![]()
ตำรวจแจ้งข้อหา “หมิงเฉิน ซัน” ผู้ต้องหาชาวจีน 5 ข้อหาหนัก และส่งตัวฝากขังศาลจังหวัดพัทยา หลังพบซุกซ่อนอาวุธสงคราม สอบขยายผลหาแรงจูงใจว่า เตรียมก่อเหตุร้ายหรือขบวนการค้าอาวุธ
ความคืบหน้ากรณีตำรวจจับกุม นายหมิงเฉิน ซัน ชายชาวจีน ที่ซุกซ่อนอาวุธสงครามที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงใน จ.ชลบุรี โดยตำรวจ สภ.นาจอมเทียน นำตัว ผู้ต้องหาออกจากห้องควบคุมมาพิมพ์ลายนิ้วมือ จากนั้นควบคุมตัวไปฝากขังศาลจังหวัดพัทยา ในข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครอง, พกอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่อนุญาต และมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง, มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง และมีไว้ครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
มีรายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางลงพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี หลังกำชับให้สืบสวนสอบสวนขยายผลว่าเป็นการเตรียมก่อการร้าย หรือเป็นขบวนการค้าอาวุธ
การจับกุมครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่ อ.สัตหีบ โดยมี นายหมิงเฉิน ซัน เป็นคนขับ และผู้หญิงอีก 1 คนสัญชาติไต้หวัน นั่งมาในรถ ซึ่งจากการตรวจค้นภายในรถพบอาวุธสงคราม ตำรวจขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุ่ง พบอาวุธสงครามจำนวนมาก เช่น ปืน M4 จำนวน 2 กระบอก, แมกกาซีนบรรจุกระสุนเต็ม 13 แมก, ระเบิดซีโฟร์ 4 ลูก น้ำหนัก 8 ปอน, ระเบิดมือแบบสังหารบุคคล 4 ลูก รวมถึงระเบิดสังหารชนิดกับดักแบบฝักข้าวโพด 4 ลูก
นอกจากนี้ ยังพบวัตถุระเบิดภายในเสื้อเกราะที่พบ 2 ตัว ถูกติดตั้งคล้ายกับระเบิดพลีซีพ มีการใช้มือถือพูดคุยกับแชท GPT สอบถามแนวทางการก่อเหตุวินาศกรรมในสถานที่สำคัญ รวมถึงอนุภาพการทำลายล้างของระเบิดซีโฟร์ อีกทั้งยังพบกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. ที่มีเครื่องหมายผลิต โดยโรงงานผลิตกระสุนของกรมสรรพาวุธทหารบก เพื่อใช้ในราชการทหารด้วย
เจ้าหน้าที่ตรวจค้นข้อมูลโทรศัพท์มือถือ พบคลิปการฝึกยิงอาวุธปืนสงครามและการขว้างระเบิดมือสังหาร ซึ่งจุดพิกัดในการฝึกอยู่ที่บริเวณค่ายรบพิเศษ 911 กัมพูชา หรือนักรบ BHQ หรือค่ายฝึกนักรบองครักษ์พิทักษ์ฮุนเซน จากการตรวจสอบนายหมิงเฉิน ซัน พบว่าเข้ามาเช่าบ้านหลังดังกล่าวได้ประมาณ 2 ปี มีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2563 โดยใช้วีซานักท่องเที่ยว จากนั้นเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยบ่อยครั้ง ล่าสุดเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 ม.ค. โดยถือวีซาระยะยาว (เช่น วีซาทำงาน, วีซาแต่งงาน, วีซาเกษียณ) ซึ่งวีซามีอายุอยู่ในประเทศไทยได้ถึง 5 ปี)
นอกจากนี้ยังพบว่านายหมิงเฉิน ซัน มีพาสปอร์ตทั้งประเทศจีนและประเทศกัมพูชา รวมถึงมีบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) และมีชื่อเป็นผู้พักอาศัยอยู่ในทะเบียนบ้านย่านเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร และ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ในปี 2566
ที่มา : thaipbs.or.th / เผยแพร่วันที่ 11 พ.ค.69
Link : https://www.thaipbs.or.th/news/content/505697







