เหตุระเบิดกลางตลาดในปากีสถาน ดับอย่างน้อย 9 ราย บาดเจ็บอีกหลายสิบคน

เหตุระเบิดครั้งใหญ่ในตลาดที่แออัด ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ได้คร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 9 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งล่าสุด ที่อาจจุดชนวนการสู้รบกับอัฟกานิสถานอีกครั้ง

สหรัฐจะปิดสถานกงสุลใกล้ชายแดนปากีสถาน เพื่อ “ความปลอดภัย” ของนักการทูต

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงอิสลามาบัด จะรับผิดชอบงานด้านการทูตทั้งหมด ในจังหวัดไคเบอร์ปัคตูนควา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

เหตุกราดยิงใกล้ศาสนสถานชีอะห์ ในอัฟกานิสถาน เสียชีวิต 11 ราย

เกิดเหตุมือปืนกราดยิงใกล้กับศาสนสถานของชาวชีอะห์ เขตเอนจิล ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 4 ราย บาดเจ็บ 15 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลประจำภูมิภาคเฮรัต ต่อมาในกลุ่มผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เสียชีวิตเพิ่มอีก 7 ราย รวมมีผู้เสียชีวิต 11 ราย

ผ่าขั้วอำนาจทาลิบัน ระเบิดเวลาในอัฟกานิสถาน?

รายงานเชิงสืบสวนชิ้นหนึ่งของบีบีซีเมื่อเร็วๆ นี้ กะเทาะเปลือกให้เห็นถึงการแตกขั้วภายในโครงสร้างอำนาจของ “ตาลีบัน” อดีตกองกำลังติดอาวุธที่หวนกลับมากุมอำนาจปกครองประเทศอัฟกานิสถานอีกครั้ง หลังการล่มสลายของรัฐบาลอัฟกานิสถานชุดก่อนและการถอนทหารออกไปของสหรัฐอเมริกาในปี 2021

ก่อการร้าย IS อ้างความรับผิดชอบหลัง “ภัตตาคารจีน” กลางคาบูลเกิดระเบิด สังหาร 7 รวมชาวจีน เจ็บอื้อ

แถลงการณ์ของกลุ่มก่อการร้าย IS ที่รายงานผ่านสำนักข่าวอามัค(Aamaq) คืนดึกวันจันทร์(19)ได้อ้างว่า มือระเบิดฆ่าตัวตายเดินทางเข้าไปในภัตตาคารจีนในกรุงคาบูลที่มักมีพลเมืองจีนมาใช้บริการก่อนที่จะจุดระเบิดเสื้อกั๊กของตัวเอง ส่งผลให้ปักกิ่งออกแถลงการณ์เตือนประชาชนไม่ให้เดินทางไปอัฟกานิสถานในอนาคตอันใกล้ พร้อมยังเรียกร้องให้ชาวจีนและบริษัทจีนต่างๆที่อยู่ในอัฟกานิสถานก่อนหน้าให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยและอพยพออกมาจากพื้นที่เสี่ยงสูง

ทรัมป์ลั่นระงับสถานะผู้ลี้ภัย “ไม่มีกำหนด” ชี้คนไม่ดีไม่ควรอยู่ในสหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล ในการระงับพิจารณาสถานะผู้ขอลี้ภัยว่า “ไม่มีการจำกัดระยะเวลา” สำหรับมาตรการดังกล่าวทรัมป์กล่าวว่า “สหรัฐไม่ต้องการคนเหล่านั้น” เพราะ “มีคนจำนวนมากเป็นคนไม่ดี ดังนั้นคนเหล่านี้ไม่ควรอยู่ในสหรัฐอีกต่อไป”