![]()
การครองตลาดของ DJI ผู้ผลิตโดรนสัญชาติจีน ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นประเด็นด้านความมั่นคงที่สหรัฐฯ และพันธมิตรเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงอย่างจริงจัง
โดรนของ DJI และผู้ผลิตจีนรายอื่น ๆ ถูกใช้อย่างกว้างขวางในสงครามยูเครนไปจนถึงสนามรบในกาซาและเลบานอน สาเหตุมาจากราคาถูก ใช้งานง่าย และเข้าถึงได้รวดเร็ว แต่กลับมีช่องโหว่ร้ายแรงที่คู่ปรับสามารถใช้ย้อนกลับมาโจมตีหรือสอดแนมได้ ทำให้สหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรเร่งหาทางออกก่อนที่จะสายเกินไป
ยูเครนนำเข้าอุปกรณ์เกี่ยวกับโดรนและการบินจากจีน มูลค่ากว่า 321 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11,800 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าประเทศลำดับสองอย่างสาธารณรัฐเช็กถึง 10 เท่า ขณะที่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของยูเครน กลับมีมูลค่าส่งออกเพียง 3 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
โดรนรุ่น DJI Mavic 3 ของจีน กลายเป็นอาวุธหลักในสงครามยูเครน ใช้ทั้งในภารกิจข่าวกรอง และการโจมตีแบบทิ้งระเบิด บริษัท Calcheon LLC ภายใต้เครือข่าย Military Hub UA เป็นผู้นำเข้าโดรน DJI รายใหญ่ที่สุด โดยมักใช้เครือข่ายบริษัทพันธมิตรในโปแลนด์ เอสโตเนีย และประเทศบอลติก เพื่อลดการตรวจสอบ
แม้จีนจะสนับสนุนรัสเซียอย่างชัดเจน ทั้งการจัดหาข้อมูลภาพถ่ายทางทหารและส่งโดรนให้กองทัพรัสเซีย แต่ในขณะเดียวกัน จีนก็ยังเป็นผู้จัดหาหลักให้ยูเครน ผ่านการค้าพาณิชย์ นี่คือความย้อนแย้งที่สะท้อนถึงการพึ่งพาเทคโนโลยีจีนอย่างเลี่ยงไม่ได้ของยูเครนและพันธมิตรตะวันตก
หน่วยข่าวกรองยูเครนเตือนว่าจีนอาจใช้ช่องทางนี้เก็บข้อมูลลับทางทหาร ผ่านระบบซอฟต์แวร์หรือชิ้นส่วนในโดรน ซึ่งอาจเป็นภัยร้ายแรงต่อปฏิบัติการของยูเครนในอนาคต
ในสหรัฐฯ DJI ครองตลาดโดรนพลเรือนกว่า 80% โดยเฉพาะในหน่วยงานความปลอดภัยสาธารณะ เช่น หน่วยดับเพลิง ตำรวจ และหน่วยกู้ภัย งานวิจัยจาก Bard College เมื่อปี 2020 ระบุว่า 9 ใน 10 ของโดรนที่ใช้ในหน่วยงานเหล่านี้เป็นของ DJI เพราะราคาถูกและใช้งานง่ายกว่าคู่แข่งอเมริกัน แต่ข้อดีเหล่านี้กำลังกลายเป็นภัยร้ายแรง
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สั่งห้ามซื้อโดรน DJI ตั้งแต่ปี 2017 บางรัฐ เช่น เนวาดา และ เทกซัส ออกกฎหมายห้ามหน่วยงานรัฐใช้โดรนจีน เมื่อเดือนตุลาคม 2024 ศุลกากรสหรัฐฯ สกัดกั้นการนำเข้า DJI โดยอ้าง กฎหมายคุ้มครองแรงงานบังคับของอุยกูร์ (Uyghur Forced Labor Protection Act)
ขณะเดียวกัน Federal Communications Commission (FCC) เตรียมออกมาตรการห้ามผลิตภัณฑ์ DJI รุ่นใหม่ จากการได้รับใบอนุญาตบินในสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้แบรนด์ค่อย ๆ หายไปจากตลาด แม้โดรนรุ่นเก่าจะยังใช้งานได้ก็ตาม
Adam Welsh หัวหน้าฝ่ายกิจการภาครัฐของ DJI ยอมรับว่าบริษัทยังพยายามขอให้รัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจสอบด้านความมั่นคงตามข้อบังคับ แต่ 100 วันก่อนเส้นตายยังไม่มีหน่วยงานใดตอบรับ ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันทางการเมืองที่ต้องการผลัก DJI ออกจากตลาดสหรัฐฯ
กรณีของอิสราเอลคือ ตัวอย่างชัดเจนของความเสี่ยงที่เกิดจากการพึ่งพาเทคโนโลยีจีน หลังจากสงครามกับ Hamas เมื่อปี 2023 กองทัพอิสราเอล (IDF) ต้องเร่งจัดซื้อโดรน DJI Avata-2 เพื่อสำรวจเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินของ Hamas
แต่ไม่นานนัก เทคนิคด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของ Hamas ก็สามารถรบกวนสัญญาณดาวเทียมนำร่อง (GNSS jamming) แฮ็กบัญชี DJI เพื่อติดตามตำแหน่งผู้ใช้งานของ IDF ใช้ซอฟต์แวร์ DJI Aeroscope และเวอร์ชันเถื่อนจาก Dark Web เพื่อระบุตำแหน่งและโจมตีด้วยโดรนพลีชีพ
ผลลัพธ์คือ IDF สูญเสียความได้เปรียบ และโดรน DJI กลายเป็นช่องโหว่ที่ศัตรูใช้ย้อนกลับมาโจมตีนำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญของกระทรวงกลาโหมอิสราเอลที่จะจัดซื้อโดรน 20,000 ลำ จาก Xtend บริษัทอิสราเอลที่ใช้ชิ้นส่วนจีนให้น้อยที่สุด
Xtend พัฒนาโดรนที่ต้านทานการรบกวนสัญญาณได้ดีและออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับสงครามในอุโมงค์ เช่น Honey Badger ที่ใช้ Lidar สร้างแผนที่ฐานใต้ดินของ Hezbollah ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่าการพึ่งพาโดรนจีนไม่เพียงเสี่ยงด้านความมั่นคง แต่ยังเป็นความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์
สหรัฐฯ เองกำลังเร่งสร้างห่วงโซ่เทคโนโลยีโดรนภายในประเทศ หนึ่งในผู้เล่นสำคัญคือ Skydio ซึ่งเพิ่งเปิด ศูนย์ฝึก X10D ในยูเครน เพื่อฝึกนักบินโดรนรุ่นใหม่
X10D โดดเด่นด้วย AI ที่สามารถตรวจจับระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของศัตรู และเปลี่ยนความถี่สัญญาณอัตโนมัติ ทำให้ทนต่อการรบกวนสัญญาณได้ดีกว่าโดรนเชิงพาณิชย์ของจีน
Skydio ยังดึง อดีตหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ และอังกฤษ มาช่วยฝึกอบรม เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน C4ISR ของนาโต้ แม้ Skydio เคยประสบความล้มเหลวเมื่อปี 2023 หลังโดรนถูกกองทัพรัสเซียรบกวนสัญญาณจนใช้งานไม่ได้ แต่บทเรียนครั้งนั้นผลักดันให้บริษัทพัฒนา X10D ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สงครามอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่
การพึ่งพาโดรนจีนของยูเครนและแม้แต่สหรัฐฯ เอง ไม่ต่างจากการพึ่งพาอาวุธจากศัตรูในช่วงสงครามเย็น ความสะดวกและราคาที่ถูกเป็นปัจจัยล่อใจ แต่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงมีมูลค่าสูงกว่าที่จะรับได้
ในยุคที่โดรนคืออาวุธของอนาคต การควบคุมซัพพลายเชนไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจอีกต่อไป แต่คือสงครามเทคโนโลยีที่จะกำหนดผู้ชนะใน Drone Warfare ที่จะกลายเป็นทิศทางของสงครามนับจากนี้เป็นต้นไป
ที่มา thaispycatcher / วันที่เผยแพร่ 20 กันยายน 2568
Link https://thaispycatcher.bearblog.dev/555/







