![]()
ผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานดับลิน (Dublin Airport) เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ไม่จำเป็นต้องนำของเหลว เจล หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกจากกระเป๋าถือที่จุดตรวจรักษาความปลอดภัยในอาคารผู้โดยสารทั้งสองแห่งอีกต่อไป ท่าอากาศยานฯ ได้นำกฎระเบียบใหม่มาใช้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(19 กันยายน 2025) รวมถึงการยกเลิกข้อกำหนดสูงสุดสำหรับของเหลวและเจลที่ปริมาณ 100 มล. อีกด้วย
การเปลี่ยนแปลงกฎดังกล่าวเป็นผลมาจากการปรับปรุง (Upgrade) เทคโนโลยีการสแกนที่มีมูลค่าหลายล้านยูโร ซึ่งใช้ในการคัดกรองผู้โดยสารขาออกและสัมภาระถือขึ้นเครื่อง มีการติดตั้งเครื่องสแกน C3 (Scanner C3) และเครื่องสแกนร่างกายใหม่ จำนวนประมาณ 30 เครื่องในอาคารผู้โดยสารทั้ง 2 แห่งของสนามบินฯ เครื่องสแกนจะใช้เทคโนโลยีที่คล้ายกับเครื่องสแกน CT (CT Scanner) ในโรงพยาบาลโดยการดำเนินการปรับปรุงดังกล่าวเสร็จสิ้นก่อนห้วงเวลาที่กำหนดไว้ใน ตุลาคม 2025 ทั้งนี้ มีการติดตั้งเครื่องสแกนเพิ่มเติมอีก 3 เครื่อง บริเวณพื้นที่ตรวจคัดกรองใหม่ในอาคารผู้โดยสาร 1 ซึ่งพื้นที่โดยรอบจะกลายเป็นที่ตั้งของศูนย์ตรวจคัดกรองแบบเร่งด่วน ที่มุ่งเน้นเฉพาะการสร้างภาพสามมิติของกระเป๋าซึ่งจะทำให้สามารถตรวจจับสิ่งของที่อยู่ภายในได้ง่ายขึ้น
ท่าอากาศยานดับลินเป็นหนึ่งในท่าอากาศยานแห่งแรกๆ ที่เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี Scanner C3อย่างเต็มรูปแบบแล้ว แต่สนามบินอื่นๆ ในสหราชอาณาจักรและยุโรปกลับไม่มีความคืบหน้าในการใช้เทคโนโลยีในลักษณะดังกล่าวมากนัก อนึ่ง เมื่อ ปี 2024 สหภาพยุโรป (European Union : EU)ต้องกลับไปใช้กฎเกณฑ์ 100 มล. เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคกับอุปกรณ์ใหม่
กฎการนำของเหลวบนเครื่องบิน 100 มล. ถูกนำมาใช้เมื่อ ปี 2006 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหลายครั้งหลังจากเครื่องบิน 2 ลำ บินพุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนิวยอร์ก เมื่อ 11 กันยายน 2001
ที่มา bbc / วันที่เผยแพร่ 19 กันยายน 2568
Link https://www.bbc.com/news/articles/crmevgkezwlo







