อังกฤษจับชายต้องสงสัย ขับรถชนประตูรั้วหน้าถนนดาวนิงสตรีท

    เกิดเหตุรถยนต์ชนประตูรั้วหน้าถนนดาวนิงสตรีท ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร โดยตำรวจจับชายคนหนึ่งในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุ   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.20 น. วันที่ 25 พ.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่นของสหราชอาณาจักร เกิดเหตุรถยนต์สีขาวคันหนึ่ง แล่นเข้าชนประตูรั้วทางเข้าถนนดาวนิงสตรีท ในเมืองเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 10 หรือสำนักงานนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร   ตามรายงานของ บีบีซี รถยนต์สีขาวขนาดเล็กคันนี้ วิ่งอย่างช้าๆ ข้ามถนนไวท์ฮอลล์ ซึ่งเป็นถนนสายหลักเชื่อมกับถนนดาวนิง ก่อนจะชนประตูรั้วเหล็กที่กั้นไม่ให้สาธารณชนเข้าถึงสำนักงานรัฐบาล   หลังเกิดเหตุ สำนักงานตำรวจเทศบาลกรุงลอนดอนออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ติดอาวุธจับกุมตัวชายคนหนึ่งในที่เกิดเหตุในฐานะผู้ต้องสงสัยกระทำผิดฐาน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และขับรถอันตราย โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ และเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนข้อเท็จจริง   ทั้งนี้ บีบีซี ระบุว่า นายกรัฐมนตรี ริชี ซูแน็ก อยู่ที่บ้านบนถนนดาวนิงด้วยในเวลาเกิดเหตุ ขณะที่ถนนไวท์ฮอลล์ถูกปิดบางส่วนหลังเกิดเหตุ ไม่ให้สาธารณชนหรือรถยนต์ผ่าน ระหว่างที่ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจสอบ         ที่มา :…

ฮ่องกงซัดอังกฤษ “แทรกแซง” ปมจี้ยกเลิก “กฎหมายความมั่นคง”

    รัฐบาลฮ่องกงแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก หลังทางการสหราชอาณาจักร เรียกร้องให้ยกเลิก “กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ”   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ว่า สำนักงานเลขาธิการคณะผู้บริหารฮ่องกง ออกแถลงการณ์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรียกร้องสหราชอาณาจักรยุติการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง “ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจีน”   ขณะเดียวกัน เนื้อหาในแถลงการณ์ขยายความว่า กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งสภาประชาชนแห่งชาติ (เอ็นพีซี) บัญญัติเพื่อใช้กับฮ่องกงโดยเฉพาะ เมื่อปี 2563 มีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูเสถียรภาพและความปลอดภัยให้กลับคืนสู่ฮ่องกง ซึ่งเผชิญกับการประท้วงอย่างหนักหน่วงเมื่อปี 2562 พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า กฎหมายทุกข้อของฮ่องกง รับประกัน “สิทธิของพลเมืองเป็นรายบุคคล” แต่สิทธิและเสรีภาพเหล่านั้น “ไม่สามารถอ้างได้” ในบริบทการปกป้องความมั่นคงของชาติ   Hong Kong hits back at UK call for security law to be scrapped https://t.co/L3Zhhnu8gd pic.twitter.com/ZngEO2HYS2 — CNA…

ตร.อังกฤษ 29,000 นาย คุมเข้มทั่วลอนดอน รับพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

    เวลานี้หลายฝ่ายในสหราชอาณาจักร กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งจะถูกจัดขึ้นในวันที่ 6 พ.ค. 2566 สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของความปลอดภัย และล่าสุดตำรวจมากถึง 29,000 นาย ลงพื้นที่ตามจุดต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมแล้ว   ตำรวจอังกฤษจำนวนมาก ลงพื้นที่ประจำการตามจุดต่าง ๆ รอบกรุงลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษ เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับภารกิจครั้งสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของกิจกรรมในวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแด่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคมนี้   รายงานจากกรมตำรวจอังกฤษ ระบุว่า ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะมีตำรวจ 29,000 นาย ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นพันธมิตรเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน     ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับพิธีก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยกองกำลังความมั่นคงของอังกฤษใช้เวลาหลายเดือนในการเตรียมงานนี้ เพราะภายในงานนอกจากสมาชิกราชวงศ์แล้ว ยังมีประมุขแห่งรัฐอีกราว 100 คน ที่จะเข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก   ทั้งนี้มีความกังวลว่า การประท้วงของกลุ่มต่อต้านสถาบันกษัตริย์จะเป็นปัญหาหรือไม่ เนื่องจากในวันนั้นจะมีการเตรียมชุมนุมที่จัตุรัสทราฟัลการ์ และตามเส้นทางของขบวนเสด็จด้วย ล่าสุด อาเด อเดลคาน…

นักสิทธิโวยตร.ลอนดอน งัดเทคโนโลยีจดจำใบหน้า พุ่งเป้าม็อบ งานพิธีบรมราชาภิเษกคิงชาร์ลส์

    วันที่ 4 พ.ค. เดอะการ์เดียนรายงานมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับพิธีบรมราชาภิเษกพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ว่า ตำรวจนครบาลลอนดอนถูกกล่าวหาว่า ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าหรือแอลเอฟอาร์ในพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อพุ่งเป้าผู้ประท้วงหรือนักเคลื่อนไหว แต่ตำรวจปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวระบุว่า การใช้เทคโนโลยียังน่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากตำรวจเคยกระทำดังกล่าวมาแล้ว   นักเคลื่อนไหวระบุว่า ตำรวจนครบาลของลอนดอนกำลังใช้พิธีบรมราชาภิเษกเพื่อปฏิบัติการจดจำใบหน้าในรูปแบบถ่ายทอดสดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษและอาจถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรป   ต่อมาสำนักงานตำรวจนครบาลลอนดอนออกแถลงการณ์ว่า ทางตำรวจตั้งใจที่จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งสามารถสแกนใบหน้าและจับคู่ใบหน้าดังกล่าว เพื่อสกัดกั้นบุคคลที่ตำรวจต้องการตัวในข้อหาอาชญากรรมและอาจใช้ระบุตัวผู้ก่อการร้าย ซึ่งเข้ามาปะปนในฝูงชนในงานพระราชพิธีที่คาดว่ามีประชาชนหลายแสนคนบนสองฝั่งถนน ในวันเสาร์ที่ 6 พ.ค.ในระหว่างที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์อย่างเป็นทางการที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ หลังจากขบวนแห่ผ่านใจกลางกรุงลอนดอน ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา   นายพีท ฟัสซีย์ ศาสตราจารย์และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการกล้องวงจรปิดและการตรวจพิสูจน์บุคคลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ระบุว่า ขอบเขตการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าที่ตำรวจนครบาลลอนดอนวางแผนดำเนินการอยู่ในขณะนี้อยู่ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน   ที่ผ่านมา เทคโนโลยีนี้ถูกใช้ครั้งใหญ่ที่สุด คือ งานนอตติง ฮิลในปี 2560 ซึ่งเป็นเทศกาลแคริบเบียนประจำปีจัดขึ้นในกรุงลอนดอนและมีประชาชนจำนวน 100,000 คนถูกสแกนใบหน้า ทั้งนี้ ประกาศการใช้เทคโนโลยีข้างต้นเกิดขึ้นในช่วงที่ตำรวจได้รับมอบอำนาจให้ปราบปรามการประท้วง และเพิ่งถูกบังคับใช้เป็นกฎหมายจากรัฐบาลก่อนงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเพียงไม่กี่วัน   น.ส.เอ็มมานูเอลลา แอนดรูส์ นักเคลื่อนไหวจากกลุ่มลิเบอร์ตี…

ตำรวจอังกฤษล็อกชายปริศนา ขว้าง “กระสุนปืนช็อต” ใส่วังบักกิงแฮม

    ตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนจับกุม ชายต้องสงสัยขว้าง “กระสุนปืนช็อต” หลายนัด ใส่พระราชวังบักกิงแฮม   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่าสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน หรือ สกอตแลนด์ยาร์ด ออกแถลงการณ์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เกี่ยวกับการจับกุมชายคนหนึ่ง ฐานครอบครอง “อาวุธร้ายแรงเพื่อใช้กระทำความผิด” หลังมีการตรวจค้นแล้วพบมีด และ “วัตถุต้องสงสัยเป็นระเบิดแบบควบคุม” โดยพนักงานสอบสวนกล่าวหาชายคนดังกล่าว ขว้างกระสุนปืนช็อตหลายนัด เข้าไปภายในพระราชวังบักกิงแฮม   ขณะที่สำนักงานพระราชวังบักกิงแฮมปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ รายงานของตำรวจยืนยัน ว่าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ไม่ได้ประทับอยู่ภายในพระราชวัง ในช่วงเกิดเหตุ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของทั้งสองพระองค์ ซึ่งจะเกิดขึ้น ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ในกรุงลอนดอน ในวันที่ 6 พ.ค.นี้   Chief Superintendent Joseph McDonald, said: “Officers worked immediately to detain…

ระทึก!! กำลังรบพิเศษอังกฤษบินเครื่องทหารอเมริกันเข้า “ซูดาน” ใช้ความมืดปกคลุมเป็นประโยชน์ อพยพขนนักการทูตตัวเองออกสำเร็จใช้เวลา 1 ชม.ครึ่ง

    เอเจนซีส์/รอยเตอร์ – เป็นที่ฮือฮาเมื่อมีการเปิดเผยปฏิบัติการช่วยนักการทูตอังกฤษออกจากซูดานอย่างเร่งด่วน พบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ส่งหน่วยรบพิเศษเข้ากรุงคาร์ทูม อาศัยความมืดให้เป็นประโยชน์ก่อนขับรถดิ่งตรงเข้าสถานทูตอังกฤษ นำเจ้าหน้าที่การทูตกลับออกมาใช้เวลาเบ็ดเสร็จราว 1 ชั่วโมงครึ่ง ท่ามกลางความวิตกชาวซูดานที่ยังคงติดอยู่ระหว่างสงครามกลางสู้รบสมรภูมิเลือด   สกายนิวส์รายงานวานนี้ (23 เม.ย.) ว่า ปฏิบัติการอพยพเหล่านักการทูตอังกฤษออกมาจากกรุงคาร์ทูม เกิดขึ้นเมื่อช่วงคืนดึกวันเสาร์ (22) ซึ่งเป็นการส่งหน่วยรบพิเศษอังกฤษขึ้นเครื่องบินรบสหรัฐฯ เข้าซูดานเพื่อเริ่มปฏิบัติการอพยพ   นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ริชี ซูแน็ก กล่าวในวันอาทิตย์ (23) โดยชี้ว่า เป็นการแสดงความขอบคุณต่อปฏิบัติการอพยพที่ “สลับซับซ่อนและรวดเร็ว” รอยเตอร์รายงานวันอาทิตย์ (23)   “ผมแสดงปวารณาต่อข้อผูกพันของนักการทูตของพวกเรา และความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ทหารที่ออกปฏิบัติยากลำบาก” ซูแน็ก กล่าวผ่านทางทวิตเตอร์   และเสริมต่อว่า “ผมยังคงดำเนินไปทุกช่องทางเพื่อยุติความขัดแย้งนองเลือดให้เพื่อให้แน่ใจถึงความปลอดภัยของพลเมืองอังกฤษที่ยังคงอยู่ในประเทศ”   ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ เบน วอลเลซ เปิดเผยว่า ทหารอังกฤษออกปฏิบัติการอพยพร่วมกับสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และชาติอื่นๆ พร้อมเปิดเผยว่ามีการใช้ทหารไม่ต่ำกว่า 1,200 นาย เข้าร่วมปฏิบัติการ   อย่างไรก็ตาม…