ตร.ญี่ปุ่นกวาดล้างแก็งค์ปลอมบัตรพำนัก รับมือเปิดรับแรงงานต่างชาติ

เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่น จะเพิ่มความเข้มงวดในการกวาดล้างขบวนการปลอมแปลงบัตรผู้พำนักอาศัยชาวต่างชาติ หลังพบสถิติการทำผิดสูงเป็นประวัติการณ์ ในเดือนเมษายนนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจะอนุญาตให้แรงงานชาวต่างชาติมาทำงานในญี่ปุ่นได้มากขึ้นหลายหมื่นคน และคาดว่าจะมีขบวนการหลอกลวงแรงงาน และจัดทำบัตรพำนักอาศัยปลอมแพร่ระบาดมาก เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ตำรวจจังหวัดไอจิได้จับกุมชาวจีนรายหนึ่งที่รับจ้างผลิตบัตรพำนักอาศัยมากกว่า 6,000 ใบ โดยผู้ต้องหาระบุว่าทำเป็นขบวนการ โดยจำหน่ายบัตรพำนักอาศัยปลอมผ่านทางอินเทอร์เน็ต และได้รับค่าตอบแทนใบละ 600-700 เยน เจ้าหน้าที่ยังระบุว่า ได้รับแจ้งคดีความปลอมแปลงบัตรผู้พำนักอาศัยสำหรับชาวต่างชาติในญี่ปุ่นถึง 620 คดี เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บบันทึกเมื่อปี 2556 และสูงกว่าสถิติในปีแรกที่เริ่มเก็บเกือบ 6 เท่า ชาวต่างชาติที่พำนักในญี่ปุ่นจะต้องพกบัตรผู้พำนักอาศัยติดตัวเสมอ โดยบัตรนี้จะระบุชื่อ วันเดือนปีเกิด สถานะพำนักอาศัย และระยะเวลาในการอยู่อาศัย การมีบัตรพำนักอาศัยจะทำให้ชาวต่างชาติสามารถหางานทำ, ทำสัญญาเช่าบ้าน, ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ และเปิดบัญชีธนาคารได้ ซึ่งสามารถเปิดทางไปสู่การทำอาชญากรรมหรือทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ได้มากมาย เจ้าหน้าที่ระบุว่า มีการจำหน่ายบัตรผู้พำนักอาศัยปลอมคุณภาพสูงผ่านทางออนไลน์ มีลายน้ำและสติกเกอร์ที่เปลี่ยนสีได้ แนบเนียนคล้ายของจริงอย่างมาก จึงจะยกระดับการปราบปรามขบวนการปลอมแปลงบัตร พร้อมเผยแพร่วิธีการตรวจสอบบัตรปลอมในเว็บไซต์กระทรวงยุติธรรม ตามกฎหมายของญี่ปุ่น ผู้ที่ปลอมแปลงสถานะการพำนัก เพื่อทำงานอย่างผิดกฎหมาย มีความผิดต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 3 ล้านเยน.…

ไฟไหม้ตึกสูงบังกลาเทศ คนหมดหนทางโดดหน้าต่างลงมาตาย ดับแล้ว 19 ศพ

เกิดไฟไหม้รุนแรงที่ตึกสำนักงานในเมืองหลวงบังกลาเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย รวมถึงคนที่หมดทางหนีจนต้องตัดสินใจกระโดดลงจากอาคาร… สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้ตึกสำนักงานสูง 22 ชั้น แห่งหนึ่งในเขตบานานี ของกรุงธากา เมืองหลวงของประเทศบังกลาเทศ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มี.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บบาดเจ็บอีกราว 73 ราย ขณะที่มีผู้ติดอยู่ในอาคารอีกหลายคน สถานการณ์เป็นไปอย่างโกลาหล ผู้คนที่ติดอยู่บนอาคารต่างส่งเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้บันไดยาวทำลายกระจกหน้าต่างเพื่อสร้างเส้นทางหนี อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุราว 1 ชั่วโมง ยังมีผู้คนติดอยู่บนชั้น 13 และ 14 ของอาคาร โดยพวกเขาพยายามโบกมือเพื่อขอความช่วยเหลือ ท่ามกลางควันไฟคละคลุ้ง กองทัพต้องส่งเฮลิคอปเตอร์หลายมาช่วยเหลือ ด้วยการหย่อนเชือกลงไปรับผู้ประสบเหตุ แต่มีรายงานด้วยว่า ชายหญิง 6 คนกระโดดหนีเปลวไฟลงมาจากหน้าต่างตกลงมากระแทกพื้นเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บสาหัสและสิ้นใจในเวลาต่อมา โดยแพทย์ของคลินิกบานานี เผยว่า เหยื่อรายหนึ่งพยายามใช้สายเคเบิลโทรทัศน์ในการโรยตัวลงมา แต่กลับลื่นหลุดมือทำให้เขาตกลงมาเสียชีวิตจากความสูงราวชั้น 8 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงรวมทั้งผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากกองทัพเรือและทัพอากาศต่างพยายามช่วยกันเพื่อควบคุมเพลิง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมไม่ให้มันลุกลามได้สำเร็จ โดยทีมดับเพลิงที่เข้าไปในตึกพบว่า อาคารหลังนี้ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย ทั้งนี้ เหตุไฟไหม้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในกรุงธากา เนื่องจากการขาดมาตรฐานด้านความปลอดภัย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเพิ่งมีสารเคมีที่ลักลอบเก็บไว้ในอพาร์ตเมนต์ระเบิด…

ฝูงนกพิราบในอาคารผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานนานาชาติ นครมุมไบ อินเดีย

ภาพโดย รศ. ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี ภาพแสดงส่วนต่างๆ ของ Circulation ใน Departure ผู้โดยสารขาออกของ ท่าอากาศยานฉัตรปาตีศิวะจี ท่าอากาศยานนานาชาติฉัตรปาตีศิวะจี (Chhatrapati Shivaji International Airport) นครมุมไบ แห่งนี้มีขนาดใหญ่และมีจำนวนผู้ใช้บริการเป็นลำดับที่ 2 ของท่าอากาศยานในอินเดีย ซึ่งที่บริเวณ Counter Check-in ของอาคารผู้โดยสารขาออก ปรากฎนกพิราบหลายตัวเดินปะปนโดยไม่มีท่าทีตื่นกลัวบุคคลที่ผ่านไปมาในพื้นที่ดังกล่าว  สาเหตุที่ฝูงนกเหล่านั้นเข้ามาภายในอาคารก็เพื่อหากินตามปกติจากการทิ้งเศษขนมหรือสิ่งที่เป็นอาหารสำหรับนกอยู่ตามพื้นอาคาร โดยมิได้มีการทำความสะอาดได้ทั่วถึง และเจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานถือเป็นเรื่องเคยชิน ตามแผนผังที่แสดงด้านล่างจะเห็นว่า บริเวณ Counter Check-in ของอาคารผู้โดยสารขาออกอยู่ที่หมายเลข 4 นกจึงสามารถบินผ่านเข้าออกจากภายนอกได้โดยง่าย จากภาพ Departure ผู้โดยสารขาออกของท่าอากาศยานฉัตรปาตีศิวะจี 1.การเข้าถึงจากถนน Highway สู่ Drop off 2.-3.ถนน Drop off  ขนาด 6 ช่องทาง 4.Counter Check-in 5.พื้นที่ Immigration และ Security…

นายกฯฝรั่งเศสไล่ “หัวหน้าตำรวจปารีส” ออก เหตุควบคุมจลาจลเสื้อกั๊กเหลืองไม่ได้ สั่งแบนผู้ประท้วงเข้าเขตใจกลางกรุง

อเจนซีส์ – รัฐบาลฝรั่งเศสได้สั่งเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการตำรวจปารีส พร้อมสั่งปิดเขตย่านเมโทรใจกลางกรุงปารีส ห้ามการประท้วงกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองเข้าใกล้หากพบว่ามีกลุ่มหัวรุนแรงร่วมอยู่ด้วย หลังความรุนแรงที่กลายเป็นจลาจลที่มีทั้งการปล้นสะดม ทำลายร้านค้า พร้อมจุดไฟเผาในเขตถนนย่านฌ็องเซลิเซ่เมื่อสุดสัปดาห์ หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานเมื่อวานนี้ (18 มี.ค) ว่า นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เอดัวร์ ฟีลิป ประกาศมาตราการแข็งกร้าวในวันจันทร์ (18) หลังจากรัฐบาลฝรั่งเศสออกมายอมรับในความล้มเหลวในการเข้าจัดการกับเหตุจลาจลและการลอบวางเพลิงช่วงสุดสัปดาห์ “นับตั้งแต่วันเสาร์หน้าเป็นต้นไป เราจะสั่งห้ามการประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองในเขตที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในทันทีที่เราพบว่ามีกลุ่มหัวรุนแรงแฝงตัวรวมไปถึงเป้าหมายในการสร้างความเสียหาย” ฟีลิปกล่าวผ่านแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ นอกจากนี้ ฟีลิปยังได้สั่งให้ มิเชล เดลปูช์  (Michel Delpuech) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจปารีสออกจากตำแหน่ง และให้ดิดิเยร์ลัลล์มองต์ (Didier Lallement) ที่ทำงานในภาคตะวันตกของฝรั่งเศสให้เข้ามารับทำหน้าที่แทน รัฐบาลฝรั่งเศสในเวลานี้ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำจากเหตุที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงฝรั่งเศสไม่สามารถป้องกันความรุนแรง การลอบวางเพลิง และการปล้นสะดมร้านค้าบนย่านฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) ช่วงสุดสัปดาห์ล่าสุดได้ พบกลุ่มผู้ประท้วงชุดดำจำนวนหลายร้อยคนของการเคลื่อนไหวเสื้อกั๊กเหลืองได้สร้างความเสียหายมากกว่า 7 ชั่วโมงระหว่างที่ผู้ประท้วงร่วม 10,000 คนเดินมาร์ชในเมืองหลวงฝรั่งเศส มีไม่ต่ำกว่า 90 แห่งของธุรกฺจและร้านค้า รวมไปถึงร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์ชื่อดัง รวมไปถึง ร้านลองฌอมป์ (Longchamp) และร้านบุลการี(บุลการี่) ได้รับความเสียหาย และถูกเข้าขโมยสินค้าที่อยู่ด้านใน ส่วนธนาคารและภัตตาคารถูกจุดไฟเผา…

ระวัง พบการแพร่กระจายมัลแวร์โดยอาศัยข่าวกราดยิงที่นิวซีแลนด์และข่าวเครื่องบิน Boeing ตก

บริษัท 360 Enterprise Security Group ได้รายงานการแพร่กระจายมัลแวร์โดยอาศัยข่าวเครื่องบิน Boeing 737 Max 8 ตก โดยลักษณะการโจมตีจะส่งอีเมลที่อ้างว่าเป็นเอกสารหลุดที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุของเครื่องบินตกพร้อมแนบไฟล์มัลแวร์มาในอีเมลฉบับดังกล่าว ผู้ประสงค์ร้ายปลอมที่อยู่ผู้ส่งอีเมลเป็น info(at)isgec.com และตั้งหัวข้ออีเมลว่า “Fwd: Airlines plane crash Boeing 737 Max 8” โดยแนบไฟล์มัลแวร์คือ MP4_142019.jar (ชื่อผู้ส่ง หัวข้ออีเมล และชื่อไฟล์แนบ อาจถูกเปลี่ยนได้) หากเหยื่อหลงเชื่อแล้วเปิดไฟล์แนบดังกล่าว จะถูกติดตั้งมัลแวร์ลงในเครื่องเพื่อขโมยข้อมูลและเปิดช่องทางให้ผู้ประสงค์ร้ายเชื่อมต่อเข้ามาควบคุมเครื่องในภายหลัง อีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกันคือเหตุกราดยิงในประเทศนิวซีแลนด์จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ทาง US-CERT ได้ออกมาแจ้งเตือนระวังการหลอกลวงโดยอาศัยข่าวนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแพร่กระจายมัลแวร์ หลอกให้เข้าเว็บไซต์ปลอม หรือหลอกลวงให้บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ เป็นต้น การหลอกลวงโดยอาศัยเหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดยเฉพาะเหตุการณ์ความสูญเสียนั้นเป็นเทคนิคการโจมตีที่ได้ผลดีและมีรายงานผู้ตกเป็นเหยื่ออยู่เรื่อยๆ ผู้ใช้ควรพิจารณาก่อนแชร์ข่าว คลิกลิงก์ เปิดไฟล์แนบ หรือโอนเงิน เพื่อที่จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ —————————————————– ที่มา : ThaiCERT / 18 มีนาคม 2562 Link…