![]()
ไนจีเรีย – สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไนจีเรีย (Nigeria Immigration Service : NIS) เรียกร้องให้มีการเสริมสร้างกรอบกฎหมายและการปฏิบัติงาน เพื่อสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการรักษาความปลอดภัยชายแดนของไนจีเรียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โดยนางเคมี นันดัป (Kemi Nanna Nandap) อธิบดีสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวเรียกร้องในประเด็นดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (2 กุมภาพันธ์ 2026) ณ กรุงอาบูจา ระหว่างการกล่าวปาฐกถาหลักในงานสัปดาห์กฎหมายครั้งแรกของกรมตรวจคนเข้าเมืองซึ่งจัดโดยหน่วยงานด้านกฎหมายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไนจีเรีย
อธิบดีสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวจะเป็นการวางรากฐานสำหรับการยกระดับความเป็นมืออาชีพและการปฏิบัติตามหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัดในการดำเนินงานด้านการตรวจคนเข้าเมือง สอดคล้องกับบทบัญญัติทางกฎหมายที่มีอยู่ซึ่งเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของหน่วยงานและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี การเสริมสร้างกรอบการทำงานด้านกฎหมาย รวมถึงการปฏิบัติงานเพื่อบริการตรวจคนเข้าเมืองที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ร่วมไปกับการปรับปรุงระบบวิเคราะห์ข้อมูลการย้ายถิ่นฐาน (Migration for Development in Africa : MIDAS) และการนำเครื่องมือเฝ้าระวังแบบดิจิทัลมาใช้ที่ด่านชายแดน อาทิ การติดตั้งประตูอิเล็กทรอนิกส์ (e-Gates) ที่สนามบินนานาชาติ การนำระบบข้อมูลผู้โดยสารขั้นสูง (Advanced Passenger Information : API) และระบบบันทึกชื่อผู้โดยสาร (Passenger Name Record : PNR) มาใช้ร่วมด้วยเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล







