ผู้ก่อตั้ง ‘วิกิลีกส์’ รับโทษจำคุก 50 สัปดาห์ในอังกฤษ

WikiLeaks founder Julian Assange arrives at the Westminster Magistrates Court, after he was arrested in London, Britain, April 11, 2019. ศาลกรุงลอนดอน ของอังกฤษ ตัดสินให้นายจูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์ (WikiLeaks) รับโทษจำคุก 50 สัปดาห์ หลังจากละเมิดคำสั่งศาลของทางการอังกฤษ เมื่อ 7 ปีก่อน ระหว่างที่นายอัสซานจ์ขอลี้ภัยอยู่ในสถานทูตเอกวาดอร์ ในกรุงลอนดอน นายอัสซานจ์ ขอลี้ภัยและเข้าไปอาศัยอยู่ในสถานทูตเอกวาดอร์ ในอังกฤษ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เพื่อหลบหนีการส่งตัวกลับไปดำเนินคดีในสวีเดนในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากที่สวีเดนยุติการสืบสวนในคีดังกล่าว ผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์รายนี้ยังคงอาศัยอยู่ในสถานทูตเอกวาดอร์เรื่อยมา ด้วยความกลัวว่าหากเขาเดินทางออกจากอังกษ อาจถูกจับกุมและส่งตัวไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ ฐานเปิดเผยข้อมูลลับสุดยอดของรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านทางวิกิลีกส์ เมื่อเดือนที่แล้ว เอกวาดอร์เพิกถอนสถานะผู้ลี้ภัยของนายอัสซานจ์ ไม่นานก่อนที่ตำรวจอังกฤษจะบุกจับกุมเขา ตามมาด้วยสหรัฐฯ ที่ยื่นหนังสือขอส่งตัวนายผู้ร้ายข้ามแดน และตั้งข้อหานายอัสซานจ์ ฐานสมรู้ร่วมคิดในการเจาะล้วงข้อมูลคอมพิวเตอร์…

Password Checkup ส่วนเสริม Chrome ช่วยเตือนรหัสผ่านโดนแฮกรึไม่

มาแล้ว Password Checkup ส่วนเสริมของ Google Chrome ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เรามากขึ้น แจ้งให้เรารู้ได้ว่ารหัสผ่านเราถูกแฮกรึเปล่า เดือนที่ผ่านมาเรียกว่ามีการหลุดบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านที่ถูกแฮกมาเป็นจำนวนมหาศาล แถมข่าวช่องโหว่และการจู่โจมต่างๆก็ออกมาอย่างต่อเนื่อง แล้วผู้ใช้อย่างเราๆจะต้องระมัดระวังตัวมากแค่ไหนถึงจะไม่ตกเป็นเหยื่อ ล่าสุดทาง Google ได้เพิ่มเครื่องมือใหม่ นั่นก็คือ Password Checkup ส่วนเสริมบน Google Chrome ที่ช่วยให้เราปลอดภัยมากขึ้น เมื่อเราติดตั้งและเปิดใช้งาน มันจะทำการเทียบบัญชีผู้ใช้ของคุณกับฐานข้อมูลที่ Google มีอยู่มากกว่า 4,000 ล้านข้อมูลที่บัญชีผู้ใช้ไม่ปลอดภัย เครื่องมือตัวนี้พัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้ารหัสจาก Stanford University เพื่อให้มั่นใจว่าทาง Google จะไม่ได้ล่วงรู้ถึงบัญชีหรือรหัสผ่านของเราที่ถือเป็นความลับที่สุด เมื่อเราติดตั้งส่วนเสริมนี้บน Chrome แล้ว ก็จะมีไอคอนปรากฎขึ้นที่แถบด้านบน เมื่อเราทำการล็อกอิน Username หรือรหัสผ่านที่ไม่ปลอดภัย เคยมีประวัติในฐานข้อมูลว่าเคยโดนแฮกหรือมีรหัสผ่านหลุดออกมา ก็จะแจ้งให้เรารู้ทันที สิ่งที่เราต้องทำก็คือเข้าไปเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ให้เร็วที่สุดค่ะ ส่วนการทำงานนั้นจะออกแบบโดยไม่ให้รบกวนผู้ใช้คือ จะแจ้งเฉพาะกรณีที่ผู้ใช้มีความเสี่ยงจริงๆ คนที่ตั้งรหัสผ่านที่เดาได้ง่ายอย่าง 123456 อันนี้จะไม่แจ้งเตือนค่ะ ——————————————————– ที่มา : Dailygizmo / Feb 6, 2019 Link : https://www.dailygizmo.tv/2019/02/06/google-chrome-password-checkup/

กลโกงบัตรพลาสติก – มือใหม่ต้องรู้ก่อนเปิดใช้งานบัตร

IN FOCUS บัตรเครดิต เดบิต หรือเอทีเอ็มจะใช้แถบแม่เหล็กในการจัดเก็บข้อมูล ความสะดวกสบายดังกล่าวต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่จะถูกโกง เพราะแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตรสามารถทำสำเนาได้ง่ายแสนง่ายโดยใช้เครื่องเล่นเทปที่บ้านท่าน เทปคาสเซ็ทเปล่า และอุปกรณ์อีกนิดหน่อย ก่อนที่บัตรพลาสติกจะได้รับการพัฒนาโดยติดไมโครชิปซึ่งปลอมแปลงได้ยาก ตามมาตรฐานบัตรอัจฉริยะเพื่อการจ่ายเงิน EMV ปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดการโกงประเภทใหม่คือ ‘การโกงแบบไม่จำเป็นต้องแสดงบัตร (Card-not-present Fraud หรือ CNP)’ หมายถึงการทำธุรกรรมผ่านทางอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์โดยไม่จำเป็นต้องแสดงบัตรตัวเป็นๆ ให้กับเจ้าของร้านค้า ซึ่งมิจฉาชีพสามารถ ‘ขโมย’ ข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ ในการทำธุรกรรม เช่น ชื่อ-สกุล ที่อยู่ หรือหมายเลขหน้าบัตร จากโลกออนไลน์ ข้อควรระวังสำหรับผู้ถือบัตรพลาสติกคือ ห้ามเปิดเผยเลข 3 หลักหลังบัตรเด็ดขาด เช็กเว็บไซต์ให้ดีก่อนกรอก ID และ Password และใช้ระบบจำรหัสอัตโนมัติและเครือข่ายสาธารณะอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะกับเว็บไซต์ธนาคารออนไลน์ หรือเว็บไซต์ที่มีข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งาน กลโกงบัตรพลาสติกมีอยู่ทุกยุคทุกสมัย ในวันที่เหล่าผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายแบบไร้เงินสด นายธนาคารหรือสถาบันการเงินก็พยายามตอบสนองความต้องการเหล่านั้นโดยหยิบยื่น ‘สิ่งแทน’ เพื่อแสดงตัวตนว่าเขาหรือเธอมีเครดิตหรือเงินในธนาคารมากเพียงพอที่จะชำระค่าสินค้าหรือบริการ แต่ความยุ่งยากที่ตามมาคือการสอบทานว่าลูกค้าคนนั้นคือตัวจริงและบัตรเป็นของจริง เพราะมิเช่นนั้น เหล่านักการเงินก็จะเสียรู้และเสียสตางค์ให้กับเหล่ามิจฉาชีพ การสู้รบปรบมือระหว่างเหล่านายธนาคารกับมิจฉาชีพจึงเป็นสงครามที่ไม่มีวันสงบ ตั้งแต่สมัยแอนะล็อกจนถึงยุคออนไลน์ไร้พรมแดน ในบทความนี้ ผู้เขียนขอพาย้อนกลับไปอ่านพัฒนาการก่อนที่จะมาเป็นบัตรพลาสติก รวมถึงแนวทางรับมือสารพัดกลโกงรูปแบบใหม่ในโลกออนไลน์ที่เหล่ามิจฉาชีพไม่จำเป็นต้องมีบัตรอยู่ในมืออีกต่อไป ที่มาของบัตรพลาสติก…

ผลสำรวจชี้ ผู้ใช้ยังขาดความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยของการใช้ Router

Broadband Genie ได้ทำการสำรวจผู้ใช้ Router รวม 2,205 ราย พบมีเพียงสิบกว่าเปอร์เซ็นเท่านั้นที่หมั่นอัปเดตเฟิร์มแวร์และเปลี่ยนไม่ใช้รหัสผ่านจากโรงงาน ในขณะที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังคงขาดความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยของการใช้ Router Broadband Genie ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ปัญหาเรื่อง Router ถูกโจมตีเพื่อใช้เป็น Botnet มีแนวโน้มเพิ่งสูงขึ้นมาก ซึ่ง 2 สาเหตุหลักมาจากการโจมตีช่องโหว่ของ Router และการแฮ็กอุปกรณ์ที่ใช้ชื่อล็อกอินและรหัสผ่านดั้งเดิมจากโรงงาน โดยผลสำรวจพบว่าเป็นไปตามที่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายกังวัล คือ ผู้ใช้ยังคงขาดความรู้ในการทำให้ Router ของตนมั่นคงปลอดภัย จากการสำรวจผู้ใช้รวม 2,205 รายพบว่ามีเพียง 14% เท่านั้นที่หมั่นอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็นเวอร์ชันล่าสุดสม่ำเสมอ ในขณะที่มีเพียง 18% เท่านั้นที่เปลี่ยนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่ไม่ให้ซ้ำกับของเดิมที่มาจากโรงงาน นั่นหมายความว่าประมาณร้อยละ 80 ของ Router ที่ใช้งานกันอยู่มีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีให้กลายเป็น Botnet ได้ ผลสำรวจที่น่าสนใจอื่นๆ มีดังนี้ 31% ของผู้ใช้เปลี่ยนรหัสผ่าน Wi-Fi ไม่ให้ซ้ำกับรหัสผ่านแอดมิน 30% เคยเข้าหน้าแอดมินเพื่อตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์อื่นเชื่อมต่อกับ Router อยู่หรือไม่ 51%…

ทลายแก๊งดึงข้อมูลเหยื่อเปลี่ยนรหัส ซื้อบัตรเงินสดออนไลน์ เสียหายกว่า 1 ล้านบาท

ปอท. บุกรวบแก๊งดึงข้อมูลจากบริษัทโบรกเกอร์เหยื่อไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลใน Internet banking เพื่อซื้อบัตรเงินสดออนไลน์ และขายต่อในเว็บไซต์เสียหายกว่า 1 ล้านบาท  วันนี้ (27 เม.ย.) พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) กล่าวว่า กลุ่มงานสนับสนุนคดีทางเทคโนโลยี นำโดย พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา ผกก.กลุ่มงานสนับสนุนฯ บก.ปอท. พ.ต.ท.สุรชัจ สีมุเทศ พ.ต.ท.พิเชษฐ์ คำภีรานนท์ รอง ผกก.กลุ่มงานสนับสนุนฯ บก.ปอท. พ.ต.ท.ภานุภัทร กิตติพันธ์ สว.กก.2 ปรก. กลุ่มงานสนับสนุนฯ ว่าที่ พ.ต.ต.สุรโชค กังวานวาณิชย์ สว.กลุ่มงานฯ ได้นำกำลังร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาที่หลอกข้อมูลเหยื่อแล้วนำข้อมูลไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลใน Internet banking ของเหยื่อ เพื่อซื้อบัตรเงินสดออนไลน์ และนำบัตรเงินสดนั้นไปขายต่ออีกครั้ง จำนวน 3 คน ประกอบด้วย 1. นายพีรยุท ครฑธาพันธ์ อายุ 28 ปี 2.…

นักวิจัยระบุหลายล้านแอปพลิเคชันเผยข้อมูลผู้ใช้ผ่าน SDK การโฆษณา

ในงาน RSA ที่จัดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกานักวิจัยจาก Kaspersky Lab ได้เผยถึงงานวิจัยว่า “มีแอปพลิเคชันหลายล้าน รวมถึง SDK จาก Thrid-party เผยให้เห็นถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถดักจับและแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ซึ่งอาจนำไปสู่การติดมัลแวร์ Blackmail หรือการโจมตีในรูปแบบอื่นต่ออุปกรณ์ต่อไป“ นาย Roman Unuchek ได้กล่าวถึงว่าปัญหาคือข้อมูลนั้นถูกส่งผ่าน HTTP จะถูกดักจับได้ง่ายเพราะไม่มีการป้องกันและถูกแชร์อยู่ในเครือข่าย Wi-Fi หรือ ISP เดียวกัน แม้กระทั่งมัลแวร์ที่อาจฝังอยู่ในเร้าเตอร์ตามบ้านเอง โดยข้อมูลที่ไม่มีการปกป้องเหล่านี้สามารถถูกผู้ร้ายแก้ไขเปลี่ยนแปลง เช่น แก้ไขเพื่อแสดงโฆษณาอันตราย ล่อลวงให้ผู้ใช้โหลด Trojan มาติดตั้งเพื่อนำไปสู่มัลแวร์อื่นๆ ต่อไป เมื่อสืบเสาะกลับไปที่ต้นตอของปัญหาพบว่านักพัฒนาใช้ SDK ที่ผูกติดกับเครือข่ายโฆษณาที่ได้รับความนิยมเพื่อประหยัดเวลา อย่างไรก็ตาม Kaspersky พบว่า SDK เหล่านั้นมีช่องโหว่เนื่องจากไม่มีการปกป้องข้อมูลที่ถูกส่งระหว่างแอปพลิเคชันและเซิร์ฟเวอร์เพื่อการโฆษณา ซึ่งมีแอปพลิเคชันหลายล้านใช้งาน SDK โค้ดเหล่านั้นอยู่เสียด้วย งานวิจัยที่ Unuchek ทำคือการมุ่งเป้าไปยังแอปพลิเคชันที่ใช้งาน HTTP Request ด้วย Method ของ GET และ POST ซึ่งจากการสำรวจ…