังใช้ ‘ChatGPT’ ผู้เชี่ยวชาญระบุพบข้อมูลรั่วไหลกว่า 1 แสนเครื่องส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลจากระบบ chatgpt ถูกโจรกรรมปล่อยขายบนเว็บมืด เอเชียแปซิฟิกข้อมูลหลุดมากที่สุด   “ChatGPT” ระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง หรือ AI ที่ถูกพัฒนาขีดความสามารถให้ตอบสอนได้คล้ายกับมนุษย์มากที่สุด โดย ChatGPT ได้รับการออกแบบมาให้มีการสนทนากับมนุษย์ในลักษณะที่แยกไม่ออกจากการสนทนาระหว่างมนุษย์ ส่งผลให้ที่ผ่านมาโปรแกรมดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมาก จนมีผู้เชี่ยวชาญออกมาบอกว่าเจ้า “ChatGPT” อาจจะสามารถเข้ามาแทนที่มนุษย์ในบางอาชีพได้เลย   หลังจากที่มีการเปิดตัว “ChatGPT” มีผู้ใช้งานสูงกว่า 50 ล้านคน และคาดว่าจะมีผู้ใช้งานหน้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสามารถทำงานได้ดีสามารถตอบได้ทุกข้อสงสัย หากเปรียบเทียบกับการทำงานของ Google นั้นเรียกได้ว่าทำงานได้ละเอียดและสามารถหาข้อมูลที่ซ้ำซ้อนได้มากกว่า อย่างไรก็ตาที่ผ่านมา “ChatGPT” เติบโตอย่างรวดเร็วแซงหน้าแพลตฟอร์มอื่น ๆ แน่นอนว่าการเติบโตของเทคโนโลยีที่รวดเร็วมากขึ้นย่อมส่งผลเสียได้เช่นกัน   ผู้เชี่ยวชาญระบุไว้ว่า แท้จริงแล้ว “ChatGPT” ก็มีข้อเสียที่ควรจะระวัง เพราะที่ผ่านมาความนิยมของแพลตฟอร์มดังกล่าวไปเร็วและแรงมาก เพียงแค่เวลา 2 เดือนกลับมีคนทั่วโลกใช้งานไปแล้วกว่า 50 ล้านคน ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีและดิจิทัลเติบโตไปเร็วมากๆ และแม้ว่าเทคโนโลยีจะทำให้การทำงาน หรือการทำธุรกิจเกิดความได้เปรียบ ต้องทำความเข้าใจว่า…