ความสำคัญ กม.ไซเบอร์-ข้อมูลบุคคลฯ ที่รัฐบาลต้องใส่ใจ
ปริญญา หอมเอนก ผุ้บริหาร เอซิส โปรเฟสชันนิล เซ็นเตอร์ จำกัด ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมนุษย์ในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของประชากรโลกมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง สังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงเรื่องการสื่อสารของมนุษย์ จากการใช้จดหมายหรือโทรศัพท์ตามบ้าน มาเป็นการติดต่อผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นสมาร์ทโฟนซึ่งเปรียบเสมือนอวัยวะที่ 33ของมนุษย์ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารให้มีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น จึงเกิดลักษณะการดำเนินชีวิตประจำวันที่เรียกว่า “Digital Life Style” ที่มนุษย์ทุกคนบนโลกจำเป็นต้องมีทักษะในการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ และแบบพกพาให้ปลอดภัยจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยทักษะดังกล่าวถูกกล่าวอยู่เป็นประจำในโลกไซเบอร์ว่า “Digital Literacy” เมื่อโลกเปลี่ยนจากยุค “Information Edge” ไปสู่ยุค “Cyber Edge” และ “AI Edge” ตามลำดับ ทำให้รัฐบาลในแต่ละประเทศทั่วโลกต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) จึงจำเป็นที่จะต้องตรากฎหมายและปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่ ให้สอดคล้องกับยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศและป้องกันการละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชน ซึ่งมีโอกาสที่จะถูกเอาเปรียบหรือละเมิดความเป็นส่วนตัวได้จากทั้งในและนอกประเทศ เมื่อโลกแคบลงจึงไม่มีขอบเขตชัดเจนเหมือนชายแดนประเทศทางกายภาพ หากแต่กลายเป็นโลกไซเบอร์ที่ไม่มีขอบเขตชัดเจน จากเหตุผลดังกล่าว ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัวโดยการตรากฎหมายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เรียกกันว่า “ชุดกฎหมายดิจิทัล” เพิ่มขึ้นอีก 2 ฉบับ โดยจากเดิมเรามีกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ซึ่งถือว่าการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถนำหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์มาพิสูจน์ในชั้นศาลได้ ไม่ต่างจากการทำธุรกรรมในแบบเดิมและเรามีกฎหมายการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เพื่อลงโทษแฮกเกอร์หรืออาชญากรทางไซเบอร์ที่เข้ามาละเมิดโจมตีระบบขององค์กรและบุคคลทั่วไป หากแต่กฎหมายการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จะมีลักษณะที่ว่าต้องมีการกระทำผิดเสียก่อน จึงมีการกล่าวหาเอาผิดผู้กระทำผิดเหล่านั้น หากแต่ยังมีกฎหมายในบางข้อที่มีลักษณะที่องค์กรต้องปฏิบัติก่อนเหตุเกิด โดยถือเป็นวินัยขององค์กรและผู้ให้บริการ เช่น…

