![]()
ประเทศไทยกำลังเผชิญภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่ชายแดนอีกต่อไป เมื่อหน่วยงานด้านความมั่นคงได้ยกระดับ “ภัยคุกคามจากอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)” เป็นวาระสำคัญของประเทศ หลังประเมินว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถถูกนำไปใช้เพื่อการสอดแนม การก่ออาชญากรรม การลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย ตลอดจนดัดแปลงเป็นอาวุธได้ในอนาคต
ที่ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพจึงเห็นชอบให้เร่งยกระดับขีดความสามารถของกองทัพในการรับมือภัยคุกคามยุคใหม่ พร้อมผลักดันการจัดตั้ง Joint Capabilities Command (JCC) เพื่อบูรณาการการปฏิบัติการร่วมของทุกเหล่าทัพ เชื่อมโยงข่าวกรอง ระบบตรวจจับ และการตอบสนองต่อภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ รวมถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติเข้ามาเสริมศักยภาพการป้องกันประเทศ
ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงยังประเมินว่า โดรนในปัจจุบันมีราคาถูกลง บินได้ไกล บรรทุกน้ำหนักได้มาก และสามารถดัดแปลงเพื่อภารกิจทางทหารหรือการก่ออาชญากรรมได้ง่ายกว่าที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่สำคัญ ทั้งหน่วยงานทางทหาร สนามบิน โครงสร้างพื้นฐาน เขตพระราชฐาน รวมถึงพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ
ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ออกมาตรการควบคุมการใช้งานโดรนในหลายพื้นที่ รวมถึงเคยประกาศห้ามบินโดรนทั่วประเทศเป็นการชั่วคราวในช่วงที่มีสถานการณ์ด้านความมั่นคง เพื่อป้องกันการนำโดรนไปใช้สอดแนมหรือกระทำการที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของประเทศ
การยกระดับภัยคุกคามครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “โดรน” ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์เพื่อการถ่ายภาพหรือการเกษตรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในมิติของการป้องกันประเทศ การบังคับใช้กฎหมาย และการรับมือภัยคุกคามจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
ที่มา : mgronline.com / เผยแพร่วันที่ 13 ก.ค.69
Link : https://www.mgronline.com/news1/detail/9690000067853







