![]()

-
แต่ก่อนผู้คนอาจคุ้นเคยกับคำว่า Dark Web แต่มาวันนี้ที่น่าจับตามองคือ Dark AI
-
Dark AI กลายเป็นอาวุธใหม่ที่อาชญากรไซเบอร์ใช้สร้างภัยคุกคามได้รวดเร็ว รุนแรง และซับซ้อนกว่าเดิม
-
การผสานรวมระบบ IT และ OT ในภาคอุตสาหกรรม กำลังเปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยครั้งสำคัญ
-
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กลายเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตี
-
การรับมือภัยคุกคามยุคใหม่ต้องใช้กลยุทธ์เชิงรุก ครอบคลุมทุกอุปกรณ์ ไม่ใช่เฉพาะระบบไอที
วันนี้ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างสรรค์ แต่กลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังในมืออาชญากรไซเบอร์…
เอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ เปิดมุมมองว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์ยังคงทวีความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่องตามพัฒนาการของโลกเทคโนโลยี
โดยเฉพาะวันนี้เมื่อพลังของ AI เข้ามาช่วยเสริมเขี้ยวเล็บ ให้เหล่าโจรไซเบอร์สามารถพัฒนาภัยคุกคามได้เร็วขึ้น รุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกันซับซ้อนกว่าเดิม ไม่ต่างกับที่เราต่างใช้ประโยชน์จาก AI ปัจจุบันพบว่าเกิดภัยคุกคามใหม่กว่า 467,000 ตัวในทุกๆ วัน

แต่ก่อนผู้คนอาจคุ้นเคยกับคำว่า “Dark Web” แต่มาวันนี้ ที่น่าจับตามองคือ “Dark AI” เช่นที่เป็น “โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM)” ที่ไม่ได้รับการควบคุม และผิดกฎหมาย ซึ่งผู้คุกคาม ผู้ไม่หวังดี และอาชญากรไซเบอร์จำนวนมากกำลังใช้สร้างขีดความสามารถใหม่ๆ ให้กับตนเอง
ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคาดว่าจะได้เห็น “Shadow Dark AI” ซึ่งเป็น AI ที่ซ่อนอยู่หลังโมเดล AI ที่ถูกกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น OpenAI, Gemini หรือเครื่องมือ AI ใดๆ ก็ตามที่มีอยู่ในตลาด จะมีคนเลวแฝงตัวอยู่เบื้องหลังเพื่อใช้ประโยชน์จากพลังนั้นในการสร้างสิ่งเลวร้าย
ระวัง! การผสานรวม ‘ไอที – โอที’
อีกประเด็นที่ไม่อาจมองข้าม วันนี้ยุคสมัยของการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเทคโนโลยีปฏิบัติการ (OT) แบบแยกจากกันนั้นหมดไปแล้ว แน่นอนว่าการผสานรวมที่เกิดขึ้นได้เปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน เอเชียแปซิฟิกเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล อุตสาหกรรมต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับระบบอัตโนมัติ ข้อมูลแบบเรียลไทม์ และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อกัน การผสานรวมระบบไอที และโอทีกำลังกลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปรับปรุงประสิทธิภาพและผลลัพธ์ทางธุรกิจ
อีกทางหนึ่งการผสานรวมนี้ยังนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ เมื่อเส้นแบ่งระหว่างระบบไอที และโอทีเลือนราง พื้นผิวการโจมตีก็ขยายกว้างขึ้น ก่อให้เกิดความท้าทายใหม่ๆ แก่องค์กรต่างๆ ในภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปัจจุบัน ตลาดการผสานรวมไอที และโอทีในเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่ากว่า 1.341 หมื่นล้านดอลลาร์ และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 6.217 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในปี 2573 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 24.5%







