![]()

สถานีโทรทัศน์ในไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และบัลแกเรีย ได้รับอีเมลขู่วางระเบิด ต้องอพยพเจ้าหน้าที่และระงับการออกอากาศบางส่วน ขณะที่ยุโรปเผชิญคำขู่ระเบิดเที่ยวบินและการโจมตีทางไซเบอร์ต่อเนื่อง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ว่า สถานีโทรทัศน์หลายแห่งในยุโรปได้รับอีเมลขู่วางระเบิด ซึ่งสถานีโทรทัศน์ที่ได้รับคำขู่ดังกล่าว รวมถึง สถานีโทรทัศน์อาร์ทีอี ของไอร์แลนด์ สถานีสกาย ของสหราชอาณาจักร และสถานีโนวาทีวี ของบัลแกเรีย ขณะที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด และอพยพประชาชนตามขั้นตอน ก่อนมีการยืนยันว่า ไม่พบวัตถุต้องสงสัย หรือวัตถุระเบิดใด
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาดังกล่าว อาร์ทีอีต้องระงับรายการตามปกติ และเปิดเพลงสลับกับข้อความที่บันทึกไว้ล่วงหน้าเป็นเวลานานถึง 3 ชั่วโมง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น หลังมีการส่งคำขู่วางระเบิดเครื่องบินโดยสารหลายครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตั้งแต่เซอร์เบีย ฟินแลนด์ ไปจนถึงสเปนและอีกหลายประเทศในยุโรป ส่งผลให้เที่ยวบินต้องเปลี่ยนเส้นทาง ลงจอดฉุกเฉิน และมีการตรวจค้นด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แต่ยังไม่พบวัตถุระเบิดเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์ต่อธุรกิจค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งของยุโรป ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ อีเมลที่ส่งถึงสถานีโนวาทีวีและอาร์ทีอี ระบุว่า ผู้ส่งเป็นหนึ่งในผู้นำกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการขู่วางระเบิดเครื่องบินโดยสาร พร้อมอ้างว่ามีผู้ปฏิบัติการนำวัตถุระเบิดไปติดตั้งไว้ภายในอาคาร และจะเกิดระเบิดขึ้นภายใน 45 นาที โดยลงท้ายข้อความด้วยคำเตือนว่า “เวลานับถอยหลังเริ่มขึ้นแล้ว”
อีเมลดังกล่าวใช้หัวข้อว่า “ข้อความถึงชาติตะวันตก” และลงชื่อผู้ส่งว่า “มิคาอิล อันโดรปอฟ” ซึ่งเป็นนามสกุลเดียวกับนายยูริ อันโดรปอฟ อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตผู้ล่วงลับ พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “เป็นเพียงจุดเริ่มต้น” และยุโรปยังต้องเผชิญกับสิ่งที่เลวร้ายกว่านี้ในอนาคตอันใกล้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า การเลือกใช้นามสกุลดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเกี่ยวข้องของรัสเซีย หรือเป็นความพยายามโยนความผิดให้รัฐบาลมอสโก
นายไมเคิล มาร์ติน นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ กล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงในยุโรปยังไม่สามารถระบุได้ว่า การขู่วางระเบิดเครื่องบินและองค์กรสื่อเป็นการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการที่มีการประสานงานกัน
แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างความปั่นป่วนและบ่อนทำลายการดำเนินชีวิตตามปกติของสังคมผ่านปฏิบัติการนอกแบบแผน สามารถทำได้ง่ายเพียงใด โดยมีเป้าหมายสร้างความหวาดกลัวและความวิตกกังวล พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนตั้งสติและรับมือกับสถานการณ์อย่างสงบ.
เครดิตภาพ : REUTERS
ที่มา : สำนักข่าวเดลินิวส์ / เผยแพร่วันที่ 7 พ.ย.69
Link : https://www.dailynews.co.th/news/6338983/






