ราง กับ ลาง

โดย : สำรวย นักการเรียน สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ถึงแม้ว่าเป็นคนไทย แต่ก็ใช่ว่าจะเข้าใจและใช้ภาษาไทยได้ถูกต้องโดยไม่มีข้อผิดพลาด ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับภาษาไทยและใช้ให้ถูกต้อง บทความนี้ขอเสนอความหมายของคำว่า “ราง” กับ “ลาง” ตามที่ปรากฏในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 “ราง” เป็นนาม หมายถึง ร่องที่ขุดเป็นทางสำหรับให้น้ำไหล; สิ่งสำหรับรองน้ำฝนที่ชายคาเป็นต้น มักทำด้วยสังกะสียาวเป็นแนวไปตามชายคา; ไม้ที่ขุดหรือต่อให้เป็นร่องยาว ๆ หรือปล้องไม้ไผ่ผ่าซีก มีด้านสกัดหัวท้าย สำหรับใส่อาหารหมูหรือย้อมผ้าเป็นต้น; โดยปริยายเรียกสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น รางระนาด; เหล็กที่ใช้เป็นทางเดินของล้อเลื่อน เช่น รางรถไฟ; ไม้เจาะเป็นร่องยาวสำหรับใส่เหรียญบาทเรียงกันได้ 80 เหรียญ หรือ 1 ชั่ง ปัจจุบันเป็นแผ่นไม้เจาะเป็นร่องสำหรับใส่เหรียญบาทเรียงกันเป็นแถว ๆ แผ่นหนึ่งมี 10 แถว แถวหนึ่งใส่เหรียญบาทได้ 10 เหรียญ รวมเป็น 100 บาท; ลักษณนามเรียกสิ่งที่มีลักษณะเป็นราง เช่น ลูกคิดรางหนึ่ง ระนาด…

เตือนสคริปต์ Cryptojacking อาจแฝงมากับไฟล์ MS Word

Amit Dori นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภภัยจาก Votiro ออกมาแจ้งเตือนถึงการซ่อนสคริปต์ Cryptojacking ไว้ในไฟล์วิดีโอที่ฝังมากับไฟล์เอกสาร MS Word เวอร์ชันล่าสุด เสี่ยงถูกลอบขุดเหรียญ Monero โดยไม่รู้ตัว การโจมตีนี้เกิดขึ้นได้จากการที่ Microsoft Word เวอร์ชันล่าสุดนั้นรองรับให้ผู้ใช้สามารถฝังวิดีโอจากอินเทอร์เน็ตเข้าไปในไฟล์เอกสาร แต่เป็นการฝังสคริปต์ ไม่ได้ใช้วิธีการฝังไฟล์วิดีโอเข้าไปในเนื้อเอกสารจริงๆ กล่าวคือ ผู้ใช้สามารถก็อปวางโค้ด iframe ของวิดีโอเข้าไปยังไฟล์ MS Word เมื่อผู้ใช้กดปุ่มเล่นวิดีโอบน iframe วิดีโอจะถูกโหลดและเด้งขึ้นมาเล่นในรูปแบบของ Pop-up ทันที ด้วยวิธีรันสคริปต์บนไฟล์ MS Word แบบนี้ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถลอบฝังสคริปต์ Cryptojacking ไว้ในวิดีโอเพื่อขุดเหรียญดิจิทัลอย่าง Monero ได้ Dori ระบุว่า สาเหตุเกิดจากการที่ MS Word ยินยอมให้ฝังโค้ด iframe จากไหนไม่รู้บนอินเทอร์เน็ตลงบนไฟล์เอกสาร แทนที่จะบังคับให้เป็นโค้ดที่มาจากแหล่งที่มาที่ตัวเอง Whitelist ไว้ เช่น YouTube รวมไปถึง Pop-up ที่ให้เช่นวิดีโอนั้น…

ความล้มเหลวของมาตรการ รปภ. อาจทำให้การก่อการร้ายในอัฟกานิสถานยังคงรุนแรง

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2561 เกิดเหตุระเบิดรถพยาบาลในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน เป็นการกระทำของกลุ่มตอลีบัน โดยมีเป้าหมายโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ หน่วยงานด้านความมั่นคงของอัฟกานิสถาน สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานด้านความมั่นคงของอัฟกานิสถานในการสกัดกั้นเหตุก่อการร้ายในกรุงคาบูลและพื้นที่อื่นของอัฟกานิสถานทำให้ชาวอัฟกันและประชาคมระหว่างประเทศเกิดความวิตกกังวลและไม่เชื่อมั่นต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของอัฟกานิสถานซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงภายในอัฟกานิสถานได้ในระยะยาว สถานการณ์ดังกล่าวผู้ก่อเหตุจุดชนวนระเบิดซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในรถพยาบาล บริเวณด่านตรวจความมั่นคงจุดที่ 2 ซึ่งอยู่ในเขตที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตต่างชาติ และสมัชชาระดับสูงเพื่อสันติภาพ (hight Peace Council) ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลอัฟกานิสถานกับกลุ่มตอลิบัน ในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน หลังจากผู้ก่อเหตุขับรถพยาบาลผ่านด่านตรวจความมั่นคงจุดแรก โดยอ้างว่ารีบนำคนไข้ไปส่งยังโรงพยาบาล Jamhuriat ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ เหตุระเบิดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 103 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเรือนชาวอัฟกัน และบาดเจ็บ 235 คนโดยขณะเกิดเหตุมีผู้คนสัญจรไปมาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากหน่วยงานราชการในอัฟกานิสถานเปิดทำการตามปกติ อย่างไรก็ดี หน่วยข่าวกรองแห่งชาติอัฟกานิสถานเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางการอัฟกานิสถานสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 คน ซึ่งคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุครั้งนี้ และอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป การที่รัฐบาลอัฟกานิสถานบกพร่องในมาตรการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากใช้เวลาไปกับการให้ความสนใจในปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในระหว่างที่ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี กับอัตตา โมฮัมหมัด นูร์ ผู้ว่าการรัฐบัลค์และเป็นผู้มีอิทธิพลทางภาคเหนือที่ถูกปลดจากตำแหน่ง กระทั่งไม่ใส่ใจต่อการรักษาความปลอดภัยประชาชน การเกิดเหตุรุนแรงในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานบ่อยครั้งในเวลาใกล้เคียงกันสะท้อนให้เห็นถึง ความล้มเหลวด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานด้านความมั่นคงของอัฟกานิสถานในการสกัดกั้นเหตุก่อการร้ายในกรุงคาบูลและพื้นที่อื่นของอัฟกานิสถาน ส่งผลประชาชนวิตกกังวลและไม่เชื่อมั่นขีดความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง นอกจากนี้ การที่รัฐบาลอัฟกานิสถานอ้างว่าปากีสถานคอยให้ความช่วยเหลือกลุ่มตอลิบันในการก่อเหตุรุนแรงต่างๆ…

ผู้เชี่ยวชาญ AI เตือนโลกระวังการพัฒนา AI สู่ด้านมืด

ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์จากหน่วยงานระดับท็อปของวงการ 26 แห่งออกรายงานเตือนโลกให้ระวังการนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ในทางที่ผิดแล้ว โดยสถาบันที่ปรากฏชื่ออยู่ในรายงานฉบับนี้ เป็นชื่อที่หลายคนรู้จักกันดี ยกตัวอย่างเช่น องค์กรไม่แสวงกำไร OpenAI (ที่อีลอน มัสก์เคยเป็นบอร์ดแต่เพิ่งประกาศลาออกจากบอร์ดไปเมื่อเร็ว ๆ นี้), ศูนย์ศึกษาด้าน Existential Risk จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์, สถาบัน Future of Humanity Institute จากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด เป็นต้น สำหรับรายงานดังกล่าว มีชื่อเต็มว่า “The Malicious Use of Artificial Intelligence: Forecasting, Prevention, and Mitigation” ที่ระบุถึงความเสี่ยงของการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น อาจใช้ปัญญาประดิษฐ์ไปในการโจมตีผู้อื่น แถมด้วยความล้ำหน้าในปัญญาประดิษฐ์นั้น อาจทำให้ผู้โจมตีกระทำการได้ด้วยต้นทุนที่ถูกลง และสะดวกมากขึ้น เนื่องจากสามารถกำหนดเป้าหมายได้เป็นการเฉพาะมากขึ้นด้วย โดยในรายงานได้ชี้ว่า การโจมตีด้วย AI จะเกิดขึ้นได้ในสามรูปแบบนั่นคือ การโจมตีบนโลกดิจิทัล เช่น การปลอมเสียงเป็นบุคคลอื่น หรือการใช้ AI ในการเจาะระบบ, การโจมตีทางกายภาพ เช่น การนำโดรนขนาดเล็กที่ติดอาวุธเพื่อใช้ในการโจมตีแบบที่ปรากฏในภาพยนตร์ของเน็ตฟลิกซ์ เรื่อง Black Mirror กับการนำฝูงโดรนขนนาดเล็กมาใช้ในการสังหาร และรูปแบบการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นได้แบบที่สามก็คือการนำ AI…

Black Mirror

Black Mirror Black Mirror เป็นซีรีส์อังกฤษ ประเภทไซไฟเรื่องสั้นจบในตอน  ซึ่งจะนำเราเข้าสู่โลกไฮเทคในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเผยให้เห็นว่านวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์กับจิตใต้สำนึกอันดำมืดมาถึงจุดแตกหัก โดยเนื้อหาของซีรี่ย์จะพาเราไปดูโลกในอนาคตที่จะขุดมุมมืดของมนุษย์ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญกับชีวิต ทุกตอนของ Black Mirror จะเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันทางใดทางหนึ่ง อาจจะปรับความเข้มข้นหรือจินตนาการล้ำไปในอนาคตบ้าง แต่ทั้งหมดก็อยู่บนพื้นฐานของความจริง บางตอนเป็นการวิพากษ์วิจารณ์และหยั่งผลความสามารถของเทคโนโลยีที่อาจกระทบชิ่งต่อความสัมพันธ์และเปลี่ยนแปลงวิถีที่มนุษย์สื่อสารต่อกัน ในขณะที่บางตอนก็เป็นการชี้ให้เห็นแก่นแท้ของมนุษย์ที่ถูกขยายให้ชัดเจนขึ้นด้วยสื่อสังคมใหม่ๆ และถึงแม้ทุกตอนเป็นเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง เป็นการจินตนาการด้วยคำถามว่า “จะเป็นอย่างไรถ้า…” แต่มันก็เป็น “ถ้า…” ที่อยู่ใกล้ปัจจุบันเหลือเกิน – ใกล้จนกระทั่งเรียกได้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ไม่แปลก