การต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนในฮ่องกงผ่านมุมมองสังคมนิยม

ที่มาภาพ democracynow.org พัชณีย์ คำหนัก แปล/เรียบเรียง รายงานสถานการณ์คัดค้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนในฮ่องกง วิเคราะห์ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การเข้ามาของรัฐบาลจีนในฐานะทุนนิยมระบบราชการ นำไปสู่ประเด็นการต่อต้านทางเชื้อชาติ เสี่ยงขัดแย้งระหว่าง ปชช.ด้วยกัน ขณะที่ฝ่ายสังคมนิยมย้ำต้องเอาชนะ ‘ลัทธิท้องถิ่นนิยม’ ที่แบ่งแยกเชื้อชาติด้วย พร้อมมองการต่อต้านของหนุ่มสาว สู่บทบาทขององค์กรแรงงาน-ฝ่ายซ้าย นักวิชาการชี้ ‘นัดหยุดงาน’ เป็นการต่อสู้ที่สำคัญ เหตุลำพัง ‘ยึดพื้นที่’ ไม่เพียงพอในการขัดขวางการผลิตของระบบทุนนิยมทั้งระบบ ปรากฏการณ์ประท้วงร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของจีนในฮ่องกงที่มีคนหนุ่มสาวเป็นกำลังหลัก ได้มาถึงจุดที่คนทำงาน 350,000 คนจาก 20 ภาคส่วนนัดหยุดงานทั่วไปเมื่อวัน 5 สิงหาคม 2562 โดยเฉพาะการนัดหยุดงานของสมาชิกของสมาพันธ์แรงงานฮ่องกง และพนักงานของรัฐ จากรายงานของ Sadie Robinson ในบทความ First general strike in half a century deepens the revolt in Hong Kong (ใน Socialist Worker UK) ซึ่งนับว่าเป็นการนัดหยุดงานครั้งใหญ่ในรอบครึ่งศตวรรษ การนัดหยุดงานที่ผ่านมามีเป้าหมายเพื่อเพิ่มแรงกดดันให้นางแคร์รี่ แลม ผู้ว่าการเกาะฮ่องกงลาออกจากตำแหน่ง หลังจากที่การชุมนุมประท้วงยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2562 แม้ร่างกฎหมาย จะถูกระงับ…

ชุมนุมยุค 2019 ชาวฮ่องกงป้องกันการสอดแนมออนไลน์ และไม่ทิ้งรอยเท้าดิจิทัลอย่างไร

แม้จะใช้เครื่องมือดิจิทัลต่างๆ มากมายในการชุมนุมเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ของชาวฮ่องกงครั้งนี้ แต่ประสบการณ์จาก Occupy Central เมื่อปี 2014 ก็ทำให้ผู้ชุมนุมปรับเปลี่ยนกลวิธีเพื่อปกป้องตัวเองเพิ่มขึ้น ให้ความสำคัญกับการรักษาข้อมูลส่วนตัวในการใช้เครื่องมือดิจิทัลมากขึ้น เพราะเกรงว่าอาจถูกนำมาใช้ดำเนินคดีทางกฎหมายได้ในภายหลัง เมื่อปี 2014 แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังได้รับความนิยม มีการใช้เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์อย่างกว้างขวาง ครั้งนั้นตำรวจจับกุมชายคนหนึ่ง โดยอ้างว่าเขาโพสต์ข้อความชวนคนมาชุมนุมผ่านเว็บบอร์ด  และมีการส่งข้อความที่เป็นมัลแวร์แพร่กระจายไปทั่ววอทซแอป (WhatsApp) ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการติดตั้งซอฟต์แวร์แอบดักฟังโดยเจ้าของเครื่องไม่รู้ตัว นักวิจัยกล่าวว่าส่วนใหญ่มาจากรัฐบาลจีน ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เติบโตมาในโลกดิจิทัล และตระหนักดีถึงอันตรายจากการสอดแนมและการทิ้งรอยเท้าดิจิทัล ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจดจำใบหน้าจากจีนแผ่นดินใหญ่และการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ทำให้ผู้ชุมนุมเตรียมหาทางหลบหลีกเทคโนโลยีการสอดส่องประชาชนหลายรูปแบบ ครั้งนี้ ในวันแรกๆ ของการชุมนุมมีการเผยแพร่คู่มือ คีย์บอร์ด ฟรอนท์ไลน์ องค์กรรณรงค์เสรีภาพเน็ต เผยแพร่แผ่นพับว่าด้วยการปกป้องตัวตนสำหรับผู้ชุมนุม ตั้งแต่แนะนำไม่ให้ใช้ไวไฟสาธารณะ ทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน หรือแม้แต่ห่อบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง บัตรของธนาคารด้วยแผ่นอะลูมิเนียม เพื่อไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลได้ จากการใช้สแกนเนอร์จากคลื่นความถี่ RFID ปกติแล้ว คนฮ่องกงใช้วอทซแอปเป็นช่องทางในการสื่อสารหลัก แต่สำหรับการชุมนุม พวกเขาเปลี่ยนมาใช้แอปที่เข้ารหัสอย่าง เทเลแกรม (Telegram) แทน เพราะเชื่อว่าคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยกว่า และเพราะว่าสามารถสร้างกลุ่มสนทนาได้ใหญ่กว่าด้วย เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน เทเลแกรมประกาศว่า แอปเทเลแกรมเป็นเป้าหมายของการจู่โจมทางไซเบอร์ด้วยวิธี DDoS ต้นทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่…

ตำรวจฮ่องกงใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางปราบปรามผู้ประท้วงหน้าอาคารรัฐสภา

Riot police fire tear gas to protesters outside the Legislative Council in Hong Kong, June 12, 2019. HONG KONG – การประท้วงครั้งใหญ่ด้านหน้าอาคารที่ทำการรัฐสภาฮ่องกงลุกลามไปเป็นความรุนแรงในวันพุธที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อตำรวจปราบจลาจลได้ใช้แก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย และกระสุนยาง เข้าสลายการชุมนุมของผู้ต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของฮ่องกง โรงพยาบาลหลายแห่งรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 72 คนจากเหตุการณ์นี้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้รัฐสภาฮ่องกงต้องประกาศเลื่อนการพิจารณากฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนออกไปอย่างไม่มีกำหนด กฎหมายดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชน นักธุรกิจ และองค์กรทางสังคมต่างๆ ในฮ่องกง ว่าอาจทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมกับผู้ที่ถูกดำเนินคดี โดยเฉพาะการส่งตัวไปดำเนินคดีที่จีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งมีความแตกต่างทางกฎหมายกับฮ่องกง โดยบริษัทห้างร้านหลายร้อยแห่งปิดทำการเพื่ออนุญาตให้ลูกจ้างไปร่วมการประท้วงครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง แครี แลม ยืนยันว่าจำเป็นต้องมีการผลักดันกฎหมายนี้ต่อไป ขณะเดียวกันที่กรุงวอชิงตัน ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวต่อผู้สื่อข่าว แสดงความเชื่อมั่นว่าจีนและฮ่องกงจะสามารถหาทางจัดการเรื่องนี้ได้ และว่านี่เป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่ตนเคยเห็น ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง และขอให้รัฐบาลฮ่องกงเคารพในเสรีภาพของการแสดงความคิดเห็น และสิทธิในการชุมนุมอย่างสันติของประชาชนชาวฮ่องกง การแก้กฎหมาย Fugitive Offenders…

อินโดฯบล็อกโซเชียลมีเดีย สกัดข่าวปลอมแพร่กระจายหลังประกาศผลเลือกตั้ง

อินโดฯ บล็อกโซเชียลมีเดียบางส่วน หลังผู้กลุ่มหนุนปราโบโวก่อจลาจลรุนแรงไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง ด้านโจโกวีลั่นไม่ยอมให้ใครขวางประชาธิปไตย ทางการอินโดนีเซียสั่งบล็อกการเข้าถึงสื่อโซเชียลมีเดียในบางส่วน ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ หลังจากพบว่ามีการส่งต่อข้อมูลทั้งข้อความ ภาพถ่าย และวิดิโอที่เป็นข่าวปลอมกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนนายพลปราโบโวที่ก่อจลาจลรุนแรงไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 ราย บาดเจ็บอีกราว 200 คน “เพื่อหลีกเลี่ยงการยั่วยุการแพร่กระจายข่าวปลอมผ่านชุมชนเราจะ จำกัด การเข้าถึงฟีเจอร์บางอย่างบนโซเชียลมีเดีย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสื่อสารและข้อมูลสารสนเทศของอินโดนีเซีย ข่าวปลอมต่อต้านจีนเต็มโซเชียล มีรายงานว่าเกิดการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอมในกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนนายพลปราโบโวซึ่งไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ว่าในบรรดาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สังหารผู้ประท้วงจนเสียชีวิตนั้นเป็นชาวอินโดฯเชื้อสายจีน ข้อความดังกล่าวถูกส่งต่อกันอย่างแพร่หลายในสื่อโซเชียลของอินโดฯตลอดตั้งแต่ช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมาต่อเนื่องจนถึงในวันนี้ซึ่งมีรายงานพบการจลาจลปะทะกับเจ้าหน้าที่ จนทางเจ้าหน้าที่ต้องมีการใช้แก๊สน้ำตาเข้าควบคุมสถานการณ์ กลุ่มผู้ชุมนุมบางคนได้ใช้ข้อความว่า “Usir Cina” (ไล่จีน) และ “Awas Asing” (ระวังคนต่างชาติ) เป็นข้อความในการประท้วง ท่ามกลางข้อครหาในตัวประธานาธิบดีโจโกวีว่าเป็นผู้ที่เข้าหาทางการจีนมากเกินไป ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปักหลักชุมนุมประท้วงที่ด้านหน้าของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดฯ (KPU) ขณะที่สื่อท้องถิ่นยังรายงานว่าทางการได้ส่งทหารราว 30,000 นายเข้าเมืองหลวงเพื่อรักษาความสงบพร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ ประธานาธิบดีโจโกวี ซึ่งชนะการเลือกตั้งด้วยผลคะแนน 55.5% เหนือคู่แข่งคือนายพลซูเบียนโตที่ได้ 44.5% กล่าวในวันนี้ว่า ผลจะทำงานร่วมกับทุกคนที่ทำเพื่อพัฒนาประเทศนี้ แต่ผมจะไม่ยอมให้ใครก็ตามที่ขัดขวางความมั่นคง กระบวนการประชาธิปไตยและความสามัคคีของประเทศอันเป็นที่รักของเรา” “ไม่มีทางเลือกอื่น ทหารและตำรวจจะดำเนินการต่อผู้ชุมนุมที่ก่อจลาจลรุนแรงอย่างเข้มงวด” ประธานาธิบดีโจโกวีกล่าว นอกจากนี้ผู้นำอินโดฯ ยังกล่าวถึงเหตุจลาจลว่า “เจ้าหน้าที่มีหน้าที่รักษาสถานการณ์ที่วุ่นวานในจาการ์ต้าเพื่อควบคุมกลุ่มผู้ประท้วง”…

อังกฤษจับ “ผู้ประท้วงโลกร้อน” เกือบ 300 คนปิดถนนลอนดอน

เอเอฟพี – มีผู้ถูกจับกุมเกือบ 300 คนในการประท้วงเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศในกรุงลอนดอนที่ทำให้หลายส่วนของเมืองหลวงอังกฤษเป็นอัมพาต ตำรวจ เผยวานนี้ (16 เม.ย.) กลุ่มผู้ประท้วงเริ่มการปิดกั้นสะพานและสี่แยกใหญ่ๆ เมื่อวันจันทร์ (15) ในช่วงเริ่มการรณรงค์อารยะขัดขืนที่เห็นได้ในส่วนอื่นๆ ของยุโรปด้วย การประท้วงครั้งนี้จัดขึ้นโดยกลุ่มรณรงค์ Extinction Rebellion ซึ่งถูกก่อตั้งเมื่อปีที่แล้วในอังกฤษโดยกลุ่มนักวิชาการ และกลายเป็นหนึ่งในขบวนการด้านสิ่งแวดล้อมที่เติบโตไวที่สุดในโลก สำนักงานตำรวจเทศบาลของลอนดอน ระบุเมื่อเย็นวานนี้ (16) ว่า มีผู้ถูกจับกุม 290 คน “เราอยากให้การชุมนุมดำเนินต่อไปอีกหลายสัปดาห์” ถ้อยแถลงของตำรวจ ระบุ ผู้ถูกจับกุมรวมไปถึงชายสามคนและหญิงสองคนที่ถูกควบคุมคัวที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทพลังงาน Royal Dutch Shell ในอังกฤษฐานต้องสงสัยทำให้เสียทรัพย์ นักรณรงค์หลายคนพ่นลายกราฟฟิตีและทุบทำลายหน้าต่างบานหนึ่งของตึก Shell Centre ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ถูกจับกุมฐานละเมิดกฎระเบียบสาธารณะและกีดขวางทางหลวง การประท้วงครั้งนี้ทำให้ได้เห็นคนกว่าหนึ่งพันคนปิดกั้นสะพาน Waterloo Bridge กลางกรุงลอนดอนและปลูกต้นไม้ในกระถางตามสองฝั่งสะพาน หลังจากนั้น ผู้ชุมนุมก็ตั้งแคมป์ในไฮด์พาร์คเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการชุมนุมครั้งต่อๆ ไปตลอดทั้งสัปดาห์ ———————————————————- ที่มา : MGR Online / 17 เมษายน 2562 Link…

ผู้ประท้วงโลกร้อนปีนขึ้นรถไฟผู้ดี ทำเอาบริการหยุดชะงัก

เอเจนซีส์ – นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมสองคนปีนขึ้นไปบนหลังคารถไฟในย่านธุรกิจการเงิน Canary Wharf ของกรุงลอนดอน ในวันพุธ (17 เม.ย.) วันที่สามของการดำเนินการเพื่อบีบให้อังกฤษใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาโลกร้อน กลุ่ม Extinction Rebellion ได้ประท้วงหนักข้อขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีการชุมนุมปิดประตูชัย Marble Arch , สถานีรถไฟ Oxford Circus และสะพาน Waterloo Bridge รวมถึงทุบประตูที่อาคาร Shell และทำให้บรรดาสมาชิกนิติบัญญัติตกใจด้วยการประท้วงกึ่งเปลือยในรัฐสภา มีผู้ถูกจับกุมเกือบ 300 คนในสัปดาห์นี้ หลังจากผู้ชุมนุมปิดกั้นสถานที่สำคัญของเมืองหลวงหลายแห่ง และมีอีกมากที่ตั้งเต็นท์นอนกันตามท้องถนน กลุ่มดังกล่าวที่สนับสนุนการต่อต้านอย่างสันติของพลเรือน ต้องการบีบให้รัฐบาลลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และหลีกเลี่ยงสิ่งที่เรียกว่าเป็นวิกฤติโลกร้อน ที่จะทำให้เกิดความอดอยาก อุทกภัย ไฟป่า และการล่มสลายทางสังคม ชายคนหนึ่งสวมชุดสูทสีดำ กับผู้หญิงสวมเสื้อคลุมสีดำ ขึ้นไปยืนบนหลังคารถไฟที่สถานีรถไฟ Docklands Light Railway (DLR) ในย่าน Canary Wharf พร้อมกับถือป้ายข้อความที่ระบุถึงวิกฤตโลกร้อน ผู้โดยสารบางคนตะโกนใส่ทั้งคู่เพื่อให้ลงมา ในขณะที่ตำรวจมุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังมีนักเคลื่อนไหวอีกคนติดกาวตัวเองกับรถไฟขบวนหนึ่ง หน่วยงานคมนาคมของลอนดอน ระบุว่า…