ถึงเวลายกระดับป้องกันภัยไซเบอร์หน่วยงานรัฐ!!

  ปัญหาหน่วยงานของรัฐถูกท้าทายจาก “แฮกเกอร์” ด้วยการเจาะระบบเข้ามาโจรกรรมข้อมูลขององค์กร มีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ทำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง และ เป็นข่าวบ้าง ไม่เป็นข่าวบ้าง!! แต่ครั้งนี้กลายเป็นประเด็นอ่อนไหวขึ้นมาทันที เมื่อหน่วยงานที่ถูกแซะข้อมูลไป เป็นหน่วยงานสาธารณสุข คือ รพ.เพชรบูรณ์ ก็ยอมรับว่าโดนแฮกจริงๆ แต่เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ฐานข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยแต่อย่างไร และถูกแฮกไปมีจำนวนกว่า 1 หมื่นรายชื่อ ไม่ใช่ 1.6 ล้านรายชื่อตามที่แฮกเกอร์กล่าวอ้าง หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีประเด็น ผู้บริหารของ รพ.สถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ดำเนินคดีกับแฮกเกอร์ที่ลักลอบเจาะข้อมูลคนไข้ของโรงพยาบาลกว่า 4 หมื่นรายชื่อ!! กลายเป็นประเด็นสะเทือนวงการสาธารณสุขไทยอีกครั้งติดๆ​ กัน เพราะครั้งนี้ ได้ข้อมูลส่วนตัวคนไข้ ประวัติการฟอกไต และประวัติการรักษา ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลความลับที่นำไปเปิดเผยไม่ได้หากไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลหรือคนไข้!!     ประกอบกับปัจจุบัน มี พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562  ถึงแม้จะมีการขยายการบังคับใช้ออกไป แต่หน่วยงานที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลยังต้องดำเนินการตามประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2563 ซึ่งได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลไซเบอร์ เพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากโรงพยาบาลไม่ได้ดำเนินการได้ตามมาตรฐานจนเกิดข้อมูลรั่วไหลจากการถูกแฮกเกิดความเสียหายก็ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยเช่นกัน ปัญหาข้อมูลรั่วไหลจากการถูกแฮกไม่ใช่เรื่องใหม่ และเกิดขึ้นบ่อยๆ!! โดยเรื่องนี้ทาง พลโท ดร.ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) กล่าวว่า กลุ่มเฮลท์แคร์ หรือ เกี่ยวกับสุขภาพ ถือเป็นเซกเตอร์ที่มีความเปราะบาง เนื่องจากขาดแคลนบุคลากรด้านไอที ยังไม่รวมถึงบุคลากรด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ รวมถึงแต่ละโรงพยาบาลก็มี งบประมาณจำกัด จึงให้เจ้าหน้าที่ด้านไอทีของตัวเองพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นขึ้นมาใช้งานเองภายใน ที่เรียกว่า อินทราเน็ต แต่พอมีโควิด-19  ทำให้มีการเวิร์ก ฟรอม โฮม มีการใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้น ทำให้แฮกเกอร์สามารถโจมตีได้ง่าย ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้มีเพียงหน่วยเดียวที่ถูกโจมตี มีหลายหน่วยแต่อาจยังไม่เป็นข่าว เพราะไม่มีความรุนแรง หรือมีข้อมูลความเสียหายไม่มาก!? จึงจำเป็นที่ทางกระทวงสาธารณสุข ต้องจัดทำระบบที่รวมศูนย์มากขึ้น ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ซึ่งจะทำให้ การเฝ้าระวังทำได้ง่ายขึ้น ขณะที่ นาวาอากาศเอก  อมร ชมเชย  รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ​ ​(กมช.) บอกว่า การป้องกันต่อจากนี้จะต้องมีกระบวนการบริหารจัดการที่ดีขึ้น รวมถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยแผนระยะสั้น จะมีการอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนให้ยกระดับขีดความสามารถ ขณะที่หน่วยงานของรัฐจะต้องมีการดำเนินการตามกรอบมาตรฐานที่ทาง สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ…

สหรัฐรวบหญิงบุกคองเกรส ขโมยแล็บท็อปเพโลซี หวังขายรัสเซีย

  สหรัฐรวบหญิงบุกคองเกรส ขโมยแล็บท็อปเพโลซี หวังขายรัสเซีย ทางการสหรัฐจับกุมตัวน.ส.ไรลีย์ จูน วิลเลียมส์ จากรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าขโมยแล็บท็อปจากสำนักงานของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ขณะเกิดเหตุกลุ่มผู้ประท้วงบุกอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา การจับกุมดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่มีรายงานก่อนหน้านี้ว่าสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ยื่นขออนุมัติหมายจับวิลเลียมส์ หลังมีหลักฐานว่าเธอได้ขโมยแล็บท็อปจากสำนักงานของนางเพโลซีไป และได้พยายามที่จะขายมันให้กับรัสเซีย หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานโดยอ้างว่าหนึ่งในพยานซึ่งถูกระบุว่าเป็นอดีตผู้ที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับวิลเลียมส์เปิดเผยว่า วิลเลียมส์ได้วางแผนที่จะส่งแล็บท็อปดังกล่าวไปให้เพื่อนที่อยู่ในรัสเซีย เพื่อให้นำไปขายให้กับหน่วยงานข่าวกรองระหว่างประเทศของรัสเซีย แต่ความพยายามดังกล่าวล้มเหลว โดยแล็บท็อปยังคงอยู่กับวิลเลียมส์แต่ไม่ชัดเจนว่าเธอได้ทำลายมันไปแล้วหรือไม่อย่างไร ขณะที่ยังไม่ชัดเจนว่าแล็บท็อปตัวที่ถูกระบุถึงมาจากสำนักงานของเพโลซีจริงหรือไม่ด้วยเช่นกัน วิดีโอที่มีการนำมาเผยแพร่หลายชิ้นแสดงให้เห็นภาพผู้หญิงที่เชื่อว่าเป็นวิลเลียมส์ ที่คอยชี้ทางให้ผู้ชุมนุมที่บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาโดยระบุว่าให้ขึ้นบันไดไปด้านบน โดยมารดาของวิลเลียมส์รับว่าสตรีที่ปรากฎในรูปเหล่านั้นคือลูกสาวของเธอ ที่จู่ๆ ก็เกิดความสนใจในการเมืองและในตัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นมา วิลเลียมส์เดินทางไปยังกรุงวอชิงตันพร้อมกับบิดาในวันเกิดเหตุบุกอาคารรัฐสภา แต่ระหว่างเกิดเหตุวุ่นวายทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันไปคนละทาง หลังจากนั้นเมื่อกลับมาถึงบ้าน เธอรีบจัดกระเป๋าและบอกมารดาว่าจะไม่อยู่บ้านหลายสัปดาห์ ทั้งนี้ผู้ที่มีส่วนกับการบุกรุกและก่อเหตุวุ่นวายในอาคารรัฐสภาสหรัฐค่อย ๆ ถูกจับกุมและดำเนินคดี โดยเจ้าหน้าที่อาศัยภาพจากวิดีโอและภาพนิ่งที่ถูกนำมาเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย แต่วิลเลียมส์เป็นรายแรกที่มีข้อกล่าวหาว่าพยายามขายของที่ขโมยมาให้กับทางการรัสเซีย   ———————————————————————————————————————————– ที่มา : มติชนออนไลน์  / วันที่  19 ม.ค.64 Link : https://www.matichon.co.th/foreign/news_2536828

โจรกรรมครั้งประวัติศาสตร์ ทะลวงทุกระบบไปขนเพชรมหาศาล ตามของคืนไม่ได้จนวันนี้

โฉมหน้าลีโอนาร์โด โนทาร์บาร์โทโล วัย 51 ปีหลังถูกจับกุมเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003 ฉากหลังเป็น Diamond Center ใน Antwerp ประเทศเบลเยียม เมื่อ 18 ก.พ. 2013 หลังเกิดเหตุโจรกรรมเพชร (ภาพจาก STRINGER / BELGA / WIM HENDRIX / AFP) ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2003 มีข่าวครึกโครมดังไปทั่วโลกกับเหตุการณ์การโจรกรรมเพชรที่นับได้ว่าเป็นการโจรกรรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และน่าจะบอกได้ว่าเป็นการโจรกรรมที่เกิดในพื้นที่ซึ่งมีระบบป้องกันดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลกจนเคยเชื่อกันว่า “ไม่สามารถถูกเจาะได้” “แอนต์เวิร์ป ไดมอนด์ เซ็นเตอร์” (Antwerp Diamond Center) เป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์รวมเพชรของโลก ตั้งอยู่ในประเทศเบลเยียม ภายในมีตู้เซฟจำนวนเกือบ 200 ตู้ในห้องนิรภัยซึ่งอยู่ลึกลงไปในใต้ดิน 2 ชั้น เก็บเพชรและเครื่องประดับอัญมนีของผู้เช่าตู้เซฟ มูลค่ารวมแล้วหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐ มีระบบรักษาความปลอดภัยหลายชั้น รายงานข่าวบางแห่งบ่งชี้ตัวเลขระดับชั้นของการรักษาความปลอดภัยว่ามีมากถึง 10 ชั้น และต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนกว่าจะไปถึงขั้นเปิดตู้เซฟได้ ทุกตู้ยังต้องเปิดด้วยรหัสและกุญแจเช่นเดียวกับประตูห้องนิรภัยซึ่งทำให้เป็นที่มั่นใจในความปลอดภัยสำหรับผู้มาเช่าตู้เซฟ สถานที่แห่งนี้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยแน่นหนาและทันสมัย…