เครือสาธารณสุขสิงคโปร์ถูกแฮ็ก ข้อมูล 1 ใน 3 ของประชาชนถูกขโมย

กระทรวงสาธารณสุข (MOH) ของสิงคโปร์ออกแถลงการณ์ ระบบ IT ของ SingHealth ถูกแฮ็ก ส่งผลให้ข้อมูลผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและคลีนิกในเครือตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2015 จนถึงกรกฎาคม 2018 รวมแล้วกว่า 1,500,000 คนถูกขโมยออกไป SingHealth เป็นเครือหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสิงคโปร์ ประกอบด้วย 2 โรงพยาบาลใหญ่ 5 คลีนิคพิเศษ และโพลีคลีนิกรวมอีก 8 แห่ง MOH ระบุว่า ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูลของ Integrated Health Information Systems (IHiS) ของสิงคโปร์ตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติบนหนึ่งในฐานข้อมูล IT ของ SingHealth เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงได้หยุดการดำเนินงานทั้งหมดและเริ่มมาตรการป้องกันและรับมือ ก่อนจะตรวจสอบพบว่าข้อมูลของผู้เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลและคลีนิกในเครือถูกขโมยออกไปรวมแล้วกว่า 1,500,000 ราย ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ เพศ สัญชาติ วันเกิด และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน นอกจากนี้ ข้อมูลการจ่ายยาผู้ป่วยนอกอีกประมาณ 160,000 รายก็ได้ถูกขโมยออกไปด้วย หนึ่งในนั้นคือข้อมูลของ…

ดูท่าทีย้อนแย้งของโดนัลด์ ทรัมป์ กรณีรัสเซียโจมตีไซเบอร์แทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐฯ

  สื่อตั้งข้อสังเกตท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ กรณีรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 ระบุ ว่าก่อนหน้าการเข้ารับตำแหน่งทรัมป์ เองก็เคยแฉพฤติการณ์ดังกล่าว แต่หลังจากที่ตัวเองได้ตำแหน่งแล้วก็เริ่มกลับคำและพูดถึงเรื่องนี้แบบไม่เต็มปากเท่าเดิม เมื่อไม่นานนี้มีการพบปะหารือระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กับ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย รวมถึงมีการสั่งลงโทษเจ้าหน้าที่ทหารของรัสเซียที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งปี 2559 ของสหรัฐฯ ทำให้ประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงของรัสเซียกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง สื่อนิวยอร์กไทม์นำเสนอในเรื่องนี้โดยตั้งข้อสังเกตย้อนไปตั้งแต่ช่วงก่อนทรัมป์เข้ารับตำแหน่งว่า ทรัมป์เคยนำเสนอหลักฐานด้านข่าวกรองที่แสดงให้เห็นว่าปูตินเป็นผู้สั่งโจมตีทางไซเบอร์เพื่อปั่นป่วนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ในปี 2559 หลักฐานที่ทรัมป์นำเสนอในครั้งนั้นมีทั้งเอกสารและอีเมลจากเจ้าหน้าที่กองทัพรัสเซียและข้อมูลลับสุดยอดอื่นๆ จากแหล่งที่ใกล้ชิดกับปูติน โดยในข้อมูลเหล่านี้เปิดเผยว่ารัสเซียพยายามแฮ็กระบบและใช้วิธีการใส่ร้ายป้ายสีในการป่วนการเลือกตั้งสหรัฐฯ อย่างไร แต่หลังจากนั้นทรัมป์ก็ไม่ได้พูดถึงข้อค้นพบข้างต้นอย่างชัดเจนและหลังจากการประชุมร่วมกับรัสเซียในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ฟินแลนด์ก็ตอบคำถามนักข่าวเรื่องการแทรกแซงของรัสเซียโดยบอกว่ารัสเซียไม่ได้ตั้งเป้าหมายกับสหรัฐฯ ซึ่งฟังดูขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ แดน โคท กล่าวไว้หลายวันก่อนหน้านี้ แม้ว่าเขาจะนั่งห่างจากทรัมป์ออกไปไม่มากนักในห้องทำงานคณะรัฐมนตรี อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาทรัมป์ก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อซีบีเอสในแบบที่กลับคำอีกครั้ง โดยบอกว่าโดยส่วนตัวแล้วเขาโทษปูตินในเรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ แต่ก็เชื่อว่าปูตินมีส่วนเกี่ยวข้องในทางอ้อมในฐานะ “ผู้เป็นผู้นำประเทศ” เท่านั้นไม่ใช่ในทางตรง รวมถึงอาจจะมีคนกลุ่มอื่นก็ได้ที่ก่อเหตุ สำหรับสาเหตุที่ทรัมป์ต้องกลับคำไปมาเช่นนี้ มีผู้ช่วยประธานาธิบดีที่ใกล้ชิดกับทรัมป์แต่ไม่ประสงค์ออกนามบอกกับสื่อนิวยอร์กไทม์ว่าเป็นเพราะถ้าหากทรัมป์ยอมรับว่ามีการพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งปี 2559 จากรัสเซียแล้ว ถึงแม้ว่าจะบอกว่าเป็นการแทรกแซงที่ไม่สำเร็จก็ตาม มันก็จะทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อความชอบธรรมในการตำรงตำแหน่งปัจจุบันของทรัมป์ ตัวอย่างที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2560 มีการประชุมสรุปประเมินสถานการณ์ย่อๆ จากเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายความมั่นคงหลายคนของสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่ผู้ที่เข้าร่วมประชุมด้วยในวันนั้นบอกว่ามีการนำเสนอข้อมูลข่าวกรองจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่าปูตินมีบทบาทในการแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ เช่น อีเมลที่ฝ่ายข่าวกรองกองทัพรัสเซียฉกมาได้จากพรรคเดโมแครตและวางแผนร่วมกับวิกิลีคส์ว่าจะเผยแพร่อีเมลนี้อย่างไรดี…

ดูท่าทีย้อนแย้งของโดนัลด์ ทรัมป์ กรณีรัสเซียโจมตีไซเบอร์แทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐฯ

  สื่อตั้งข้อสังเกตท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ กรณีรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 ระบุ ว่าก่อนหน้าการเข้ารับตำแหน่งทรัมป์ เองก็เคยแฉพฤติการณ์ดังกล่าว แต่หลังจากที่ตัวเองได้ตำแหน่งแล้วก็เริ่มกลับคำและพูดถึงเรื่องนี้แบบไม่เต็มปากเท่าเดิม เมื่อไม่นานนี้มีการพบปะหารือระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กับ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย รวมถึงมีการสั่งลงโทษเจ้าหน้าที่ทหารของรัสเซียที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งปี 2559 ของสหรัฐฯ ทำให้ประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงของรัสเซียกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง สื่อนิวยอร์กไทม์นำเสนอในเรื่องนี้โดยตั้งข้อสังเกตย้อนไปตั้งแต่ช่วงก่อนทรัมป์เข้ารับตำแหน่งว่า ทรัมป์เคยนำเสนอหลักฐานด้านข่าวกรองที่แสดงให้เห็นว่าปูตินเป็นผู้สั่งโจมตีทางไซเบอร์เพื่อปั่นป่วนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ในปี 2559 หลักฐานที่ทรัมป์นำเสนอในครั้งนั้นมีทั้งเอกสารและอีเมลจากเจ้าหน้าที่กองทัพรัสเซียและข้อมูลลับสุดยอดอื่นๆ จากแหล่งที่ใกล้ชิดกับปูติน โดยในข้อมูลเหล่านี้เปิดเผยว่ารัสเซียพยายามแฮ็กระบบและใช้วิธีการใส่ร้ายป้ายสีในการป่วนการเลือกตั้งสหรัฐฯ อย่างไร แต่หลังจากนั้นทรัมป์ก็ไม่ได้พูดถึงข้อค้นพบข้างต้นอย่างชัดเจนและหลังจากการประชุมร่วมกับรัสเซียในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ฟินแลนด์ก็ตอบคำถามนักข่าวเรื่องการแทรกแซงของรัสเซียโดยบอกว่ารัสเซียไม่ได้ตั้งเป้าหมายกับสหรัฐฯ ซึ่งฟังดูขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ แดน โคท กล่าวไว้หลายวันก่อนหน้านี้ แม้ว่าเขาจะนั่งห่างจากทรัมป์ออกไปไม่มากนักในห้องทำงานคณะรัฐมนตรี อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาทรัมป์ก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อซีบีเอสในแบบที่กลับคำอีกครั้ง โดยบอกว่าโดยส่วนตัวแล้วเขาโทษปูตินในเรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ แต่ก็เชื่อว่าปูตินมีส่วนเกี่ยวข้องในทางอ้อมในฐานะ “ผู้เป็นผู้นำประเทศ” เท่านั้นไม่ใช่ในทางตรง รวมถึงอาจจะมีคนกลุ่มอื่นก็ได้ที่ก่อเหตุ สำหรับสาเหตุที่ทรัมป์ต้องกลับคำไปมาเช่นนี้ มีผู้ช่วยประธานาธิบดีที่ใกล้ชิดกับทรัมป์แต่ไม่ประสงค์ออกนามบอกกับสื่อนิวยอร์กไทม์ว่าเป็นเพราะถ้าหากทรัมป์ยอมรับว่ามีการพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งปี 2559 จากรัสเซียแล้ว ถึงแม้ว่าจะบอกว่าเป็นการแทรกแซงที่ไม่สำเร็จก็ตาม มันก็จะทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อความชอบธรรมในการตำรงตำแหน่งปัจจุบันของทรัมป์ ตัวอย่างที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2560 มีการประชุมสรุปประเมินสถานการณ์ย่อๆ จากเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายความมั่นคงหลายคนของสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่ผู้ที่เข้าร่วมประชุมด้วยในวันนั้นบอกว่ามีการนำเสนอข้อมูลข่าวกรองจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่าปูตินมีบทบาทในการแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ เช่น อีเมลที่ฝ่ายข่าวกรองกองทัพรัสเซียฉกมาได้จากพรรคเดโมแครตและวางแผนร่วมกับวิกิลีคส์ว่าจะเผยแพร่อีเมลนี้อย่างไรดี นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงแหล่งข่าวกรองที่เป็นบุคคลยึนยันบทบาทของปูตินในกรณีนี้เช่นกัน…

กรณีเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ 11 กันยายน 2544 ตอน 2/3

กรณีเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ  เมื่อ 11 กันยายน 2544 ตอน 2/3 :  ข้อสังเกตเกี่ยวกับท่าอากาศยานต้นทางของแต่ละเที่ยวบินและเครื่องบินที่ถูกปล้นยึด การเปิดเผยข่าวสารโดยสื่อมวลชนในภายหลังเชื่อได้ว่า กลุ่มคนร้ายนำอาวุธและอุปกรณ์ป้องกันตัวขึ้นไปบนเครื่องบินโดยสาร ได้แก่ สเปรย์พริกไทย (Oleoresin Capsicum spray/OC spray) หรือแก๊ซน้ำตา ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ผู้โดยสารในเหตุการณ์ส่งผ่านโทรศัพท์จากบริการแอร์โฟนเคบินและโทรศัพท์เคลื่อนที่ว่า การปล้นยึดเครื่องบินแต่ละลำ มีคนร้ายปฏิบัติการหลายคน ใช้สเปรย์พริกไทยหรือแก๊ซน้ำตาเป็นอาวุธ ทั้งยังทำร้ายผู้ที่อยู่ในเครื่องบินด้วยการแทง ซึ่งตามรายงานของคณะทำงานเพื่อพิสูจน์ทราบกรณี 9/11 ระบุว่า คนร้ายสังหารนักบิน พนักงานต้อนรับประจำเครื่อง และผู้โดยสารด้วยการแทง จึงประเมินว่า คนร้ายจัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันตัว มีด และใบมีดติดตัวขึ้นไปบนเครื่องบิน เพราะช่วงเวลานั้นอุปกรณ์ป้องกันตัวยังไม่ถือเป็นสิ่งต้องห้าม สามารถพกพาระหว่างโดยสารเครื่องบินได้ ตัวอย่างอาวุธและอุปกรณ์ป้องกันตัวที่คาดว่า คนร้ายใช้เป็นอาวุธทำการยึดเครื่องบิน / ภาพจาก Amazon.com และ Lazada.co.th ในส่วนข้อมูลจากพนักงานต้อนรับประจำเที่ยวบินที่ 11 ของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ ผู้โดยสารเที่ยวบินที่ 175 และเที่ยวบินที่ 93 ของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ต่างแจ้งว่าคนร้ายมีระเบิด ขณะที่ผู้โดยสารบางคนเห็นว่า…

นักวิจัยสามารถทำการโจมตีแบบ GPS Spoofing ได้สำเร็จกับระบบนำทาง

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Virginia Tech, มหาวิทยาลัย Electronic Science และ Technology of China และทีมวิจัยของ Microsoft ได้ร่วมกันค้นพบวิธีการโจมตีแบบ GPS Spoofing ที่ทดสอบแล้วว่าสามารถใช้ได้ผลจริงกับระบบนำทางบนถนน GPS Spoofing ถูกพูดถึงมาหลายปีแล้วแต่ไม่สามารถใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมเพราะมีปัญหาเรื่องทำได้ไม่ตรงกับถนนจริง แต่ทีมนักวิจัยที่ผนึกกำลังกันครั้งนี้ได้คิดค้นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมและสังเกตได้ยาก โดยวิธีการนี้ผู้โจมตีสามารถหลอกล่อให้เหยื่อหลงตามไปกับเส้นทางที่ถูกเลือกมาอย่างไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผู้โจมตีต้องทราบคือจุดหมายปลายทางคร่าวๆ ของเหยื่อและตัวเหยื่อเองต้องไม่ใช่ผู้ที่คุ้นกับเส้นทางในพื้นที่ โดยนักวิจัยได้ใช้ข้อมูลจริงของแท๊กซี่ใน แมนแฮตตัน และ บอสตัน กว่า 600 เส้นทางเพื่อคิดค้นอัลกอริธึมที่สร้างเส้นทางเสมือนที่เลียนแบบรูปร่างของถนนจริง ซึ่งเหมาะกับเมืองที่มีถนนหนาแน่น วิธีการคือผู้โจมตีจะสร้างสัญญาณ GPS แบบผิดๆ เพื่อพยายามตั้งค่าสุดท้ายให้เข้าใกล้จุดที่ต้องการ (Ghost Location) ระบบนำทางจะมีการคำนวณค่าเส้นทางใหม่ที่นักวิจัยให้ชื่อว่า Ghost Route และนำทางเหยื่อไปทีละทิศทางจนไปจบยังจุดหมายที่ต้องการ นอกจากนี้เพื่อให้สังเกตได้ยาก Ghost Route ถูกสร้างขึ้นจากการเก็บเส้นทางของแท๊กซี่ โดยอัลกอริธึมถูกรันในแต่ละส่วนของถนนเพื่อหา Ghost Location ที่เป็นไปได้ ซึ่งจากการทดสอบมีค่าเฉลี่ยของ Ghost Route ได้ถึง 1,500 ครั้งของการวิ่งแต่ละรอบ…

อุทธรณ์ยกฟ้อง “วัฒนา เมืองสุข” ให้สัมภาษณ์นักข่าวหน้าบันไดศาล ไม่ละเมิดอำนาจ

MGR Online – อุทธรณ์ยกฟ้อง “วัฒนา เมืองสุข” ยืนแถลงข่าวบริเวณหน้าบันไดศาลอาญา เมื่อปี 60 ระหว่างค้านฝากขังคดีผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ชี้ตอบคำถามเหมือนกับบุคคลทั่วไป และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีหรือมีผลกระทบต่อคดีจึงไม่ละเมิดอำนาจศาลวันนี้ (17 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีละเมิดอำนาจศาล หมายเลขดำที่ ล.14/2560 ที่ผู้อำนวยการศาลอาญา เป็นผู้กล่าวหานายวัฒนา เมืองสุข อายุ 60 ปี อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ถูกกล่าวหา  กรณีเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2560 นายวัฒนา ผู้ถูกกล่าวหา พร้อมด้วยนายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความของนายวัฒนา ได้มายื่นคำร้องอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งฝากขังของพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ในคดีกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ต่อศาลอาญา หลังจากนั้นได้ไปยืนแถลงข่าวบริเวณหน้าบันไดศาลอาญาต่อสื่อมวลชน โดยไม่ได้ขออนุญาตจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเพื่อเผยแพร่ข่าว อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติ…