WikiLeaks แฉ Source Code เครื่องมือสอดแนมของ CIA

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา WikiLeaks ได้เปิดเผยถึงเครื่องมือชุดใหม่ของ CIA รวมไปถึง Source Code ของเครื่องมือที่เรียกว่า Hive ที่สามารถใช้เพื่อควบคุมมัลแวร์ที่ถูกติดตั้งอยู่บนอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ก่อนหน้านี้ WikiLeaks ได้เคยปล่อยเอกสารที่เป็นของเครื่องมือเหล่านี้ เมื่อเดือนมีนาคมถึงสิงหาคมแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ออกมาแสดง Source Code ของชุดเครื่องมือสอดแนมที่ CIA ครอบครองอยู่ Julian Assange ผู้ก่อตั้ง WikiLeaks ได้พูดว่านี่คือซีรี่ย์ใหม่ของเรื่องราวที่เรียกว่า ‘Vault 8’ (เป็นการตั้งชื่อเรื่องราวที่อ้างถึงขึ้นมาเอง) โดย Hive เป็นเพียงแค่ปฐมบทของการเปิดฉากในตอนนี้เท่านั้นและได้รวมรวบ Source Code ของเครื่องมือที่เคยอ้างถึงใน Vault 7  “การเปิดเผยต่อสาธารณชนครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักข่าวสายสืบสวน ผู้เขี่ยวชาญด้าน Forensic และสาธาราณชนทั่วไป เพื่อเป็นข้อพิสูจน์และเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนประกอบโครงสร้างของ CIA ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังอ้างถึง Hive ว่าได้แก้ปัญหาสำคัญในการทำงานของมัลแวร์ที่ CIA ในเรื่องของมัลแวร์ที่ถูกฝังในเครื่องเหยื่อว่าถ้าหากไม่สามารถติดต่อกับส่วนควบคุมได้อย่างมั่งคงปลอดภัย มันก็ไร้ประโยชน์แม้ว่ามัลแวร์ตัวนั้นจะมีความซับซ้อนแค่ไหนก็ตาม” –WikiLeaks กล่าวในเว็บของตน เมื่อเดือนมีนาคม WikiLeaks ได้รับเอกสารและเครื่องมือเจาะระบบที่ถูกขโมยมาจาก CIA แต่ว่าพวกเขายังไม่เปิดเผยถึง Code เนื่องจากอาจเผยให้เห็นช่องโหว่หรือ Bug ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข…

เปิดใจสายลับมุสลิมของเอฟบีไอ

สายลับชาวมุสลิมของสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ เขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องราวการทำงานที่ต้องแฝงตัวเข้าไปอยู่ในหมู่นักรบของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามหรือไอเอส ทามีร์ เอล-นูรีย์ ไม่ใช่ชื่อจริงของสายลับคนนี้ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน และเป็นผู้ที่ล้มแผนโจมตีขบวนรถไฟที่เดินทางจากนิวยอร์กไปยังนครโทรอนโต เมื่อสี่ปีก่อน เขาให้เหตุผลที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวการทำงานของที่ผ่านมาว่าเป็นเพราะต้องการให้ชาวอเมริกันเข้าใจการทำงานของเขาในฐานะสายลับมุสลิม “ความจริงคือว่าบรรดานักรบสุดโต่งเหล่านี้ เป็นพวกที่เคว้งคว้าง และไปยึดเหนี่ยวอยู่กับความเกลียดชังกับปีศาจร้ายที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีจุดหมาย” สายลับเอฟบีไอกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับบีบีซี “ผมเองเป็นมุสลิม และเป็นคนอเมริกัน ผมรู้สึกตระหนกกับสิ่งที่บรรดาสัตว์เหล่านี้ทำกับประเทศและยังดูหมิ่นศาสนาของเราอีกด้วย” เอล-นูรีย์ เป็นลูกของชาวอียิปต์ที่อพยพเข้ามาอยู่ในสหรัฐฯ เขาเข้าร่วมงานกับสำนักงานตำรวจรัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยมีหน้าที่ติดตามเพื่อทลายเครือข่ายค้ายาเสพติด ก่อนที่จะสมัครเข้าทำงานกับเอฟบีไอซึ่งขาดแคลนเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอาหรับได้ ตอนที่เขาพบว่ากลุ่มไอเอสมีแผนทำให้ขบวนรถไฟจากนิวยอร์กไปโทรอนโตตกรางนั้น เอฟบีไอวางแผนให้เขา ไปตีสนิทกับนายชิเฮบ เอสเซกาห์อีร์ ผู้ก่อการคนสำคัญ จนนายเอสเซกาห์อีร์ ยอมรับให้เขาเข้าร่วมก่อการด้วย ตอนนั้นเอล-นูรีย์ ทำตัวเป็นเศรษฐีอเมริกันเชื้อสายอาหรับที่มีความคับแค้นใจส่วนตัว ซึ่งเขาบอกว่าพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนจริงมากที่สุด “เรื่องราวตำนานต่าง ๆ ของผมไม่เคยหลุดไปจากความเป็นจริง” เขาบอก “เมื่อต้องเดินทางท่องโลกไปกับคนที่มีแนวคิดสุดโต่ง อยู่ด้วยกันเป็นเวลาหลายวัน หลายสัปดาห์ เมื่อไหร่ที่คุณเหนื่อยล้า ตัวตนที่แท้จริงก็จะถูกเปิดเผยออกมาในท้ายที่สุด” ทรัมป์เตรียมให้เปิดเอกสารลับคดีสังหารเจเอฟเค แจ็ค บาร์สกี้ : อดีตสายลับเคจีบีผู้แปรพักตร์   เขาบอกว่าการต้องอยู่ร่วมกับนักรบสุดโต่ง ทำตัวเป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้นั้นเป็นสิ่งที่ยากที่สุด “งานของผมคือการต้องสนิทสนมกับคนเลว และแน่นอนที่สุด สิ่งที่เราเตรียมกระทำการอันโหดร้ายป่าเถื่อนนั้นทำให้ผมรู้สึกแย่ สิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกดีจากการทำงานนี้ก็คือพยายามนึกถึงส่วนเสี้ยวความเป็นมนุษย์ของพวกเขา…รับฟังเวลาที่พูดถึงแม่ หรือการให้เงินจุนเจือพี่น้องครอบครัว” นายเอล-นูรีย์ ให้สัมภาษณ์รายการ…

นักศึกษามหาวิทยาลัยแคนซัสถูกไล่ออก หลังใช้อุปกรณ์ Keylogger แฮ็คเปลี่ยนเกรดตัวเอง

มหาวิทยาลัยแคนซัส (Kansas University) สหรัฐฯ ประกาศไล่นักศึกษาออกจากมหาวิทยาลัย หลังพบว่านักศึกษาได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์ Keylogger ลงบนคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปแฮ็คระบบเพื่อเปลี่ยนเกรดของตนจาก F เป็น A ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้เปิดเผยชื่อของนักศึกษาคนดังกล่าว เพียงแต่ระบุว่าเขาใช้ Keylogger แบบฮาร์ดแวร์ในรูปของ USB ที่สามารถหาซื้อได้จาก Amazon หรือ eBay ในราคาไม่ถึง $20 (ประมาณ 660 บาท) เสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์ในห้องเรียน แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปใช้แฮ็คระบบวัดผลการศึกษา โดยเปลี่ยนจากเกรด F เป็น A อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้ออกมาระบุว่า จริงๆ แล้วเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่มีวันถูกค้นพบเลย ถ้านักศึกษาคนนี้ไม่โลภมากจนเกินไป อย่างไรก็ตาม ทางคณะได้แสดงท่าทีไม่พอใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการของพวกเขาเป็นอย่างมากมาก เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่พวกเขากลับเพิ่งค้นพบเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ทางมหาวิทยาลัยได้ขอความร่วมมือกับอาจารย์ให้คอยสอดส่องและตรวจสอบเกรดที่ตนให้กับนักศึกษา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือกับทางตำรวจเพื่อยับยั้งเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย ที่มา :  techtalkthai ลิงค์ :  https://www.techtalkthai.com/kansas-student-expelled-after-using-keylogger-to-hack-grading-system/

การประเมินมาตรการรักษาความปลอดภัยจากภาพกรณีการชุมนุมประท้วงและการควบคุมความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมืองเซนต์หลุยส์ สหรัฐฯ

รูปภาพการรายงานข่าวสารของสื่อมวลชนทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศเกี่ยวกับกรณีกลุ่มประชาชนจำนวนหลายร้อยคนออกมาชุมนุมระหว่าง 15-18 กันยายน 2560ในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรีสหรัฐฯ เพื่อประท้วงคำตัดสินของศาลยุติธรรมที่ให้ยกฟ้องคดีนายเจสัน สตอกลีย์ อดีตตำรวจเมืองเซนต์หลุยส์ จากข้อหาเจตนาฆ่านายแอนโธนี ลามาร์ สมิธ ชายผิวดำด้วยเหตุต้องสงสัยค้ายาเสพติด เมื่อเดือนธันวาคม 2554 เหตุการณ์ประท้วง 15 กันยายน 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 33คนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 11 นาย การเริ่มต้นเดินขบวนประท้วงของประชาชนเป็นไปโดยสงบ ช่วงบ่ายจนถึงกลางคืน/ภาพจากรอยเตอร์ ระหว่างการชุมนุมประท้วงช่วงบ่าย ปรากฎกลุ่มคนผิวดำถืออาวุธปืนหลายประเภทเข้าร่วมในกลุ่มเดินขบวน / ภาพจาก AP ข้อพิจารณา จากภาพนี้น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ทางเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการควบคุมอย่างเข้มงวดกับผู้ชุมนุมประท้วงมากขึ้น ช่วงเย็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอุปกรณ์ป้องกันความรุนแรงเริ่มทำการควบคุมพื้นที่ ด้วยการตั้งแถวปะทะกับผู้ประท้วงบางส่วน  / ภาพจากรอยเตอร์ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล เตรียมความพร้อมอาวุธและหน้ากากป้องกันแก๊ซพิษ เนื่องจากกลุ่มผู้เดินขบวนประท้วงเริ่มใช้ความรุนแรงทำลายสิ่งของสาธารณะและทำการขว้างปาก้อนหินใส่บ้านนายกเทศมนตรีเมืองเซนต์หลุยส์ / ภาพจากรอยเตอร์ ในช่วงเย็น เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลแจ้งว่า ควบคุมกลุ่มคนที่ก่อเหตุรุนแรงด้วยการฉีดสเปรย์พริกไทย แต่กลุ่มผู้ประท้วงอ้างว่าเป็นแก๊ซน้ำตา /ภาพจากรอยเตอร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนบรรจุกระสุนพลาสติก จับกุมตัวผู้ที่ใช้ก้อนหินขว้างปาอาคารพานิชย์ / ภาพจากรอยเตอร์ ข้อพิจารณา การประท้วงวันแรกจะเห็นว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เพียงกระบองเป็นอาวุธควบคุมยังไม่นำปืนกลมาใช้ ภาพเหตุการณ์ประท้วง 16 กันยายน …

เกาหลีเหนือ ‘ล้วงแผนสงครามเกาหลีใต้-สหรัฐฯ’

แฮ็กเกอร์ หรือ นักเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของเกาหลีเหนือขโมยข้อมูลลับทางการทหารจากเกาหลีใต้ รวมถึงแผนลอบสังหารนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ แผนทำสงครามที่สหรัฐฯ กับเกาหลีใต้วางไว้ร่วมกัน รวมทั้งรายงานที่นำเสนอต่อผู้บัญชาการอาวุโสของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ด้วย นายรี ชอล-ฮี สมาชิกรัฐสภาของเกาหลีใต้ ระบุว่า ข้อมูลที่ถูกขโมยมาจากกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ ขณะที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว ทรัมป์บริภาษกลางยูเอ็น เตือนอาจต้องทำลายเกาหลีเหนือราบคาบ “เปรียบมวย” เกาหลี เหนือ-ใต้ จาก ส่วนสูง สู่ กำลังพล นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า แฮ็กเกอร์ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ระบุแผนการของกองกำลังพิเศษของเกาหลีใต้ ข้อมูลเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าและสถานที่ทางการทหารที่สำคัญต่าง ๆ ในเกาหลีใต้ด้วย นายรี ซึ่งมาจากพรรครัฐบาลของเกาหลีใต้ และเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการกลาโหมของรัฐสภาด้วย กล่าวว่า เอกสารทางการทหารขนาด 235 กิกะไบต์ ถูกขโมยไปจากศูนย์ข้อมูลรวมกลาโหม (Defence Integrated Data Center) และเอกสารเหล่านี้ราว 80% ยังไม่ได้รับการตรวจสอบว่าเป็นเอกสารอะไร การเจาะระบบของแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เกาหลีใต้ออกมาระบุว่าถูกล้วงข้อมูลไปเป็นจำนวนมาก และคิดว่าเกาหลีเหนืออาจจะปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์ แต่เกาหลีใต้ไม่ได้ให้รายละเอียดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ด้านเกาหลีเหนือปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวและกล่าวหาเกาหลีใต้ว่า “กุเรื่อง” ขึ้น…

ลาสเวกัส: มือปืนบุกเดี่ยวสาดกระสุนใส่คอนเสิร์ตกลางแจ้ง ตายอย่างน้อย 58 เจ็บกว่า 500

มือปืนบุกเดี่ยวกราดยิงจากห้องพักชั้นบนของโรงแรมมัณฑะเลย์ เบย์ ในลาสเวกัสเข้าใส่ฝูงชนในงานเทศกาลดนตรีกลางแจ้งซึ่งจัดขึ้นใกล้กับโรงแรม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 58 คน บาดเจ็บ 515 คน ส่วนมือปืนฆ่าตัวตายในที่เกิดเหตุ นับเป็นเหตุสังหารหมู่ที่เลวร้ายที่สุดในสหรัฐฯ ตำรวจแถลงว่าเหตุเกิดเมื่อเวลา 22.08 น. ของคืนวันอาทิตย์ (12.08 น. ของวันจันทร์ ตามเวลาในประเทศไทย) โดยภาพวิดีโอที่เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นฝูงชนหลายร้อยคน พากันวิ่งหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ โดยมีกำลังตำรวจพร้อมอาวุธครบมือจำนวนหนึ่งเข้าระงับเหตุ และไล่ล่าติดตามตัวมือปืน   ตำรวจระบุว่า มือปืนเป็นชายชาวลาสเวกัสวัย 64 ปี ชื่อ สตีเฟน แพดด็อก เขาเปิดฉากกราดยิงลงมาจากห้องพักชั้น 32 ของโรงแรม เข้าใส่ฝูงชน ที่กำลังไปร่วมชมดนตรีกลางแจ้งซึ่งคาดว่ามีผู้ชมถึง 22,000 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่ามือปืนได้ฆ่าตัวตายในห้องพักของโรงแรมในขณะที่ตำรวจจู่โจมเข้าไปในห้อง ซึ่งพบว่ามีปืนอีก 10 กระบอกอยู่ ล่าสุดตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายแพดด็อก และตามหาหญิงชาวเอเชีย ชื่อมาริลู แดนลีย์ ซึ่งเชื่อว่าเคยอยู่กับนายแพดด็อก โดยเขาได้ใช้เอกสารของผู้หญิงคนนี้ลงทะเบียนเข้าพักโรงแรมดังกล่าว   อย่างไรก็ดี ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบว่าแดนลีย์ ไม่ได้อยู่ในสหรัฐฯ และไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ…