![]()

“สหราชอาณาจักร” เผชิญภัยไซเบอร์พุ่ง 50% ในรอบปี MI5 เตือนภัยการแทรกแซงจากต่างชาติ หลังพบกลุ่มสายลับจากจีน รัสเซีย และอิหร่าน มุ่งบ่อนทำลายสถาบันประชาธิปไตยอังกฤษ
วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลา 06.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์ของสหราชอาณาจักร (National Cyber Security Center – NCSC) เปิดเผยว่า ในรอบปีที่ผ่านมาสหราชอาณาจักรเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากกลุ่มอาชญากรและรัฐศัตรู หลังเกิดเหตุโจมตีระบบของหลายบริษัทใหญ่ ตั้งแต่ Jaguar Land Rover, Marks & Spencer, ไปจนถึงบริษัทในอุตสาหกรรมการบิน
NCSC ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สำนักข่าวกรองสัญญาณของรัฐบาล (GCHQ) ระบุว่า ได้จัดการรับมือเหตุโจมตีทางไซเบอร์ รวม 429 ครั้ง ในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดเดือนสิงหาคม โดยเกือบครึ่งหนึ่งของเหตุการณ์ทั้งหมดถูกจัดอยู่ในระดับมีความสำคัญระดับชาติ (nationally significant) ซึ่งหมายความว่าหน่วยงานต้องรับมือกับเหตุโจมตีใหญ่เฉลี่ยสัปดาห์ละ 4 ครั้ง
นอกจากนี้ยังมี 18 เหตุการณ์ที่ถูกจัดว่ามีความรุนแรงสูง (highly significant) เนื่องจากสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อหน่วยงานรัฐบาลกลาง บริการสาธารณะสำคัญ หรือเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 50% จากปีก่อนหน้า
Richard Horne ผู้อำนวยการใหญ่ของ NCSC เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในสุนทรพจน์เมื่อวันอังคาร โดยระบุว่า ภัยคุกคามไซเบอร์ในสหราชอาณาจักรมีขอบเขตกว้างกว่าที่สาธารณชนรับรู้ และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกรณีที่เป็นข่าวใหญ่
“ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราเห็นบริษัทชั้นนำในทุกภาคเศรษฐกิจ ตั้งแต่ค้าปลีก การผลิต ไปจนถึงการขนส่ง ได้รับผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์ และที่เป็นข่าวก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น”
วิกฤตโจมตีไซเบอร์ จากรถยนต์-ค้าปลีก ถึงสนามบินยุโรป
หนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม เมื่อ Jaguar Land Rover ถูกโจมตีระบบเครือข่าย จนต้องปิดโรงงานผลิตทั่วโลกเป็นการชั่วคราว ความเสียหายที่เกิดขึ้นคาดว่าอาจมีมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ และส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของบริษัท ซึ่งมีแรงงานนับพันคน
รัฐบาลสหราชอาณาจักรต้องเข้ามาอัดฉีดวงเงินกู้ฉุกเฉิน 1.5 พันล้านปอนด์ หรือราว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยบริษัทจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์
ในเดือนกันยายน ระบบเช็กอินและบอร์ดดิ้งของสายการบินรายใหญ่ในยุโรป รวมถึงสนามบินฮีทโธรว์ (Heathrow) ของลอนดอน ถูกโจมตีไซเบอร์ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนมาดำเนินการด้วยมือ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าและเที่ยวบินถูกยกเลิกจำนวนมาก
ส่วนในเดือนเมษายน แฮกเกอร์เจาะระบบของ Marks & Spencer สร้างความเสียหายกว่า 300 ล้านปอนด์ ขณะเดียวกัน เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต Co-op ก็ประเมินว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นถึง 206 ล้านปอนด์
MI5 เตือนภัยการแทรกแซงจากต่างชาติ จีน รัสเซีย อิหร่าน อยู่เบื้องหลัง
ภัยคุกคามไซเบอร์ยังเชื่อมโยงกับปัญหาความมั่นคงระดับชาติ หลังจากคดีสอดแนมที่กล่าวหาชาวจีน 2 คนในข้อหาจารกรรมต้องล้มคดี ส่งผลให้รัฐบาลถูกวิจารณ์เรื่องการจัดการด้านข่าวกรอง
ฮอร์นเคยระบุชัดว่าจีนเป็นภัยคุกคามไซเบอร์หลักต่อสหราชอาณาจักร และล่าสุดหน่วยข่าวกรองภายในประเทศ MI5 ออกประกาศเตือนนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐว่าพวกเขากำลังตกเป็นเป้าหมายของสายลับจาก จีน รัสเซีย และอิหร่าน ซึ่งพยายามบ่อนทำลายประชาธิปไตยของอังกฤษ
MI5 ระบุในแถลงการณ์ว่า “สหราชอาณาจักรกำลังตกเป็นเป้าการแทรกแซงและสอดแนมเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวจากบางส่วนของรัฐบาลรัสเซีย จีน และอิหร่าน ซึ่งต่างมุ่งผลักดันผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ของตนเอง พร้อมสร้างความเสียหายต่อสถาบันประชาธิปไตยของเรา”
อ้างอิง : www.bloomberg.com
ที่มา ;วารสารการเงินและธนาคาร / วันที่เผยแพร่ 14 ตุลาคม 2568
Link https://moneyandbanking.co.th/2025/202376/






