เพจดังเตือนภัย! สำเนาบัตร ปชช.ลูกค้าแบงก์ กลายเป็นถุงห่อขนม ติงต้องทำลายทิ้ง

  เพจดังเตือนภัย! สำเนาบัตร ปชช.ลูกค้าแบงก์ กลายเป็นถุงห่อขนม ติงต้องทำลายทิ้ง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ Drama-addict โพสต์ภาพถุงกระดาษใส่ขนมโตเกียวจากร้านค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งกระดาษจากสำเนาเอกสารสำคัญที่ใช้ในการเปิดบัญชีธนาคาร อาทิ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร มีชื่อ เลขที่บัตร เลขที่บัญชี รวมถึงมีการเซ็นสำเนาถูกต้องชัดเจน ทั้งนี้ ไม่สามารถระบุได้ว่า กระดาษใบดังกล่าวหลุดมาจากแหล่งใด แต่ถือว่าอันตรายอย่างมาก เพราะเป็นเอกสารสำคัญที่อาจทำให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้อย่างง่ายๆ โดยมีเนื้อหาโพสต์ว่า พอดีว่ามีเรื่องจะมาเตือนภัยค่ะ เมื่อวานไปซื้อโตเกียวหน้าเซเว่นค่ะ แล้วถุงที่ใส่มาเป็นเอกสารสำคัญ แต่ดันเอาทาทำเป็นถุงกระดาษ มีทั้งเลขบัตรประชาชน หน้าบุ๊คแบงค์ พร้อมลายเซ็นเลยค่ะ อันนี้ทางเราเบลอไว้นะคะ คืออยากให้หน่วยงานที่มีเอกสารสำคัญแบบนี้ คุณควรทำลายเอกสารทิ้งค่ะ ไม่ใช่ขายชั่งโลให้คนมาพับถุงขาย แบบนี้ถ้าเจอมิจฉาชีพ เค้าสามารถนำเลขบัตรประชาชนเราไปใช้ในทางที่ไม่ดีได้เลยนะคะ อยากจะให้ช่วยเป็นสื่อกลางเตือนให้ทีค่ะ     ขอบคุณ : เฟซบุ๊กแฟนเพจ Drama-addict   ——————————————————————————————————————————————————– ที่มา : มติชนออนไลน์       …

Facebook ทำเงินจากคุณได้อย่างไร และล้วงข้อมูลอะไรไปบ้าง !?

  Facebook ทำเงินจากคุณได้อย่างไร และล้วงข้อมูลอะไรไปบ้าง !? ในทุก ๆ วัน มีคนเกือบ 2,000 ล้านคนทั่วโลกที่กำลังไถฟีด Facebook (เฟซบุ๊ก) และในทุก ๆ วันมีกว่า 300 ล้านภาพ ที่ถูกอัปโหลดเก็บไว้บนเฟซบุ๊ก เอาหน่วยย่อยลงมาหน่อย ในทุก 1 นาที มี 590,000 คอมเมนต์ และ 290,000 สเตตัสเกิดขึ้นบนเฟซบุ๊ก เราอาจคิดว่าเราทุกคนกำลังใช้เฟซบุ๊ก แต่แท้จริงแล้วเฟซบุ๊กกำลังใช้เรา 2,895 ล้านคนคือจำนวนของบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กล่าสุด ณ ปัจจุบัน ถ้าถามถึงสัดส่วนประชากรโลกก็เพียง 36 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง อ้าว! ยังไม่ถึงครึ่งอีกหรอเนี่ย แต่นั่นก็ทำให้เฟซบุ๊กกลายเป็นโซเซียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก และคงไม่เกินเลยที่จะกล่าวว่า เฟซบุ๊กเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังที่สุด และมีอิทธิพลต่อผู้คนทั่วโลกมากที่สุด รวมทั้งเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจ สังคม จนไปถึงการเมืองได้เลย   รายได้ล่าสุด เมื่อครองโลกได้ขนาดนี้จึงไม่แปลกใจนัก ที่บริษัทเฟซบุ๊กจะทำเงินมหาศาล โดยตัวเลขล่าสุดในไตรมาสที่ 2 ของปี 2021…

เซ็นทรัล เรสตอรองส์ (CRG) ถูกแฮกข้อมูลลูกค้า ระบุปิดช่องโหว่แล้ว ล่าสุดแฮกเกอร์เจาะเครือเซนทาราด้วย

    เซ็นทรัล เรสตอรองส์ -โรงแรมเซ็นทารา เผยถูกแฮกข้อมูลลูกค้า แต่ได้อุดช่องโหว่แล้ว เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีข้อมูลสารสนเทศของบริษัท ถูกโจมตีทางไซเบอร์ โดยระบุว่า ตามที่บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรรองส์ กรุ๊ป จำกัด ได้รับทราบถึงการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบข้อมูลสารสนเทศขององค์กร ซึ่งส่งผลให้มีการเข้าถึงระบบสารสนเทศของบริษัทฯ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและโดยไม้ได้รับอนุญาต ซึ่งเมื่อทราบเรื่อง บริษัทฯ ได้มีการดำนเนินการปิดการเข้าถึงข้อมูลที่ผิดปกติในทุกช่องทางและทำการตรวจสอบทันที โดยภายหลังจากการตรวจสอบโดยละเอียดร่วมกับผู้เชี่ยวชาญถึงรายละเอียดของการโจมตี รวมถึงข้อมุลต่างๆที่มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแล้ว บริษัทฯ พบว่ามีการเข้าถึงชุดข้อมูลส่วนุบคคลอันได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ เพศ หมายเลขโทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด และที่อยู่อีเมล ของลูกค้าบางส่วน รวมถึงข้อมูลอื่นๆของบริษัทน ในบางส่วน อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ขอยืนยันว่า ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อสินค้า ข้อมูลบัตรเครดิต หรือข้อมูลธุรกรรมทางการเงินใดๆ ของลูกค้า ถูกเข้าถึงในเหตุการณ์นี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง บริษัทน ขอให้ลูกค้าของบริษัทฯ ระวังการติดต่อทางโทรศัพท์ หรืออีเมลที่มีลักษณะน่าสงสัย…

กูรูเปิด ‘3 เทรนด์’ ซิเคียวริตี้ สะเทือนความมั่นคงไซเบอร์

  ทุกวันนี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ทั้งผู้คน องค์กร และหน่วยงานรัฐบาล ล้วนตกอยู่บนความเสี่ยง แม้จะระมัดระวังอย่างมากแล้วก็มีโอกาสตกเป็นเหยื่อ กูรูด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ ปริญญา หอมเอนก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ปี 2022-2024 ว่า 3 เทรนด์ที่น่าจับตามอง ประกอบด้วย   1.ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและความจำเป็นเร่งด่วนในการฉีดวัคซีนไซเบอร์ให้กับประชาชน โดย การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งปฏิกิริยาดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นขององค์กรการทำงานแบบเวิร์คฟรอมโฮมทำให้เปิดช่องโหว่ในการโจมตีของแฮ็คเกอร์มากขึ้นและที่สำคัญเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เพราะปัญหาทางไซเบอร์ไม่อาจแก้ได้โดยทางเทคนิคอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยกระบวนการที่ดีและการให้ความรู้ประชาชนด้วย   2.การโจมตีทางไซเบอร์ในระบบห่วงโซ่อุปทานและการรับรองมาตรฐานระดับวุฒิภาวะทางไซเบอร์ งานวิจัยทั่วโลกพบว่าการโจมตีทางไซเบอร์มีสาเหตุมาจากการที่องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนมีการต่อเชื่อมกับหน่วยงานที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) โดยที่หน่วยงานเหล่านั้นมีช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ทำให้องค์กรที่ต่อเชื่อมเกิดปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่างคาดไม่ถึง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรฐานหรือการรับรองความมั่นคงปลอดภัย ในระบบห่วงโซ่อุปทาน   3.ความท้าทายจากพฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนไปและสถาปัตยกรรมความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมกับโลกยุค Post-COVID ด้วยการทำงานแบบเวิร์คฟรอมโฮมจะอยู่ไปอีกนาน ผู้คนเริ่มมีความคุ้นชินกับการประชุมออนไลน์ ซึ่งทำให้ระบบความมั่นคงปลอดภัยขององค์กรจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันยุคทันสมัยและรองรับการโจมตีทางไซเบอร์เนื่องจากลักษณะการทำงานดังกล่าว   ดังนั้นฝ่ายรักษาความมั่นคงปลอดภัยมีความจำเป็นต้องสร้างความสมดุลระหว่างเรื่องการป้องกันความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร และเรื่องการดำเนินธุรกิจ พร้อมๆ ไปกับการสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ โดยระบบมีความจำเป็นในการตรวจจับพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงและผิดปกติอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะยกระดับความเชื่อใจหากถูกคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที ปริญญา วิเคราะห์เหตุการณ์ดูดเงินซึ่งมีผู้เสียหายกว่า 4 หมื่นราย ความเสียหายกว่า…

แคสเปอร์สกี้ แนะ 7 ข้อ ใช้ Instagram อย่างปลอดภัย

  เปิด 7 ข้อใช้ อินสตาแกรม (Instagram) หรือ ไอจี อย่างปลอดภัย   ในวาระครบรอบอินสตาแกรม 11 ปี จากบริการแชร์รูปภาพ กลายเป็นเครือข่ายโซเชียลที่ได้รับความนิยมไปทั่่วโลก คนใช้มากกว่า 1 พันล้านคน 6 ตุลาคม อินสตาแกรม (Instagram) ฉลองครบรอบ 11 ปี Instagram เริ่มต้นจากบริการแชร์รูปภาพ กลายเป็นเครือข่ายโซเชียลที่ได้รับความนิยมทั่วโลกมากที่สุดเครือข่ายหนึ่ง ข้อมูลของ eMarketer ระบุว่า Instagram มีผู้ใช้มากถึง 1,074 พันล้านคนทั่วโลกในปี 2564 โดยปัจจุบันผู้ใช้สามารถเข้าดูร้านค้าออนไลน์ จองทำเล็บ พูดคุยกับผู้คนที่มีแนวคิดคล้ายกัน และพบคู่รัก ในแต่ละวันมีผู้ใช้ Instagram ทั่วโลกจำนวนมาก การใช้ Instagram เพื่อความพึงพอใจและประโยชน์ต่างๆ อาจพบความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้เชี่ยวชาญจาก แคสเปอร์สกี้ ขอเน้นย้ำเคล็ดลับสำคัญ 7 ประการที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลส่วนบุคคลและบัญชี Instagram ของคุณ ดังนี้…

ปอท.ซิวแฮกเกอร์ ดูดข้อมูล-ขายเว็บมืด ลูกค้าบริษัท 6 แสนชื่อ

    ตำรวจ บก.ปอท. รวบแฮกเกอร์หนุ่มแฮ็กรายชื่อลูกค้าบริษัทประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหารออกเร่ขายทางดาร์กเว็บ 6 แสนรายชื่อ ในราคากว่า 3 แสนบาท อ้างหาเงินเล่นพนันออนไลน์ หลังบริษัทผู้เสียหายตรวจพบประกาศขายรายชื่อดังกล่าวบนเว็บไซต์ รวบแฮกเกอร์หนุ่มแฮ็กรายชื่อลูกค้าบริษัทใหญ่ออกขาย โดยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปอท. พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ ผกก.1 บก.ปอท. พ.ต.ต.ชัยยุทธ เชียงสอน สว.กก.1 บก.ปอท. นำกำลังจับกุมนายวรพล ฤทธิเดช อายุ 27 ปี ฐานเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน และกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ หลังนำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 561/2564 ลง วันที่ 5 ต.ค. เข้าตรวจค้นห้องเลขที่ 78/1121 ชั้น 32 อาคารเคนชิงตัน ถนนเทพารักษ์ ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ ตรวจยึดสิ่งของที่น่าเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ได้แก่ โน้ตบุ๊ก…