ระอุ! กบฏพันธมิตรอิหร่านยิงขีปนาวุธ-โดรนนับสิบใส่โรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ

    ขบวนการเคลื่อนไหวกบฏฮูตี พันธมิตรของอิหร่านในเยเมน เปิดเผยในวันจันทร์ (12 เม.ย.) ยิงโดรน 17 ลำและขีปนาวุธแบบทิ้งตัว 2 ลูก ใส่เป้าหมายต่างๆ ในซาอุดีอาระเบีย ในนั้นรวมถึงโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดี อารัมโก ในเมืองจูบาอิล และ เจดดาห์ อย่างไรก็ตาม ทางซาอุดีอาระเบียยังไม่ออกมายืนยันในเรื่องนี้ ส่วน ซาอุดี อารัมโก บริษัทน้ำมันแห่งรัฐ บอกหลังจากได้รับการติดต่อสอบถามข้อมูลจากรอยเตอร์ส ว่าจะตอบกลับอย่างเร็วที่สุดเมือถึงเวลาที่เหมาะสม ยาห์ยา ซารีอา โฆษกกบฏฮูตีกล่าวบนทวิตเตอร์ว่า ทางกลุ่มได้ลงมือโจมตีเป็นชุด ในนั้นรวมถึงการยิงโดรนซามัด-3 จำนวน 10 ลำ ใส่โรงกลั่นต่างๆในเมืองเจดดาห์ ริมทะเลแดง และเมืองจูลาอิล ในจังหวัดอิสเทิร์น โรงกลั่นน้ำมันของอารัมโกในเมืองเจดดาห์ ถูกปลดระวางไปแล้วตั้งแต่ปี 2017 แต่มันมีโรงจ่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมแห่งหนึ่งตั้งอยู่ และเคยตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกบฏฮูตีมาแล้วในอดีต ซารีอา ระบุในวันจันทร์ (12 เม.ย.) ว่า ขบวนการเคลื่อนไหวกบฏฮูตียังโจมตีที่ตั้งทางทหารต่างๆ ในเมืองคามิส มูชาอิท และเมืองจาซาน ทางใต้ของซาอุดีอาระเบีย ด้วยเช่นกัน…

อิสราเอลเตรียมระบบ AI จัดจราจร “โดรน” บนท้องฟ้า

  อีกไม่นาน หากมองขึ้นไปท้องฟ้าในหลายประเทศจะเต็มไปด้วยโดรน หรืออากาศยานไร้คนขับ หนึ่งในนั้นคือประเทศอิสราเอล ที่ขณะนี้เตรียมพร้อมระบบการจัดการจราจรทางอากาศให้กับโดรน ผ่านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (Artificial Intelligence : AI) เพื่อไม่ให้บินชนกันกลางอากาศ ระบบการจัดการจราจรทางอากาศผ่านเอไอนี้ เจ้าหน้าที่ของอิสราเอลได้จัดการสาธิต โดยแต่ละบริษัทควบคุมโดรนของตนเองจากห้องควบคุมที่อยู่ห่างออกไปราว 50 กิโลเมตร โดรนแต่ละลำบินพร้อมกันแบบรักษาระยะห่างระหว่างกันไม่กี่เมตร แต่ละลำมีภารกิจต่างกัน อย่างเช่น การยกสิ่งของ ถ่ายคลิปวิดีโอ และจัดส่งสินค้าไปยังสถานีกระจายสินค้า คาดว่าจะมีการใช้งานได้จริงในปี 2023       ปฏิบัติการนี้ เริ่มจากต้นปี 2020 ที่อิสราเอลได้จัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการของรัฐบาลเพื่อส่งเสริมเครือข่ายการทำงานของโดรนระดับชาติ ภายใต้ชื่อ “เอ็นเอเอเอ็มเอ อินนิชิเอทีฟ” (NAAMA Initiative) โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การนวัตกรรม สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอล องค์การการบินพลเรือน กระทรวงคมนาคม บริษัทภาคเอกชน หลังจากที่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีบริษัทในอิสราเอลหลายแห่ง และมือสมัครเล่น เริ่มใช้งานโดรนกันมากขึ้น ทั้งเพื่อการถ่ายภาพ การตรวจสอบพืชผล และการตรวจดูอสังหาริมทรัพย์ โดยนับจากนี้จะเห็นการใช้โดรนในภารกิจต่างๆ เช่น ส่งอาหาร ยารักษาโรค…

ไบเดนจำกัดการใช้โดรนโจมตีนอกพื้นที่สงคราม

  นับจากนี้เป็นต้นไป “จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง” หากเป้าหมายการใช้โดรนโจมตีของกองทัพ ไม่ใช่ซีเรีย อิรัก และอัฟกานิสถาน ต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติจากประธานาธิบดีสหรัฐก่อน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ว่า พล.ร.ต.จอห์น เคอร์บีย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีคำสั่งระงับการโจมตีทางทหารต่อเป้าหมายอย่างจำเพาะเจาะจง ที่เป็นการใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน “นอกพื้นที่สงคราม” หมายความว่า นับจากนี้เป็นต้นไป “จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง” ปฏิบัติดังกล่าวหากมีเป้าหมายอยู่นอกซีเรีย อิรัก และอัฟกานิสถาน ต้องผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากผู้นำสหรัฐก่อน   Biden orders temporary limits on drone strikes outside of war zones https://t.co/RaNyAYHgVQ — The Washington Post (@washingtonpost) March 5, 2021   ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการกลับมาใช้คำสั่งเดิมในยุคประธานาธิบดีบารัค โอบามา แต่ผู้นำสหรัฐคนต่อมา…

กลุ่มกบฏฮูตียิงโดรน-ขีปนาวุธโจมตีแหล่งอุตสาหกรรมน้ำมันซาอุฯ แต่ถูกสกัดได้ทัน

  กลุ่มกบฏฮูตีของเยเมนได้ยิงโดรนและขีปนาวุธโจมตีแหล่งอุตสาหกรรมน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งรวมถึงโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทซาอุดี อารามโค อย่างไรก็ดี กองทัพซาอุดีอาระเบียสามารถยิงสกัดการโจมตีดังกล่าวได้ทัน ซึ่งทำให้แหล่งผลิตน้ำมันไม่ได้รับความเสียหาย กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น มีโดนรลำหนึ่งบินขึ้นจากทะเลและพุ่งเป้าโจมตีถังเก็บน้ำมันที่ท่าเรือรัสทานูราซึ่งหนึ่งในเมืองท่าน้ำมันใหญ่ที่สุดในโลก แต่กองทัพซาอุดีอาระเบียได้ยิงสกัดเอาไว้ได้ทันและทำลายโดรนลำดังกล่าวก่อนที่โดรนจะเคลื่อนตัวถึงเป้าหมาย จากนั้นไม่นาน พบขีปนาวุธที่พยายามเล็งมายังพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมน้ำมันของบริษัทอารามโคซึ่งตั้งอยู่ในเมืองดาห์ราน โดยพื้นที่ดังกล่าวมีพนักงานและครอบครัวของพนักงานพักอาศัยอยู่ แต่กองทัพซาอุดีอาระเบียได้ยิงสกัดไว้ทันเช่นกัน และพบชิ้นส่วนแหลมคมของขีปนาวุธตกใกล้กับพื้นที่ในนิคมของอารามโค     ด้านกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ว่า การโจมตีทั้ง 2 เหตุการณ์นี้ ไม่เพียงแต่จะพุ่งเป้าทำลายซาอุดีอาระเบียเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำลายเสถียรภาพและความมั่นคงของอุปทานพลังงานโลก รวมทั้งเศรษฐกิจโลกด้วย เหตุการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ถึงสงครามเยเมนที่ยืดเยื้อมานานหลายปี ระหว่างกลุ่มกบฎฮูตี และรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรนานาชาติที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย แม้สหรัฐพยายามเรียกร้องให้สองฝ่ายยุติการเป็นศัตรูกันก็ตาม   ————————————————————————————————————————————————— ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์     / วันที่เผยแพร่   8 มี.ค. 2564 Link : https://www.infoquest.co.th/2021/69781

เครื่องบินอีซีเจ็ต ผู้โดยสาร 186 ชีวิต หวิดชนโดรนที่อังกฤษ ห่างแค่ 3 ฟุต

เครื่องบินโดยสารสายการบินอีซีเจ็ต บรรทุกผู้โดยสาร 186 ชีวิต หวิดชนโดรนลำใหญ่ ที่อังกฤษ ห่างกันเพียงแค่ 3 ฟุต หลังเพิ่งทะยานขึ้นจากสนามบินในแมนเชสเตอร์ เมื่อ 17 พ.ย.63 เว็บไซต์ เดลี่เมล รายงาน เครื่องบินโดยสารของสายการบิน Easy Jet (อีซีเจ็ต) ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารนับ 186 คน หวุดหวิดจะชนกลางอากาศกับอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรนลำใหญ่ โดยมีระยะห่างกันเพียงแค่ 3 ฟุตเท่านั้น หลังจาก เครื่องบินโบอิ้ง แอร์บัส A320 ลำนี้ เพิ่งทะยานออกจากสนามบินในเมืองแมนเชสเตอร์ เพื่อมุ่งหน้าไปยังกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซ และกำลังบินที่ระดับความสูง 8,000 ฟุต ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการว่าด้วยเหตุเข้าใกล้ทางอากาศซึ่งเป็นอันตรายของสหราชอาณาจักร (UK Airprox Board) เผยว่าจากการสอบสวน กัปตันและผู้ช่วยนักบินของสายการบินอีซีเจ็ต ได้เห็นโดรนลำใหญ่ซึ่งถูกส่งขึ้นบินโดยผิดกฎหมาย เพราะไม่ได้ขออนุญาต มุ่งหน้าตรงมาทางเครื่องบินโบอิ้ง แอร์บัส A 320 ที่กำลังบินด้วยความเร็ว 320 ไมล์ต่อชั่วโมง จนเกือบจะชนกัน เพราะมีระยะห่างแค่เพียง…

ผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นชี้ การใช้โดรนสังหารพล.อ.โซไลมานี “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ”

REUTERS/Aziz Taher/File Photo สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยการสอบสวนเหตุการณ์ที่สหรัฐใช้โดรนโจมตีในอิรักและสังหารพล.อ.คาเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่าน และพรรคพวกอีก 9 คน ว่า เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ นางอักเนส์ คาญามาร์ ผู้เสนอรายงานการประชุมพิเศษของยูเอ็น ว่าด้วยการสังหารอย่างไม่เคารพกฎหมาย การประหารชีวิตอย่างรวดรัด หรือประหารตามอำเภอใจ ระบุว่า สหรัฐอเมริกาไม่สามารถหาหลักฐานที่เพียงพอเกี่ยวกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องหรืออย่างจวนเจียนต่อผลประโยชน์ของตัวเอง เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการโจมตีขบวนรถของพล.อ.โซไลมานี ขณะออกจากสนามบินในกรุงแบกแดด และว่า การโจมตีดังกล่าวถือเป็นการละเมิดต่อกฎบัตรของยูเอ็น โดยคาญามาร์ ได้เขียนในรายงานเรียกร้องให้มีการออกมารับผิดชอบการต่อการสังหารโดยใช้โดรนเป็นอาวุธและเรียกร้องให้มีกฎบังคับเกี่ยวกับอาวุธที่เข้มงวดขึ้น คาญามาร์ ผู้สอบสวนอิสระ บอกกับรอยเตอร์ด้วยว่า ตอนนี้โลกอยู่ในช่วงวิกฤต และอาจจะเป็นช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อ เมื่อมีการใช้โดรน คณะมนตรีความมั่นคงพลาดอะไรไปบางอย่าง ขณะที่ประชาคมระหว่างประเทศ ต่างพากันเงียบในเรื่องนี้ ซึ่งคาญามาร์ เตรียมนำเสนอรายงานดังกล่าวต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้มีการหารือกันในเรื่องดังกล่าว ————————————————————– ที่มา : มติชนออนไลน์ / 7 กรกฎาคม 2563 Link : https://www.matichon.co.th/foreign/news_2257157