NSA ลบข้อมูลโทรศัพท์ทั้งหมดที่ได้รับมาตั้งแต่ปี 2015 หลังพบว่าได้ข้อมูลเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต

NSA ประกาศว่าเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้ลบข้อมูลรายการโทร (call detail records – CDR) ที่ได้รับมาตั้งแต่ปี 2015 ออกไปจากฐานข้อมูลแล้ว หลังจากพบว่าได้รับข้อมูลเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต โดยปกติ NSA จะขออนุญาตการรับ CDR จากผู้ให้บริการโทรศัพท์ ตามคำสั่งศาล FISA อย่างไรก็ตาม NSA พบว่าข้อมูลบางรายการเป็นข้อมูลที่เกินกว่าที่ศาลอนุญาต และการแยกข้อมูลทีละรายการออกจากกันนั้นยุ่งยากเกินไป ทาง NSA จึงตัดสินใจลบข้อมูลทิ้งออกทั้งหมด 685 ล้านรายการ แล้วเริ่มต้นใหม่กับซอฟต์แวร์ใหม่ที่ไม่มีบั๊ก ทาง NSA ระบุว่าแจ้งความผิดพลาดนี้ให้กับผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ ( Director of National Intelligence – DNI), กรรมการข้อมูลส่วนบุคคลและเสรีภาพประชาชน, ตลอดจนกระทรวงยุติธรรมเรียบร้อยแล้ว เหตุการณ์ที่ NSA รับข้อมูลเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้หลายครั้ง ตัวคำสั่งที่เปิดให้ NSA เลือกเก็บข้อมูลก็ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะว่า NSA มีสิทธิ์เก็บข้อมูลอะไรบ้าง โฆษก NSA ยืนยันว่าไม่เคยเก็บเนื้อหาการโทรศัพท์, ชื่อที่อยู่ของผู้โทร, ข้อมูลทางการเงิน, หรือข้อมูลตำแหน่งอย่างหยาบ (cell…

รัฐบาลแคนาดาประกาศทุกเว็บรัฐต้องเป็น HTTPS, เปิด HSTS, รองรับ TLS 1.2 ภายใน 30 กันยายน 2019

รัฐบาลแคนาดาออกประกาศ Information Technology Policy Implementation Notice (ITPIN) บังคับให้เว็บหน่วยงานรัฐบาลทั้งหมดต้องให้บริการผ่านทางช่องทางเข้ารหัสที่ปลอดภัยเท่านั้น แนวทางระบุข้อบังคับเอาไว้ 5 รายการ เปิดใช้งาน HTTPS เท่านั้น หากผู้ใช้เข้า HTTP ต้องถูก redirect เข้า HTTPS เปิด HSTS เพื่อบังคับเบราว์เซอร์ให้เข้าเฉพาะ HTTPS ให้บริการด้วย TLS 1.2 ขึ้นไป ปิดการรองรับโปรโตคอลที่มีช่องโหว่ เช่น SSL, TLS 1.0, TLS 1.1 ปิดการรองรับการเข้ารหัสที่อ่อนแอ เช่น RC4 และ 3DES ข้อบังคับนี้บังคับเว็บไซต์ใหม่ทั้งหมดที่กำลังเปิดใช้งาน และเว็บไซต์ที่มีการส่งข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสำคัญ ส่วนเว็บที่เหลือทั้งหมดให้เวลาไปปีกว่า มีเส้นตาย 30 กันยายน 2019 นอกจากบังคับให้หน่วยงานต่างๆ ต้องให้บริการ HTTPS แล้ว ข้อบังคับยังระบุให้หน่วยงานต้องแจ้งโดเมนและซับโดเมนที่ให้บริการเข้าไปยังฐานข้อมูลกลาง ที่มา – Government of…

อดีต จนท.เพนตากอน เตือน ‘กูเกิ้ล’ กำลังก้าวเข้าสู่ ‘ภาวะอันตรายด้านศีลธรรม’

FILE – The logo of Google is pictured during the Viva Tech startup and technology summit in Paris, France, May 25, 2018. อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหม หรือ เพนตากอน ตั้งคำถามด้านศีลธรรมกับบริษัทกูเกิ้ล (Google) ในการไม่ต่อสัญญากับโครงการพัฒนาโดรนตรวจจับกับเพนตากอน นายบ็อบ เวิร์ค อดีตรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่า พนักงานกูเกิลกำลังเดินหน้าเข้าสู่ภาวะอันตรายด้านศีลธรรมเสียเอง หลังจากกูเกิลประกาศเมื่อต้นเดือนมิถุนายนว่า จะไม่ต่อสัญญากับเพนตากอน ในโครงการ Project Maven ที่ใช้ศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการตรวจจับและระบุเอกลักษณ์จากภาพที่บันทึกได้จากโดรน พร้อมกันนี้ นายเวิร์ค มองว่า ท่าทีของกูเกิ้ลแฝงเจตนาอื่น เนื่องจากตอนนี้กูเกิ้ลมีโครงการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในประเทศอื่น รวมทั้งจีน ทั้งนี้ การถอนตัวจากโครงการ Project Maven ที่กูเกิ้ลทำสัญญาพัฒนาโครงการกับเพนากอนมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014-2017…

กสทช.ยอมรับ WiFi ป่วน! กระทบบีทีเอส ระบบขัดข้อง

  รถไฟฟ้าบีทีเอสระบบอาณัติสัญญาณขัดข้องต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการในชั่วโมงเร่งด่วน กทสช.ระบุสาเหตุระบบขัดข้องเพราะสัญญาณไวไฟรบกวน แนะสร้างระบบป้องกัน และเปลี่ยนคลื่นความถี่ เพื่อไม่เกิดปัญหานี้ซ้ำซาก วันนี้ (26 มิ.ย.2561) ระบบเดินรถ BTS เกิดปัญหาขัดข้องอีกครั้ง ชวนให้สงสัยว่าความขัดข้องนั้นเกิดจากอะไร จะใช่คลื่นสัญญาณมือถือรบกวนหรือไม่ ? ตรวจสอบข้อมูลกับนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. พบคลื่นรบกวนนั่นคือ สัญญาณไวไฟ ทำไมสัญญาณไวไฟถึงรบกวน BTS ได้ ? เพราะ BTS ใช้คลื่น 2400 MHz ควบคุมระบบเดินรถ และสั่งการระหว่างกัน และ BTS ไม่ได้สร้างระบบป้องกันการโดนรบกวน ไวไฟที่ไหนรบกวน BTS ? ต้องตรวจสอบว่าเป็นไวไฟของใครมาจากแหล่งไหนกันบ้าง เพราะไวไฟ ย่าน 2400 MHz หน่วยงานไหน คนทั่วไปก็ใช้กันได้ กับโดรน (อากาศยานไร้คนขับ) ก็ใช้ เพราะเป็นคลื่นที่ กสทช.อนุญาตและจัดสรรไว้สำหรับให้ใช้แบบสาธารณะได้อยู่แล้ว แต่หน่วยงาน/องค์กรนั้นๆ ต้องขออนุญาตการใช้ ซึ่งแน่นอนว่าในปัจจุบัน…

อเมริกาจะส่งผู้เชี่ยวชาญของเอฟบีไอไปสืบเหตุระเบิดในเอธิโอเปีย

  เอเจนซีส์ – สื่อของทางการเอธิโอเปีย ระบุในวันจันทร์ (25 มิ.ย.) ว่าสหรัฐอเมริกาจะส่งทีมผู้เชี่ยวชาญของเอฟบีไอไปเอธิโอเปีย เพื่อช่วยสืบเหตุระเบิดระหว่างการชุมนุมของผู้สนับสนุน อาบี อาเหม็ด นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ ตอนที่อาบีเสร็จสิ้นการกล่าวปราศรัยกับฝูงชนที่มาให้การสนับสนุน เหตุการณ์นี้ทำให้มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง 30 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตจากการระเบิดมี 2 ราย บาดเจ็บ 156 ราย นอกจากนี้ยังมีตำรวจถูกควบคุมตัว 9 ราย เนื่องจากหละหลวมในการรักษาความปลอดภัย “รัฐบาลสหรัฐฯ แจ้งว่า กำลังส่งผู้เชี่ยวชาญของเอฟบีไอมาที่นี่” สำนักข่าว FBC ของทางการเอธิโอเปียระบุ สื่อเอธิโอเปียยังบอกด้วยว่า รัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ กิลเบิร์ต แคปแลน ได้ยื่นข้อเสนอนี้ระหว่างการพูดคุยกับ เวิร์คเนห์ เกเบเยฮู รัฐมนตรีต่างประเทศของเอธิโอเปีย เบื้องต้นยังไม่มีการยืนยันเรื่องนี้จากสถานทูตสหรัฐฯ ในเอธิโอเปีย รวมถึงจากทางวอชิงตัน อย่างไรก็ตาม เอธิโอเปียเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของสหรัฐฯ ในภูมิภาคแอฟริกา โดยเฉพาะในการต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธที่โซมาเลีย นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ของเอธิโอเปียยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุระเบิดในครั้งนี้ อาบีขึ้นมาครองอำนาจในเดือนเมษายน พร้อมกับรับปากจะนำความโปร่งใสมาสู่รัฐบาลของเขา รวมทั้งการประนีประนอมกันภายในชาติ หลังจากที่เผชิญความไม่สงบทางการเมืองมาตั้งแต่ปี 2015…