Panama Papers

กรณีนี้อยู่ในข่ายการจารกรรมข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับ เพื่อนำออกเปิดเผยสู่บุคคลอื่น ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องหรือมีอำนาจหน้าที่ที่จะได้รับทราบ  แต่ด้วยเหตุที่เป็นการรั่วไหลข้อมูลข่าวสารของบริษัทเอกชน ทั้งยังเป็นข้อมูลข่าวสารลับที่เกี่ยวกับการทุจริตและอาชญากรรม การนำออกเปิดเผยที่เกิดขึ้นจึงมิได้ถูกประเมินว่าเป็นการ Hack ระบบสารสนเทศที่ผิดกฎหมาย ทั้งส่งผลกระทบอื่นๆ ตามมา หนังสือพิมพ์SüddeutscheZeitungในเยอรมันได้รับข้อมูลขนาด 2.6 เทอราไบท์ (เป็นเอกสารประมาณ 11.5 ล้านชิ้น) โดยไม่ปรากฎแหล่งที่มาเมื่อกลางปี2558 รายละเอียดข้อมูลดังกล่าวนับแต่ปี 2520 ซึ่งเป็นข้อมูลความลับของบริษัท Mossack Fonseca ประกอบด้วย E-mail โต้ตอบกับลูกค้า เอกสารสัญญา ฐานข้อมูล เอกสารทางกฎหมายของบริษัท Offshore กว่าสองแสนแห่ง ใน21 ประเทศ ธนาคารอีกกว่า 500 แห่ง ทั้งยังปรากฎชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียงทั่วโลกนับแต่ผู้นำประเทศ หัวหน้าคณะรัฐบาล นักการเมือง นักธุรกิจ ดารา นักกีฬา มหาเศรษฐี ในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากที่ได้รับนี้ หนังสือพิมพ์ SüddeutscheZeitung ร่วมมือกับองค์กรอิสระอย่าง International Consortium of Investigative Journalists (ICJC) โดยมีการแจกจ่ายข้อมูลดังกล่าวให้นักหนังสือพิมพ์ประมาณ 400 คนในองค์การสื่อ 107…

เปิดใจสายลับมุสลิมของเอฟบีไอ

สายลับชาวมุสลิมของสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ เขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องราวการทำงานที่ต้องแฝงตัวเข้าไปอยู่ในหมู่นักรบของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามหรือไอเอส ทามีร์ เอล-นูรีย์ ไม่ใช่ชื่อจริงของสายลับคนนี้ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน และเป็นผู้ที่ล้มแผนโจมตีขบวนรถไฟที่เดินทางจากนิวยอร์กไปยังนครโทรอนโต เมื่อสี่ปีก่อน เขาให้เหตุผลที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวการทำงานของที่ผ่านมาว่าเป็นเพราะต้องการให้ชาวอเมริกันเข้าใจการทำงานของเขาในฐานะสายลับมุสลิม “ความจริงคือว่าบรรดานักรบสุดโต่งเหล่านี้ เป็นพวกที่เคว้งคว้าง และไปยึดเหนี่ยวอยู่กับความเกลียดชังกับปีศาจร้ายที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีจุดหมาย” สายลับเอฟบีไอกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับบีบีซี “ผมเองเป็นมุสลิม และเป็นคนอเมริกัน ผมรู้สึกตระหนกกับสิ่งที่บรรดาสัตว์เหล่านี้ทำกับประเทศและยังดูหมิ่นศาสนาของเราอีกด้วย” เอล-นูรีย์ เป็นลูกของชาวอียิปต์ที่อพยพเข้ามาอยู่ในสหรัฐฯ เขาเข้าร่วมงานกับสำนักงานตำรวจรัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยมีหน้าที่ติดตามเพื่อทลายเครือข่ายค้ายาเสพติด ก่อนที่จะสมัครเข้าทำงานกับเอฟบีไอซึ่งขาดแคลนเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอาหรับได้ ตอนที่เขาพบว่ากลุ่มไอเอสมีแผนทำให้ขบวนรถไฟจากนิวยอร์กไปโทรอนโตตกรางนั้น เอฟบีไอวางแผนให้เขา ไปตีสนิทกับนายชิเฮบ เอสเซกาห์อีร์ ผู้ก่อการคนสำคัญ จนนายเอสเซกาห์อีร์ ยอมรับให้เขาเข้าร่วมก่อการด้วย ตอนนั้นเอล-นูรีย์ ทำตัวเป็นเศรษฐีอเมริกันเชื้อสายอาหรับที่มีความคับแค้นใจส่วนตัว ซึ่งเขาบอกว่าพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนจริงมากที่สุด “เรื่องราวตำนานต่าง ๆ ของผมไม่เคยหลุดไปจากความเป็นจริง” เขาบอก “เมื่อต้องเดินทางท่องโลกไปกับคนที่มีแนวคิดสุดโต่ง อยู่ด้วยกันเป็นเวลาหลายวัน หลายสัปดาห์ เมื่อไหร่ที่คุณเหนื่อยล้า ตัวตนที่แท้จริงก็จะถูกเปิดเผยออกมาในท้ายที่สุด” ทรัมป์เตรียมให้เปิดเอกสารลับคดีสังหารเจเอฟเค แจ็ค บาร์สกี้ : อดีตสายลับเคจีบีผู้แปรพักตร์   เขาบอกว่าการต้องอยู่ร่วมกับนักรบสุดโต่ง ทำตัวเป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้นั้นเป็นสิ่งที่ยากที่สุด “งานของผมคือการต้องสนิทสนมกับคนเลว และแน่นอนที่สุด สิ่งที่เราเตรียมกระทำการอันโหดร้ายป่าเถื่อนนั้นทำให้ผมรู้สึกแย่ สิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกดีจากการทำงานนี้ก็คือพยายามนึกถึงส่วนเสี้ยวความเป็นมนุษย์ของพวกเขา…รับฟังเวลาที่พูดถึงแม่ หรือการให้เงินจุนเจือพี่น้องครอบครัว” นายเอล-นูรีย์ ให้สัมภาษณ์รายการ…

นักศึกษามหาวิทยาลัยแคนซัสถูกไล่ออก หลังใช้อุปกรณ์ Keylogger แฮ็คเปลี่ยนเกรดตัวเอง

มหาวิทยาลัยแคนซัส (Kansas University) สหรัฐฯ ประกาศไล่นักศึกษาออกจากมหาวิทยาลัย หลังพบว่านักศึกษาได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์ Keylogger ลงบนคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปแฮ็คระบบเพื่อเปลี่ยนเกรดของตนจาก F เป็น A ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้เปิดเผยชื่อของนักศึกษาคนดังกล่าว เพียงแต่ระบุว่าเขาใช้ Keylogger แบบฮาร์ดแวร์ในรูปของ USB ที่สามารถหาซื้อได้จาก Amazon หรือ eBay ในราคาไม่ถึง $20 (ประมาณ 660 บาท) เสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์ในห้องเรียน แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปใช้แฮ็คระบบวัดผลการศึกษา โดยเปลี่ยนจากเกรด F เป็น A อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้ออกมาระบุว่า จริงๆ แล้วเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่มีวันถูกค้นพบเลย ถ้านักศึกษาคนนี้ไม่โลภมากจนเกินไป อย่างไรก็ตาม ทางคณะได้แสดงท่าทีไม่พอใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการของพวกเขาเป็นอย่างมากมาก เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่พวกเขากลับเพิ่งค้นพบเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ทางมหาวิทยาลัยได้ขอความร่วมมือกับอาจารย์ให้คอยสอดส่องและตรวจสอบเกรดที่ตนให้กับนักศึกษา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือกับทางตำรวจเพื่อยับยั้งเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย ที่มา :  techtalkthai ลิงค์ :  https://www.techtalkthai.com/kansas-student-expelled-after-using-keylogger-to-hack-grading-system/

Rich man Poor woman

Series ของญี่ปุ่น (ปี 2555) “Rich man Poor woman” จำนวน 10 ตอน นำแสดงโดย  Oguri Shun,  Satomi Ishihara เนื้อเรื่อง  แนว IT ผสมตลกโรแมนติก แต่ให้ข้อคิดด้านการรักษาความปลอดภัยระบบ Network และ Data base  ในการจัดทำฐานข้อมูลสัมโนประชากร ซึ่งประกอบด้วยประวัติบุคคลนับแต่เกิดจนเกษียณของประชากรในประเทศ  หากฐานข้อมูลบางส่วนรั่วไหล จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง  โดยในภาพยนต์เรื่องนี้ให้เห็นผลเพียงแค่บริษัทที่จัดทำ Data base อาจล้มละลาย เนื่องจากที่ประชาชนไม่ไว้วางใจ  หุ้นของบริษัทราคาตกและกลุ่มผู้ถือหุ้นขอถอนหุ้น แต่หากเป็นกรณีจริงผลกระทบจะรุนแรงมากกว่านั้น เพราะกระทบโดยตรงต่อธุรกรรมภาครัฐและภาคเอกชน  นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่า กรณีข้อมูลรั่วไหลที่เกิดขึ้นมาจากการกระทำของบุคคลภายในหน่วยงานและเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากทุกฝ่ายอีกด้วย

IQ 246 Karei naru jikenbo

https://www.youtube.com/watch?v=mowFNBJXXGM Series ของญี่ปุ่น (ปี 2559) “IQ 246 Karei naru jikenbo” จำนวน 10 ตอน นำแสดงโดย  Yuji Oda,  Dean Fujioka เนื้อเรื่อง การสืบสวน สอบสวนคดีต่างๆ ด้วยหลักการทางจิตวิทยาจนคนร้ายยอมรับและสารภาพถึงแผนการและเหตุผลที่กระทำฆาตรกรรม จุดที่น่าสนใจในด้านการรักษาความปลอดภัย คือ ผู้บงการให้เกิดคดีต่างๆ สามารถเข้าแทรกในสัญญาณระบบถ่ายทอดภาพความเคลื่อนไหว ทั้งที่มาจาก CCTV หรือกล้องติดหน้าจอภาพเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกประเภท หรือแม้แต่ Webcam  ทำให้ติดตามความเคลื่อนไหวของเป้าหมายตลอดเวลา  ทั้งสามารถปลอมแปลงการสั่งการต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อีกด้วย  นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงข้อมูลที่ได้จากการสังเกตรายละเอียดต่างๆ ซึ่งความสำคัญของข้อมูลเหล่านี้ แม้เพียงเล็กน้อย เมื่อนำมาพิจารณาประกอบกับการสืบสวน จะให้ผลที่เกินความคาดหมาย ซึ่งวิธีการสังเกตรายละเอียดต่างๆ จากภาพยนต์นี้นำมาใช้ได้จริงในการสำรวจข้อมูลเพื่อการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยสถานที่