เทคโนโลยีจดจำใบหน้า จะอยู่กับ GDPR อย่างไร

Face Recognition อาจจะทำให้เครื่องสแกนลายนิ้วมือตกสมัยไป แต่เนื่องจากฟีเจอร์แบบนี้มักจะรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมหาศาล เลยเกิดคำถามที่ถกเถียงกันว่า แล้วเราจะใช้งานอย่างไร คำถามข้างต้นคือสิ่งที่ลากเอา Facebook ไปสู่ศาล เมื่อเดือนเมษายนปีนี้นี่เอง หลังจากที่พบว่ายักษ์ใหญ่ดิจิทัลแห่งนี้ใช้ข้อมูลใบหน้า โดยไม่ได้ขอความยินยอมจากผู้ใช้ สิ่งที่เห็นชัดก็คือ Facebook ใช้ “face templates” ในการแนะนำให้แท็ก โดยไม่ต้องแจ้งให้ใครทราบ สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นการเตือนให้บริษัทอื่น ๆ ที่ใช้ข้อมูลไบโอเมตริก (ชีวมิติ เช่น ลายนิ้วมือ ม่านตา เส้นลายบนมือ การจดจำใบหน้า) ในการให้บริการ ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์นัดเดตที่ใช้ข้อมูลใบหน้าในการจับคู่คน, กาสิโนที่ใช้ตามนักพนันที่ติดการพนัน “การจดจำใบหน้า” ยังกลายเป็นฟีเจอร์มาตรฐานอย่างหนึ่งในมือถือทั้งหลาย และบริษัทบัตรเครดิตบางแห่งก็ยังให้จ่ายเงินด้วยหน้ายิ้มของเรา เนื่องจากกฎหมายด้านข้อมูลส่วนบุคคลกำลังเข้มแข็งขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในสหภาพยุโรป บริษัทต่าง ๆ ที่เก็บและใช้ข้อมูลเหล่านี้จึงต้องตามให้ทันและหาแนวทางในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมายต่าง ๆ อย่างเช่น GDPR นี่เป็นบทสรุปสั้น ๆ ว่าพวกเขาสามารถทำได้แค่ไหน… การจดจำใบหน้า อยู่ตรงไหนภายใต้ GDPR กฎหมาย GDPR เป็นการยกเครื่องกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลครั้งใหญ่นับตั้งแต่ปี 2538 โดยให้ผู้ใช้หรือ user มีอำนาจมากขึ้นกว่าที่เคยมี เมื่อเทคโนโลยีรุดหน้าอย่างรวดเร็ว การมีมาตรการแบบนี้ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องคาดการณ์ว่าจะดูแลเรื่องนี้อย่างไร เมื่อ เทคโนโลยีการจดจำใบหน้า หรือ Face Recognition…