![]()
ตำรวจแคนาดาผู้มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ยอมรับสารภาพผิดฐานว่าใช้ฐานข้อมูลของตำรวจสืบหาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้หญิงกว่า 30 คน เพื่อสานสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว
วานนี้ (23 พ.ย. 2568) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีที่น่าตกใจของเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยเป็นกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศแคนาดา จ่าตำรวจโรเบิร์ต เอริก เซเมนชัก ผู้ได้รับเหรียญรางวัลประดับเกียรติยศและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่กว่าสองทศวรรษ ยอมรับสารภาพผิดฐานว่าลักลอบใช้ฐานข้อมูลของตำรวจเป็นเครื่องมือในการเฟ้นหาหญิงที่ถูกใจเพื่อสานสัมพันธ์ใกล้ชิดราว 30 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีหญิงสาวที่เคยตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว และมีรายหนึ่งที่มีแนวโน้มว่าจะฆ่าตัวตาย
ตามรายงานของ Canadian Broadcasting Corporation ผู้แพร่ภาพกระจายเสียงสาธารณะแห่งชาติแคนาดา จ่าเซเมนชัก วัย 53 ปี จากสำนักงานตำรวจเทศบาลประจำเมืองรีไจนา ในรัฐซัสแคตเชวัน ได้ยื่นคำให้การสารภาพผิดระหว่างที่มาปรากฏตัวในศาลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตัวแทนกรมตำรวจกล่าวว่า เซเมนชัก ซึ่งเคยได้รับเหรียญและคำชมเชยจากการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็นแบบอย่างตลอด 22 ปีในอาชีพการงาน ถูกกล่าวหาว่า ลักลอบใช้งานข้อมูลที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เพื่อค้นหา ติดต่อและสร้างความสัมพันธ์กับผู้หญิงจำนวนมากที่ไม่รู้เลยว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หนังสือพิมพ์ The Globe and Mail รายงานว่า ผู้หญิงหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาดใจ เหยื่อของเซเมนชักเล่าว่า เขาใช้นามแฝงเพื่อส่งข้อความไปหาเหยื่อโดยอ้างว่าตั้งใจจะส่งไปเบอร์อื่น ข้อความที่ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัยนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นนำบทสนทนาแบบสบายๆ และจากนั้นก็จะมีการส่งข้อความโต้ตอบกันอย่างต่อเนื่อง
เซเมนชักมักจะใช้ชื่อปลอม เช่น “เจย์ ลูอิส” หรือ “สตีฟ เพอร์กินส์” และแนะนำตัวเองว่าเป็นผู้รับเหมาหรือผู้จัดการโครงการ หญิงสาวชาวพื้นเมืองซึ่งใช้นามสมมุติว่า “เค” ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างเยียวยาตัวเองจากเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงในครอบครัว เคยได้รับข้อความที่ผิดปกติขณะที่เธอพักอยู่ในศูนย์พักพิงสำหรับผู้หญิง เธอเล่าให้ The Globe and Mail ฟังว่า ข้อความนั้นให้ความรู้สึกเหมือนเป็นความหวังในช่วงที่เธอรู้สึกตกต่ำที่สุด จากนั้นเธอก็ติดต่อและส่งข้อความโต้ตอบกับเขาเป็นเวลานานถึงสี่ปี จนกระทั่งในปี 2566 เธอจึงเริ่มตั้งคำถามว่าเขาเป็นใครกันแน่ เมื่อเธอนำรูปถ่ายที่เขาส่งมาไปใส่ในโปรแกรมจดจำใบหน้า ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานโดยมีเสื้อแจ๊กเกตตำรวจแขวนอยู่ด้านหลัง หลังจากนั้นก็มีรายงานว่า เพื่อนตำรวจของเขาคนหนึ่งยืนยันว่านั่นคือรูปของเซเมนชัก ทีมสืบสวนสามารถระบุตัวผู้หญิงที่ตกเป็นเป้าหมายของเขาได้อย่างน้อย 24 คน ตามบันทึกให้การในศาล แต่แหล่งข่าววงในเผยกับหนังสือพิมพ์ The Globe and Mail ว่าผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออาจมีจำนวนสูงถึง 30 คน เซเมนชักมีกำหนดรับฟังคำพิพากษาคดีในเดือนมกราคม ปีหน้า
ที่มา : nypost.com
ที่มา สำนักข่าวเดลินิวส์ / วันที่เผยแพร่ 24 พฤศจิกายน 2568
Link https://www.dailynews.co.th/news/5331411/








