German court finds Facebook oversharing user data

‘Facebook hides default settings that are not privacy-friendly in its privacy center and does not provide sufficient information about this when users register,’ Federation of German Consumer Organisations (VZBV) legal expert Heiko Duenkel says FRANKFURT, Germany – A German court has found Facebook is breaching data protection rules with privacy settings that over-share by default…

ศาลเยอรมันชี้ Facebook บังคับผู้ใช้ระบุชื่อจริงเป็นการละเมิดกฎการป้องกันข้อมูล

องค์กรสิทธิผู้บริโภคในเยอรมันเผยว่า ศาลเยอรมันตัดสิน Facebook ละเมิดกฎการป้องกันข้อมูลส่วนตัว ด้วยการตั้งค่าให้ผู้ใช้ระบุชื่อนามสกุลจริงเป็นค่าเริ่มต้น กฎหมายการป้องกันข้อมูลของเยอรมันระบุว่าข้อมูลส่วนบุคคลนั้น บริษัทสามารถบันทึกและนำไปใช้ภายใต้ข้อตกลงที่ชัดเจนจากแต่ละบุคคล แต่ศาลตัดสินว่า การให้ผู้ใช้ต้องให้ชื่อจริงเป็นค่าเริ่มต้นนั้นเป็นความล้มเหลว เพราะไม่ได้เสนอทางเลือกให้ผู้ใช้ได้รู้เลยว่าข้อมูลจะถูกนำไปใช้อย่างไร ผู้พิพากษาตัดสินว่า Facebook มีการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่ละเมิดกฎ เช่น การแชร์ข้อมูลตำแหน่งกับคู่สนทนา หรือการสร้างโปรไฟล์ให้ search engine ภายนอกสามารถค้นหาได้ ข้อกำหนดการใช้งานจำนวน 8 ย่อหน้าของ Facebook ก็ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะประเด็นการเรียกร้องให้ผู้ใช้ใช้ชื่อจริง ศาลระบุอีกว่า สโลแกน “Facebook นั้นให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ฟรี และมันจะเป็นเช่นนั้น” (Facebook is free and always will be) ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะสิ่งที่ผู้ใช้ต้องจ่ายคือข้อมูล ไม่ใช่เงิน Facebook อาจต้องเสียค่าปรับถึง 250,000 ยูโร หรือ 306,000 ดอลลาร์ แต่ Facebook ระบุว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อไป ————————————————————– ที่มา : blognone / 13…

เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ปลิดชีพ-กราดยิงสถานทูตฝรั่งเศสและกองบัญชาการใหญ่กองทัพบูร์กินาฟาโซ ยอดดับล่าสุด30ศพ เจ็บ 90ราย

  วันนี้( 3 มี.ค.61) เกิดเหตุโจมตี 2 แห่งพร้อมกันที่กรุงวากาดูกู เมืองหลวงของประเทศบูร์กินาฟาโซ ในทวีปแอฟริกา คือที่สถานทูตฝรั่งเศส และกองบัญชาการใหญ่กองทัพบูร์กินาฟาโซ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอย่างไม่เป็นทางการ เพิ่มขึ้นเป็น 30 ราย บาดเจ็บ 90 คน โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นทหารบูร์กินาฟาโซ ด้านรัฐบาลบูร์กินาฟาโซเปิดเผยรายละเอียดของเหตุร้ายที่เกิดขึ้นว่า สถานทูตฝรั่งเศสถูกโจมตีก่อน โดยเหตุการณ์เริ่มขึ้นจากมือปืน 5 คน เปิดฉากกราดยิงกลางกรุงวากาดูกู จากนั้นกลุ่มมือปืนได้วิ่งไปกราดยิงที่หน้าสถานทูตฝรั่งเศส ทั้งนี้ ในเวลาเดียวกันนั้น เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ปลิดชีพตนเอง ที่กองบัญชาการใหญ่กองทัพบูร์กินาฟาโซ ซึ่งอยู่ห่างจากสถานทูตฝรั่งเศสเพียง 1 กิโลเมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 30 คน คาดว่าเป้าหมายการโจมตี คือการประชุมต่อต้านการก่อการร้ายระดับภูมิภาค ซึ่งมีตัวแทน 5 ชาติแอฟริกาเข้าร่วม คือบูร์กินาฟาโซ ช้าด มาลี มอริตาเนีย และไนเจอร์ ซึ่งกำลังจะเปิดประชุมที่กองบัญชาการใหญ่ดังกล่าว แต่เหตุระเบิดได้เกิดขึ้นก่อนการประชุม ด้านนายคลีเมนท์ ซาวาโดโก รัฐมนตรีความมั่นคงบูร์กินาฟาโซ ระบุว่า กลุ่มคนร้ายมีทั้งหมด 8 คน…

สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานผลกระทบที่สหรัฐฯได้รับจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

สภาที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Council of Economic Advisers – CEA) เผยแพร่รายงานเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2561 เกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างที่สหรัฐฯ ได้รับจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ พร้อมชี้ให้เห็นว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญภัยคุกคามด้านนี้มากขึ้นจากทุกทิศทาง เช่น ประเทศที่ไม่หวังดีกับสหรัฐฯ ภาคเอกชนต่างชาติ กลุ่มเคลื่อนไหวที่หวังผลประโยชน์ทางการเมือง และกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นต้น ในรายงานดังกล่าวยังต้องการความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน ที่จะช่วยกันจำกัดความเคลื่อนไหวทางไซเบอร์ในทางที่ผิดกฎหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อเกื้อหนุนให้เกิดการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในรายงานดังกล่าว ชี้ให้เห็นถึงกิจกรรมทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อสหรัฐฯ โดยแบ่งผู้ก่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อสหรัฐฯ ออกเป็นกลุ่มได้ดังนี้ 1. Nation-states ได้แก่ รัสเซีย จีน อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสามารถ มีเงินทุนสนับสนุน และมีเป้าหมายในการโจมตี ซึ่งขึ้นอยู่กับเวลาและเงินที่จะได้รับ การกระทำจะเกิดขึ้นจากแรงจูงใจทางการเมือง เศรษฐกิจ ทางเทคนิค หรือวาระทางทหาร กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการจารกรรมทางอุตสาหกรรม และการล้วงความลับในระดับบุคคล รวมทั้งการทำลายทางธุรกิจด้วย 2. Corporate competitors โดยคู่แข่งในการดำเนินธุรกิจพยายามเจาะข้อมูลของฝ่ายตรงข้าม เช่น ด้านยุทธศาสตร์ การเงิน ข้อมูลลูกจ้าง…

บันทึกลับระบุ วัยรุ่นนิวซีแลนด์ พยายาม ลอบปลงพระชนม์ ควีนเอลิซาเบธ ในปี 1981

เอกสารลับที่เพิ่งถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะยืนยันว่า เมื่อปี 1981 มีวัยรุ่นชาวนิวซีแลนด์พยายามลอบปลงพระชนม์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง แห่งสหราชอาณาจักร ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินเยือนนิวซีแลนด์     บันทึกลับที่สำนักงานบริการข่าวกรองความมั่นคงนิวซีแลนด์ หรือ เอสไอเอส นำออกมาเปิดเผย ระบุว่านายคริสโตเฟอร์ ลิวอิส อายุ 17 ปี เป็นผู้ยิงปืน ในขณะที่สมเด็จพระราชินีนาถฯ เสด็จฯ เยือนเมืองดะนีดิน ส่วนรายงานของสื่อท้องถิ่นและอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะนั้นระบุว่า มีความพยายามปกปิดกรณีดังกล่าว เนื่องจากรัฐบาลนิวซีแลนด์เกรงว่า หมายกำหนดการเสด็จฯ เยือนในอนาคตอาจถูกยกเลิก เอกสารที่เว็บไซต์สตัฟ (Stuff) ได้มานี้ ระบุว่าในระหว่างขบวนเสด็จฯ ที่เมืองดะนีดิน เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 1981 ตำรวจและประชาชนได้ยิน “เสียงที่คิดว่าน่าจะเป็นเสียงปืน” ดังขึ้น นายลิวอิส ถูกจับกุมได้เพียงไม่นานหลังเหตุการณ์ โดยตำรวจตรวจพบปืนไรเฟิลและซองกระสุนใช้แล้วในอาคารที่มองออกมาเห็นขบวนเสด็จฯ เอกสารดังกล่าว ระบุว่า “เดิมที ลิวอิสมีเจตนาที่จะลอบปลงพระชนม์สมเด็จพระราชินีนาถฯ” แต่ “จุดซุ่มยิงไม่เหมาะสม และปืนที่ใช้มีพิสัยไม่พอกับระยะที่ต้องการยิง”     นายลิวอิส ถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับการยิงปืน แทนข้อหาพยายามลอบปลงพระชนม์ และบันทึกของเอสไอเอส…