AI เปลี่ยนภูมิทัศน์ความมั่นคงไซเบอร์ ‘การ์ทเนอร์’ ชี้ 4 ภัยคุกคามต้องเร่งรับมือ
การโจมตีแอปพลิเคชัน AI ถูกจัดเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากองค์กรนำเครื่องมือ AI มาใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การโจมตีแอปพลิเคชัน AI ถูกจัดเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากองค์กรนำเครื่องมือ AI มาใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นยุคที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เรามักได้ยินข่าวองค์กรยักษ์ใหญ่ถูกเจาะระบบอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่องค์กรเหล่านั้นทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ความย้อนแย้งนี้กำลังตะโกนบอกเราว่า “การจ่ายเงินมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยขึ้นเสมอไป”
ท่ามกลางกระแสการนำ Generative AI (GenAI) มาใช้ในองค์กรที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว การ์ทเนอร์เตือนว่าภายใต้ความสามารถอันทรงพลังของเทคโนโลยีนี้ ยังมี “จุดบอด” สำคัญที่อาจกลายเป็นความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ต่อองค์กรได้ พร้อมชี้ว่า CIO ต้องปรับบทบาทจากผู้บริหารด้านเทคโนโลยี มาเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์
แม้ศักยภาพของ Generative AI (GenAI) กับงานในองค์กรภาครัฐนั้นมีมหาศาล แต่ในความเป็นจริงเมื่อต้องนำไปปรับใช้งานกลับมีความซับซ้อนมากกว่าที่คิด…จากการสำรวจของการ์ทเนอร์ล่าสุดพบว่า ภายในปี 2026 ราว 80% ของผู้บริหารงานด้านสารสนเทศหรือ CIO ในองค์กรภาครัฐจะเพิ่มงบประมาณไปกับ GenAI ขึ้นอีก 38% เมื่อเทียบกับปี 2025 นี้
การ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่า ในอีกสองปีข้างหน้า (พ.ศ. 2570) องค์กรต่างๆ จะนำโมเดล AI ขนาดเล็กเฉพาะงานมาใช้ โดยมีปริมาณการใช้งานมากกว่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ใช้โดยทั่วไป หรือ LLMs อย่างน้อยสามเท่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่ทั่วไปแม้จะมีความสามารถด้านภาษาที่แข็งแกร่ง แต่กลับมีความแม่นยำในการตอบสนองลดลงเมื่อต้องทำงานที่ต้องการบริบทเฉพาะทางธุรกิจ
ปัจจุบัน ความนิยมใช้งาน GenAI ในหมู่ผู้ใช้งานทั่วไปเติบโตเร็วเกินกว่าแนวทางการพัฒนาด้านการกำกับดูแลข้อมูลและมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งสร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในประเทศ (Data Localization) เนื่องจากต้องใช้พลังการประมวลผลแบบรวมศูนย์ (Centralized Computing) สำหรับรองรับเทคโนโลยีเหล่านี้
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว