![]()
“เพศกำเนิด” กับหมอเพื่อความปลอดภัย หวั่นระบบคัดกรองพลาด ทำโรคร้ายลุกลามจนสายเกินแก้
เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ศ.นพ.ชวลิต ศูนย์มะเร็ง รพ.จุฬาลงกรณ์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า มนุษย์เราเสพติดการแปะป้าย เรานิยามตัวเองด้วยชื่อ นามสกุล ยศถาบรรดาศักดิ์ และล่าสุดคือ ‘เพศสภาพ’ โลกเสรีนิยมใหม่เปิดกว้างให้เราเป็นอะไรก็ได้ที่ใจอยากเป็น หลายประเทศอนุญาตให้คุณเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อในเอกสารราชการให้ตรงกับจิตวิญญาณข้างใน เป็นเรื่องน่ายินดีในแง่สิทธิมนุษยชน แต่นี่คือโลกแห่งความจริง และในห้องตรวจ… ความจริงอาจจะไม่ได้ถูกใจใครทุกคน ร่างกายมนุษย์ก็เหมือนคอมพิวเตอร์ จิตใจคือซอฟต์แวร์ คุณจะอัปเกรด เปลี่ยนเวอร์ชัน หรือลงโปรแกรมทับอย่างไรก็ได้ นั่นคือสิทธิของคุณ
ร่างกายคือฮาร์ดแวร์ เมนบอร์ด ซีพียู การ์ดจอที่ติดมากับเครื่องตั้งแต่โรงงานผลิต หลายคนก็ชอบอัปเกรดการ์ดจอ เพิ่ม USB port แต่ยังไงเมนบอร์ดก็คือของเดิม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ซอฟต์แวร์ แต่อยู่ที่เมื่อฮาร์ดแวร์พัง ช่างซ่อม (หมอ) จำเป็นต้องรู้สเปกที่แท้จริงของเครื่อง เมื่อคุณเปลี่ยนคำนำหน้าในบัตรประชาชนจาก ‘นาย’ เป็น ‘นางสาว’ หรือกลับกัน ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล—ซึ่งไร้จินตนาการและซื่อบื้อ—จะเชื่อตามนั้นทันที
แล้วหายนะก็บังเกิด เมื่อมะเร็งไม่แคร์กฎหมาย คุณอาจแก้กฎหมายให้เปลี่ยนคำนำหน้าได้ แต่คุณแก้พันธุกรรมไม่ได้ และที่สำคัญ “มะเร็งไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญ” มันไม่สนว่าบัตรประชาชนคุณคืออะไร มันสนแค่ว่าคุณมีอวัยวะให้มันกินไหม
1. กับดักของ ‘นาย’ ที่กลายเป็น ‘นางสาว’ (Trans women)
หัวใจเป็นหญิง แต่อนิจจา… ต่อมลูกหมากยังอยู่ เมื่อบัตรประชาชนระบุว่า ‘หญิง’ ระบบคัดกรองมะเร็งของโรงพยาบาลอาจตัดโปรแกรมตรวจ ‘มะเร็งต่อมลูกหมาก’ ทิ้งไป ผลคือ? มะเร็งลุกลามโดยไม่มีใครเอะใจ เพราะคอมพิวเตอร์บอกว่าผู้หญิงไม่มีต่อมลูกหมาก
2. กับดักของ ‘นางสาว’ ที่กลายเป็น ‘นาย’ (Trans men) ภายนอกกำยำล่ำสัน แต่ภายในยังมีมดลูกและรังไข่ ถ้าหมอไม่รู้ ประวัติระบุว่าเป็นชาย การตรวจคัดกรอง ‘มะเร็งปากมดลูก’ หรือ ‘มะเร็งรังไข่’ ก็จะถูกมองข้าม กว่าจะรู้ตัว ก็สายเกินแก้
3. ฮอร์โมน: ดาบสองคม
การเทคฮอร์โมนเพื่อข้ามเพศ คือการหลอกร่างกายกลายๆ
* Estrogen ในสาวข้ามเพศ เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
* Testosterone ในหนุ่มข้ามเพศ เปลี่ยนแปลงค่าเลือด ค่าตับ ค่าไต
หากหมออ่านค่าเลือดโดยใช้เกณฑ์ผิดเพศ ก็เหมือนอ่านแผนที่ผิดเล่ม หลงทางกันทั้งขบวน ทางออก: ความจริงสองชุด เราไม่ได้กำลังพูดเรื่องการเหยียดเพศ ไม่ได้ห้าม woke แต่เรากำลังพูดเรื่อง ความปลอดภัยของชีวิต
ระบบสาธารณสุขที่ฉลาด (และใจกว้าง) ต้องยอมรับความจริงสองชุดพร้อมกัน:
* Gender Identity (เพศสภาพ): เพื่อให้เกียรติตัวตนและจิตวิญญาณของคุณ
* Sex Assigned at Birth (เพศกำเนิด): เพื่อให้หมอรักษาชีวิตคุณได้ถูกจุด
หน้าที่ของคุณ (ในฐานะเจ้าของร่าง)
เมื่อเดินเข้าโรงพยาบาล จงวางการเมืองและอุดมการณ์ไว้หน้าประตู แล้วสื่อสารกับหมอด้วย ความจริง
* “ผมข้ามเพศครับ แต่ยังมีมดลูก”
* “หนูเป็นผู้หญิงข้ามเพศค่ะ แต่ยังไม่ได้ผ่าตัดแปลงเพศ”
* “ฉันใช้ฮอร์โมนตัวนี้มา 5 ปีแล้ว”
ไม่ต้องกลัวหมอตัดสิน หมอที่ดีสนใจแค่ว่าจะรักษา ‘ชีวิต’ ตรงหน้าอย่างไร ไม่ใช่ตัดสิน ‘วิถีชีวิต’ ของใคร ร่างกฎหมายการเปลี่ยนคำนำหน้าผ่านสภาได้จริง สิ่งที่สถานพยาบาลต้องเตรียมข้อมูลเอาไว้ก็คือ Sex Assigned at Birth ซึ่งจะต้องอยู่ในเวชระเบียนเสมอเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของคนไทย โดยไม่มีการปกปิด ผู้ให้บริการมีหน้าที่และมารยาทในการพูดคุยตามเพศสภาพ แต่การวินิจฉัยแยกโรค ในโรคที่มีความเสี่ยงต่อเพศใดเพศหนึ่ง จะต้องดูตามเพศกำเนิดเสมอ
บทสรุป
เสรีภาพเป็นเรื่องสวยงาม การได้เป็นตัวเองคือลาภอันประเสริฐ แต่ธรรมชาติมีความยุติธรรมในแบบของมัน… คือโหดร้ายและตรงไปตรงมา มะเร็งคือประชาธิปไตยที่สุด มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เลือกเพศ ไม่เลือกวัย ไม่เลือกคำนำหน้านาม ดังนั้น การระบุเพศในเอกสารอาจเป็นเรื่องของสิทธิ แต่การบอกความจริงกับหมอ… เป็นเรื่องของชีวิต Woke ได้ แต่อย่าดราม่า ข้อมูลสำหรับแพทย์ต้องไม่ปกปิด และสังคมก็จะต้องพร้อมรับกับเหตุที่ไม่คาดฝันอาจจะเกิดจากการแต่งงานเพศเดียวกันแล้วมาทราบทีหลังว่าเพศกำเนิดนั้นไม่ใช่ ในการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ก็อาจจะต้องมีการระบุเพื่อกำเนิดเพื่อให้คู่ชีวิตได้ทราบตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนด้วยเพื่อป้องกันปัญหาทางการแพทย์ที่จะเกิดมาในภายหลัง แต่ในที่สุดหมอก็เชื่อว่าสุดท้ายสังคมก็ยังเดินไปได้อยู่ดี โลกเราก็หมุนไปทุกวันอยู่แล้ว จริงไหม
ที่มา สำนักข่าวเดลินิวส์ / เผยแพร่ระหว่างวันที่ 8 ม.ค.69
Link https://www.dailynews.co.th/news/5477208/







