ผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นชี้ การใช้โดรนสังหารพล.อ.โซไลมานี “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ”

REUTERS/Aziz Taher/File Photo สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยการสอบสวนเหตุการณ์ที่สหรัฐใช้โดรนโจมตีในอิรักและสังหารพล.อ.คาเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่าน และพรรคพวกอีก 9 คน ว่า เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ นางอักเนส์ คาญามาร์ ผู้เสนอรายงานการประชุมพิเศษของยูเอ็น ว่าด้วยการสังหารอย่างไม่เคารพกฎหมาย การประหารชีวิตอย่างรวดรัด หรือประหารตามอำเภอใจ ระบุว่า สหรัฐอเมริกาไม่สามารถหาหลักฐานที่เพียงพอเกี่ยวกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องหรืออย่างจวนเจียนต่อผลประโยชน์ของตัวเอง เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการโจมตีขบวนรถของพล.อ.โซไลมานี ขณะออกจากสนามบินในกรุงแบกแดด และว่า การโจมตีดังกล่าวถือเป็นการละเมิดต่อกฎบัตรของยูเอ็น โดยคาญามาร์ ได้เขียนในรายงานเรียกร้องให้มีการออกมารับผิดชอบการต่อการสังหารโดยใช้โดรนเป็นอาวุธและเรียกร้องให้มีกฎบังคับเกี่ยวกับอาวุธที่เข้มงวดขึ้น คาญามาร์ ผู้สอบสวนอิสระ บอกกับรอยเตอร์ด้วยว่า ตอนนี้โลกอยู่ในช่วงวิกฤต และอาจจะเป็นช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อ เมื่อมีการใช้โดรน คณะมนตรีความมั่นคงพลาดอะไรไปบางอย่าง ขณะที่ประชาคมระหว่างประเทศ ต่างพากันเงียบในเรื่องนี้ ซึ่งคาญามาร์ เตรียมนำเสนอรายงานดังกล่าวต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้มีการหารือกันในเรื่องดังกล่าว ————————————————————– ที่มา : มติชนออนไลน์ / 7 กรกฎาคม 2563 Link : https://www.matichon.co.th/foreign/news_2257157

ทฤษฎีสมคบคิด (conspiracy theory): นัยของความมั่นคงแห่งชาติ

ที่มาภาพ: https://www.dw.com/en/coronavirus-how-do-i-recognize-a-conspiracy-theory/a-53492563 Written by Kim ทฤษฎีสมคบคิด (conspiracy theory) อาจส่งผลให้เกิดการรวมกันของกลุ่มคนขาวผู้สูงส่ง (white supremacists) รวมทั้งกลุ่ม QAnon[1] และกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่เห็นว่าไวรัส COVID-19 เป็นโอกาสเดียวที่จะต่อต้านบรรทัดฐานทางสังคมอย่างเฉียบพลัน สำหรับทฤษฎีสมคบคิดกลุ่มต่อต้านยิว (anti-Semitic conspiracy theories) ปรากฏตัวบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมหลัก (mainstream social media) และซอกหลืบของอินเทอร์เน็ต ส่วนทฤษฎีสมคบคิดกลุ่ม 5G และการต่อต้านวัคซีนถูกใช้กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงในช่วงการระบาดของไวรัสโคโรนา ทั้งนี้ การแพร่ขยายและการทำให้ทฤษฎีสมคบคิดเข้าสู่ภาวะเป็นปกติ (normalization) เนื่องจากความเชื่อมั่นต่อสื่อกระแสหลักลดน้อยลงหรือการผสานความเป็นพิษ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ[2]           นับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของวิกฤติไวรัส COVID-19 รัฐและตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ (non-state actors) ได้ผลักดันทฤษฎีสมคบคิดอย่างหลากหลาย โดยสร้างเรื่องเท็จเพื่อประณามศัตรูเก่า คุกคามผู้ที่ตน (คิดว่า) เป็นศัตรูใหม่และกล่าวโทษรัฐบาล มีประเด็นทับซ้อนทางความคิดระหว่างกลุ่มคนขาวผู้สูงส่งและกลุ่มต่อต้านรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเล่าผิด ๆ เกี่ยวกับ COVID-19 ทำให้กลุ่มดังกล่าวบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ ชุมชนคนขาวผู้สูงส่งเห็นว่า COVID-19 เป็นตัวเร่งให้เกิดการสร้่างเชื้อชาติสหรัฐฯที่บริสุทธิ์ กลุ่ม QAnon ซึ่งเป็นการรวมตัวแบบหลวม ๆ ของความเชื่อเกี่ยวกับวันสิ้นโลกและการจุติใหม่ของพระเยซูเห็นว่า COVID-19 จะทำให้เกิดการตื่นรู้ครั้งใหญ่ (Great Awakening) ส่วนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลมองว่า COVID-19 เป็นทฤษฎีสมคบคิดที่จะถอดถอนเสรีภาพของพลเรือนและเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐพันลึก (deep state) ที่จะขับไล่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกจากตำแหน่ง สำหรับกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายทหารและมีแนวคิด “สงครามกลางเมือง” เช่น ขบวนการBoogaloo เห็นว่า COVID-19 ทำให้มั่นใจว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่ถูกช่วงชิงไป…

เตือนภัยไวรัสเรียกค่าไถ่เป็น Bitcoin เริ่มแฝงตัวเข้ามาทาง Microsoft Excel เวอร์ชั่นเก่าแล้ว

หน่วยงาน Microsoft Security Intelligence ได้ออกมากล่าวเตือนผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ของพวกเขาเกี่ยวกับไวรัสเรียกค่าไถ่เป็น cryptocurrency ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Avaddon พี่สามารถแฝงตัวเข้ามาผ่านทาง macro ของโปรแกรม Microsoft Excel 4.0 เพื่อแจกจ่ายอีเมลของมิจฉาชีพ โดยอีเมลเหล่านี้จะถูกแฝงมาด้วยตัวไวรัสเรียกค่าไถ่พี่จะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้งานเผลอไปกดเปิดมัน ตัวไวรัสเรียกค่าไถ่ Avaddon ดูเหมือนว่าจะถูกเปิดตัวขึ้นครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาผ่านการ spam อีเมลที่ทำการโจมตีเหยื่อแบบไม่เฉพาะเจาะจง นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกด้วยว่าตัวไวรัสเรียกค่าไถ่ดังกล่าวดูเหมือนว่าจะเลือกโจมตีผู้ใช้งานในประเทศอิตาลีมากกว่าที่อื่น ปลอมตัวเป็นรัฐบาลอิตาลี รายงานจาก BeepingComputer เผยว่ากลุ่มมิจฉาชีพที่อยู่เบื้องหลังไวรัสเรียกค่าไถ่ดังกล่าวกำลังใช้ affiliate marketing เพื่อให้มีการกระจายไวรัสดังกล่าวได้มากขึ้น โดยหากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเหยื่อถูกไวรัสดังกล่าวรายงาน ก็จะทำให้ไฟล์ในเครื่องถูกล็อคและเข้ารหัสไว้ และก็จะเรียกร้องให้เหยื่อจ่ายค่าไถ่เป็นเหรียญคริปโตมูลค่าประมาณ 900 ดอลลาร์ หรือประมาณเกือบ 30,000 บาท ดังกล่าวนั้นมักจะมีการปลอมเป็นรัฐบาลอิตาลีพี่มักจะมีการส่งข้อความไปหาประชาชนเพื่อเตือนภัยระวังเกี่ยวกับวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า โดยทาง Microsoft ได้กล่าวในทวิตเตอร์ของพวกเขาว่า “แม้ว่ามันจะเป็นเทคนิคที่ค่อนข้างเก่า แต่ว่าตัวมาโครบน Excel 4.0 นั้นเริ่มที่จะตกเป็นเป้าของ malware มากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเทคนิคดังกล่าวนั้นมักจะถูกนำไปใช้ในแคมเปญหลายๆแห่งรวมถึงตัวหนึ่งที่มีการปลอมเป็นจดหมายแจ้งเตือน COVID-19 อีกด้วย” นอกจากนี้อีเมลที่ถูกส่งมาจากทางมิจฉาชีพยังได้มีการขู่เหยื่อว่าหากเหยื่อไม่ทำการเปิดไฟล์ที่ส่งมาทางอีเมล์นั้นก็จะมีความผิดทางกฎหมาย ดังนั้นหากคุณได้รับอีเมลแปลกๆที่ไม่รู้ที่มาที่ไปและมีการแนบไฟล์มาด้วย ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่านั่นอาจจะเป็นไฟล์ไวรัสหรือว่ามัลแวร์ และให้ลบทิ้งไปให้เร็วที่สุด ——————————————————————- ที่มา : siamblockchain…

ตรวจสอบด่วน พบ 25 แอปบน Android สามารถหลอกเอารหัสผ่าน Facebook ไปได้!

รายงานใหม่จากบริษัทด้านความปลอดภัยของฝรั่งเศส Evina พบแอปพลิเคชันบน Play Store ของ Google ถึง 25 รายการที่เป็นอันตรายต่อเครื่องและข้อมูลของผู้ใช้งาน โดยแอปเหล่านี้สามารถทำงานได้ปกติ แต่มาพร้อมกับโค้ดที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน หากเราติดตั้งและใช้งานตามปกติ ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อเราเปิดแอป Facebook ขึ้นมา แอปเหล่านี้จะสร้างหน้าต่าง log-in ที่เลียนแบบ Facebook ขึ้นมาอีกครั้ง สำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ได้คิดอะไรก็อาจจะไม่สงสัยว่าทำไมต้องใส่รหัสอีกครั้ง หากเราป้อนอีเมลและรหัสลงไปก็เสร็จโจรอย่างแน่นอนครับ ตัวอย่างด้านล่างนี้ Facebook ของจริงและของปลอม โดย Facebook ที่มีขอบด้านบนสีฟ้าเป็นของจริง แต่หากเป็นสีดำคือของปลอม รายชื่อแอปทั้งหมดที่หลอกเอารหัส Facebook ถึงแม้ว่า Google จะถอดแอปทั้งหมดนี้ออกจาก Play Store ไปแล้ว แต่ทั้งหมดมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 2.34 ล้านครั้ง หากใครมีแอปเหล่านี้ติดตั้งอยู่ในเครื่องก็อย่าลืมถอนการติดตั้งออกไปด้วยนะครับ ————————————————– ที่มา : beartai / 4 กรกฎาคม 2563 Link : https://www.beartai.com/news/itnews/451461