![]()
โอเพนเอไอเผย เอไอเอเจนต์ระหว่างการฝึกสามารถใช้ช่องโหว่เจาะออกจากสภาพแวดล้อมแซนด์บ็อกซ์ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต และส่งคำถามไปยังแชตบอตภายนอกอย่างน้อย 20 รายการ ขณะที่บริษัทสั่งระงับการฝึกโมเดลจนกว่าจะแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ว่าบริษัทโอเพนเอไอ ผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) รายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยว่า เอไอเอเจนต์ของบริษัท ซึ่งอยู่ระหว่างการฝึกในสภาพแวดล้อมแซนด์บ็อกซ์ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต สามารถเจาะช่องโหว่เข้าถึงเครือข่ายภายนอกได้
ทั้งนี้ ระบบเอไออาศัย “ช่องว่าง” ในระบบความปลอดภัยเพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสาธารณะ หลังจากนั้น ระบบส่งคำถามอย่างน้อย 20 รายการไปยังบริการแชตบอตของบริษัทภายนอกรายหนึ่ง รวมถึงคำถามว่า “เมืองหลวงของฝรั่งเศสคืออะไร”
แถลงการณ์ของโอเพนเอไอระบุว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นกรณีแรกนับตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งโมเดลหลายระบบเข้าถึงอินเทอร์เน็ตระหว่างการทดสอบภายใน และมีการละเมิดระบบของแพลตฟอร์มฮักกิงเฟซ
โอเพนเอไอย้ำว่า เหตุการณ์ล่าสุดเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับกำหนดแนวทางรักษาความปลอดภัยในขั้นต่อไป และสั่งระงับการฝึกโมเดลที่มีความสามารถสูงสุดโดยใช้เครื่องมือ จนกว่าจะแก้ไขช่องโหว่ในแซนด์บ็อกซ์พร้อมทั้งย้ำว่า โอเพนเอไอยืนยันว่าจะไม่กลับมาฝึกโมเดลตัวดังกล่าวอีก
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ล่าสุดยังเผยให้เห็นช่องโหว่ด้านกระบวนการปฏิบัติงานของโอเพนเอไอ โดยระบบตรวจสอบแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ และมีผู้รับทราบภายใน 3 นาที แต่การฝึกไม่ได้หยุดลงโดยอัตโนมัติตามที่ควรจะเป็น
ท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถหยุดการฝึกด้วยตนเอง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเอไอเรียกร้องให้บริษัทค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขปัญหาอย่างถาวร ก่อนกลับมาเปิดการฝึกอีกครั้ง ในเวลาเดียวกัน โอเพนเอไอยังอยู่ระหว่างตรวจสอบผลกระทบจากหลายเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ หลังโมเดลของบริษัทเข้าถึงข้อมูลจากเว็บไซต์หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐระหว่างการฝึกและประเมินผล รวมถึงเว็บไซต์สำนักงานสำมะโนประชากรและคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อไม่กี่วันก่อน โอเพนเอไอเปิดเผยว่า โมเดลของบริษัทเคยทำให้เว็บไซต์ของรัฐบาลออสเตรเลียเกิดปัญหาระหว่างการฝึกในปีนี้.
เครดิตภาพ : REUTERS
ที่มา : สำนักข่าวเดลินิวส์ / เผยแพร่วันที่ 27 ก.ย.69
Link : https://www.dailynews.co.th/news/6225272/







