ฝรั่งเศสยกระดับเตือนภัย-คุมเข้มความปลอดภัยหลังเหตุกราดยิง

ฝรั่งเศสยกระดับการเตือนภัยความมั่นคงและเพิ่มการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะตลาดคริสต์มาส ป้องกันเหตุโจมตี ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ประสานให้ความช่วยเหลือภรรยาของนักท่องเที่ยวไทยที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงแล้ว ทางการฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุกราดยิงในเมืองสทราซบูร์ คือนาย Chekatt Cherif อายุ 29 ปี เป็นชาวเมืองสทราซบูร์ และอยู่ในรายชื่อผู้ต้องสงสัยว่ามีแนวคิดสุดโต่งในบัญชีของหน่วยงานความมั่นคงฝรั่งเศส และท่ามกลางเหตุการณ์วุ่นวายในขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุถูกเจ้าหน้าที่หน่วยคอมมานโดปิดล้อมไว้ในพื้นที่หรือหลบหนีไปได้ ซึ่งอัยการกรุงปารีส ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจัดเป็นการก่อการร้าย และขณะนี้ยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุรวมถึงยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ นายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เปิดการประชุมฉุกเฉินที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงปารีสตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เพื่อติดตามสถานการณ์ ซึ่งทางการฝรั่งเศสได้เปิดการสอบสวนเหตุดังกล่าวเป็นการก่อการร้าย ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส ซึ่งลงพื้นที่เกิดเหตุ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คนและบาดเจ็บอีก 12 คน ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 6 คน ทางการฝรั่งเศสได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยความมั่นคงและเตรียมเพิ่มการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะตามตลาดคริสต์มาสทั่วประเทศ เพื่อป้องกันเหตุโจมตี รวมถึงตรวจตราบริเวณด่านชายแดนอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ความมั่นคง 350 นาย กำลังออกปฏิบัติการไล่ล่าตัวผู้ก่อเหตุ ภายหลังเกิดเหตุ ตำรวจตระเวนชายแดนเยอรมนีได้ตรวจสอบยานพาหนะที่ผ่านเข้าประเทศจากเมืองสทราซบูร์ เพื่อตามล่าตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุที่อยู่ระหว่างหลบหนี ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส เปิดเผยหลังได้รับรายงานว่ามีนักท่องเที่ยวไทยเสียชีวิต…

วิเคราะห์ทิศทางการประท้วง ‘เสื้อกั๊กเหลือง’ กับการตัดสินใจของผู้นำฝรั่งเศส

Fransa sürücülərinin simvolu olan sarı jilet geyinmiş nümayişçi Parisin Şanzelize prospektində hökumətin yanacaq vergisinin artırılması qərarına etiraz edir.- Reuters การประท้วงของ “กลุ่มเสื้อกั๊กสีเหลือง” ที่กำลังเกิดขึ้นในฝรั่งเศส กำลังสั่นคลอนการบริหารประเทศของประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาคร็อง ท่ามกลางคำถามที่ว่า การประท้วงครั้งนี้คือการแสดงออกถึงความต้องการทางการเมืองแบบชั่วคราว หรือเป็นความพยายามท้าทายอำนาจรัฐบาลกรุงปารีส นักประวัติศาสตร์บางคนระบุว่า การประท้วงของ “กลุ่มเสื้อกั๊กสีเหลือง” ในฝรั่งเศส เป็นการสะท้อนให้เห็นถึง “ศิลปะของการก่อจลาจล” ของชาวฝรั่งเศส ที่ไม่เหมือนประเทศไหนในโลก เพราะเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความคิดสร้างสรรค์ เสื้อกั๊กสีเหลืองที่ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงครั้งนี้ เป็นเสื้อแจ็คเก็ตแบบสะท้อนแสงที่ผู้ขับขี่รถยนต์ในฝรั่งเศสมักพกติดรถเอาไว้ในกรณีฉุกเฉิน เป็นเวลากว่าสองสัปดาห์มาแล้วที่กลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองได้ก่อจลาจลในกรุงปารีส ปิดกั้นถนนสำคัญหลายเส้นทางทั่วประเทศ สกัดการเข้าถึงโรงกลั่นและโกดังเก็บน้ำมัน และทำให้เกิดการจราจรติดขัดในหลายเมืองใหญ่ รวมทั้ง กรุงปารีส เมืองมาร์เซย์ทางเหนือ และเมืองลีลล์ทางใต้ของประเทศ การประท้วงลุกลามไปเป็นความรุนแรงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เปลี่ยนสภาพกรุงปารีสให้กลายเป็นเหมือนพื้นที่สงคราม กลุ่มผู้ประท้วงพากันเผารถยนต์ ทุบกระจกและปล้นร้านค้า และปะทะกับตำรวจปราบจลาจล ถือเป็นการประท้วงที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี…

ฝรั่งเศส : ปธน.มาครง เรียกประชุมความมั่นคงฉุกเฉิน หลัง ม็อบ “เสื้อกั๊กเหลือง” บานปลาย

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสเรียกประชุมด้านความมั่นคงฉุกเฉิน หลังเหตุประท้วงการขึ้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงบานปลายกลายเป็นเหตุจลาจลต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทยแนะนำคนไทยหลีกเลี่ยงการเดินไปในย่านใจกลางกรุงปารีส โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศสเผยกับสถานีวิทยุ Europe 1 ว่าทางการอาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อจัดการกับเหตุไม่สงบที่เกิดขึ้น “เราต้องพิจารณาถึงมาตรการต่าง ๆ ที่จะใช้เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก” โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศสกล่าว กระแสความไม่พอใจต่อนโยบายการขึ้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐบาลฝรั่งเศสได้ขยายตัวเป็นวงกว้าง เพราะประชาชนมองว่านโยบายนี้ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น  แม้ว่าการชุมนุมประท้วงส่วนใหญ่จะดำเนินไปอย่างสงบ แต่การประท้วงในกรุงปารีสกลับมีการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงกับตำรวจปราบจลาจล โดยเฉพาะบริเวณประตูชัย Arc de Triomphe ย่านใจกลางกรุงปารีส ที่ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตา ระเบิดแสง และปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสลายการชุมนุม โดยให้การประท้วงเมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 100 คน ในจำนวนนี้ 23 คนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีผู้ถูกจับกุมไปกว่า 400 คน กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงได้จุดไฟเผาเกือบ 190 จุด และมีอาคาร 6 หลังถูกไฟไหม้ เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้ห้างสรรพสินค้าและสถานีรถไฟใต้ดินหลายแห่งต้องปิดทำการ ด้านประธานาธิบดีมาครงซึ่งเดินทางกลับจากการประชุมกลุ่ม จี20 ในอาร์เจนตินาเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ได้ตรงดิ่งไปตรวจความเสียหายบริเวณประตูชัยทันที ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ออกประกาศเตือนให้คนไทยที่อยู่ในฝรั่งเศส…

กลุ่มคน ‘เสื้อกั๊กเหลือง’ ชุมนุมประท้วง ป่าวร้องว่าฝรั่งเศสกำลังขัดข้อง

ที่มาภาพ : CHARLY TRIBALLEAU / AFP IN FOCUS ผู้ชุมนุมต่างใส่เสื้อกั๊กสะท้อนแสงสีเหลือง ซึ่งเป็นสิ่งที่รถยนต์ทุกคันในฝรั่งเศสจำเป็นต้องมีติดไว้ในยามฉุกเฉิน เพื่อแสดงออกทางสัญลักษณ์ว่า “ขณะนี้ประเทศฝรั่งเศสขัดข้อง” วันที่ 17-20 พฤศจิการยน มีผู้บาดเจ็บกว่า 553 คน และผู้เสียชีวิต 2 คนซึ่งพยายามขวางรถที่ขับผ่านขบวนของกลุ่มผู้ประท้วง ขณะที่ตัวเลขของเจ้าหน้าที่ผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 95 คน แม้ว่าการประท้วงดูเหมือนมีต้นตอมาจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นและนโยบายการขึ้นภาษีน้ำมันของรัฐบาลมาครอง ทว่าเมืองมองดูลึกๆ แล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าท่าทีของรัฐบาลมาครองคำนึงเพียงแค่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ โดยมองข้ามคนชนชั้นกลางระดับล่างและคนชนชั้นแรงงานที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ในวันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้ประท้วงฝรั่งเศสกว่า 287,000 คน ได้ออกมาชุมนุมเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อราคาน้ำมันที่ได้เพิ่มสูงขึ้นในขณะที่กำลังซื้อกลับลดลง โดยผู้ประท้วงได้ออกมาปิดขวางถนน ทางด่วน สี่แยกวงเวียนตามท้องที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศฝรั่งเศส ซึ่งในบางแห่งผู้ประท้วงได้เข้ายึดคลังเก็บน้ำมันอีกด้วย ผู้ที่ออกมาชุมนุมประกอบไปด้วยผู้ที่อาศัยอยู่ชานเมืองและในเขตชนบท ซึ่งจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะส่วนตัวในการคมนาคมเพราะในพื้นที่ดังกล่าวนั้นระบบขนส่งสาธารณะเข้าไปไม่ถึง เช่น พื้นที่แถบชานเมือง หรือในแถบเทือกเขาสูง เป็นต้น การปิดเส้นทางต่างๆ รวมถึงคลังน้ำมัน ส่งผลให้ร้านค้าและปั๊มน้ำมันบางแห่งจำเป็นต้องปิดตัวชั่วคราว ผู้คนที่เดินทางโดยรถยนต์ต้องเลื่อนการเดินทางออกไป ชีเล่ท์ โชน คนเสื้อกั๊กเหลือง ผู้ที่ออกมาชุมนุมประท้วงได้ถูกขนานนามว่าเป็นกลุ่ม…

ฝรั่งเศสจับ 200 ผู้ประท้วงปิดหน้า ก่อจลาจลวันแรงงาน

  ตำรวจกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จับกุมผู้ชุมนุมที่สวมหน้ากากปกปิดใบหน้าราว 200 คน หลังพังกระจกร้านค้าและวางเพลิงรถยนต์ในระหว่างชุมนุมประท้วงเนื่องในวันแรงงาน กลุ่มอนาธิปไตยฝ่ายซ้ายซึ่งรู้จักในนาม “กลุ่มดำ” (Black Blocs)ได้ใช้ความรุนแรงและทำลายการชุมนุมอย่างสันติวิธีของคนกลุ่มใหญ่ที่มุ่งต่อต้านการปฏิรูปแรงงานของนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ตำรวจกล่าวว่า ผู้ประท้วงประมาณ 1,200 คนสวมหน้ากากและหมวกโม่งเข้าร่วมการชุมนุมประจำปีเนื่องในวันแรงงาน จัดโดยสหภาพแรงงาน ปธน.มาครงแห่งฝรั่งเศส เตรียมเสนอกฎหมายควบคุม ‘ข่าวเท็จ’ เผยมาครงใช้งบจ้างช่างแต่งหน้ากว่าล้านบาทใน 3 เดือน ประชาชนสี่คนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ โดยในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมอยู่ด้วยหนึ่งนาย       เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลได้เข้าควบคุมสถานการณ์ด้วยการฉีดแก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสลายการชุมนุม แต่ผู้ชุมนุมพยายามเคลื่อนขบวนต่อ ก่อนพังกระจกร้านค้าที่อยู่ข้างทาง และจุดไฟหน้าร้านแมคโดนัลด์ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ ออสแตร์ลิตซ์ ทำให้รถหลายคันที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าวถูกเผาไหม้ นายเบนจามิน กรีโวลล์ โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส ได้ออกมาวิจารณ์การปกปิดใบหน้าของกลุ่มผู้ประท้วง โดยระบุว่า “ถ้าคุณเชื่อมั่นและบริสุทธิ์ใจจริง ๆ คุณต้องเปิดหน้าชุมนุม” และว่า “บรรดาคนที่สวมหมวกโม่งถือเป็นศัตรูของระบอบประชาธิปไตย”   ความไม่พอใจอย่างกว้างขวางเกิดขึ้นต่อแผนปฏิรูปแรงงานของประธานาธิบดีมาครง พนักงานการรถไฟ SNCF เริ่มหยุดงานทั่วประเทศและหยุดเดินรถสามเดือน หลังรัฐบาลวางแผนยกเครื่องการรถไฟ ขณะเดียวกัน ครู พยาบาล และแรงงานอื่น…