ฝีมือใคร!? ส่งพัสดุระเบิดถึงสถานทูตยูเครนในมาดริด เคียฟผวาสั่งคุมเข้มความปลอดภัยในต่างแดน

  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่ง ณ สถานทูตยูเครน ในกรุงมาดริด ประเทศสเปน ได้รับบาดเจ็บในวันพุธ (30 พ.ย.) หลังเปิดดูพัสดุระเบิดที่จ่าหน้าถึงสถานทูตแห่งนี้ กระตุ้นให้เคียฟสั่งยกระดับรักษาความปลอดภัยแก่สำนักงานผู้แทนทางการทูตของพวกเขาทุกแห่งในต่างแดน   พัสดุซึ่งส่งมาทางไปรษณีย์ปกติและไม่ได้ผ่านการสแกน ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ที่แกะพัสดุดังกล่าวบริเวณลานหญ้าของสถานทูตได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณนิ้วมือ จากการเปิดเผยของ มาเซเดส กอนซาเลซ เจ้าหน้าที่รัฐบาลสเปน ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เทเลมาดริด   ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา บริษัทอาวุธแห่งหนึ่งในซาราโกซา ทางภาคตะวันอกเฉียงเหนือของสเปน ได้รับพัสดุคล้ายกัน ตามรายงานของสื่อมวลชนท้องถิ่นที่อ้างอิงแหล่งข่าวตำรวจ อย่างไรก็ตาม ทางรอยเตอร์ไม่ยืนยันรายงานข่าวนี้   โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยูเครน เผยว่ารัฐมนตรีต่างประเทศ ดมีโทร คูเลบา ออกคำสั่งให้สถานทูตเคียฟทุกแห่งในต่างแดนยกระดับรักษาความปลอดภัยเป็นการเร่งด่วน และเรียกร้องสเปนให้ดำเนินการสืบสวนเหตุโจมตี   เขากล่าวต่อว่า “คนร้ายจะไม่ประสบความสำเร็จในความพยายามข่มขู่คณะทูตยูเครน หรือหยุดการทำงานในทุกๆ วันของคณะทูต ในการเสริมความเข้มแข็งแก่ยูเครนและตอบโต้การรุกรานของรัสเซีย”   เชอร์ฮิล โปโฮเรลท์เซฟ เอกอัครราชทูตยูเครนประจำกรุงมาดริด ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวชนสเปน ในเวลาต่อมา ว่าเขายังคงทำงานตามปกติที่สถานทูต โดยปราศจากความหวาดกลัวใด ๆ “เราได้รับคำสั่งจากกระทรวงฯ ในยูเครน เราว่าจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ทุกความเคลื่อนไหวนอกประเทศของรัสเซีย” เขากล่าว  …

รัสเซีย ยูเครน : รัสเซียสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าของยูเครนมากแค่ไหน

GETTY IMAGES   นางโอเลนา เซเลนสกา สตรีหมายเลขหนึ่งของยูเครน กล่าวว่า ชาวยูเครนเตรียมเผชิญกับฤดูหนาวที่จะมีการตัดกระแสไฟฟ้า 2-3 ปี จากการที่ถูกรัสเซียโจมตีทางอากาศ   การที่รัสเซียโจมตียูเครนด้วยโดรนและขีปนาวุธ ทำให้ผู้คนหลายล้านคนทั่วประเทศยูเครนไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา และไม่สามารถใช้ระบบทำความร้อนในช่วงฤดูหนาวได้     รัสเซียสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าของยูเครนมากแค่ไหน   หลังจากเผชิญกับความล้มเหลวในสมรภูมิรบหลายครั้ง กองทัพรัสเซียได้มุ่งเน้นการโจมตีไปที่โรงไฟฟ้าของยูเครน คลังเก็บเชื้อเพลิง และสถานีประปา   ยูเครเนอร์โก (Ukrenergo) บริษัทพลังงานแห่งชาติของยูเครน ระบุว่า ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้ามีมากถึงขนาดที่ไม่สามารถตอบสนองต่อปริมาณความต้องการไฟฟ้าราว 50%   นายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า ประชาชนราว 6 ล้านคนใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้งาน   โรงไฟฟ้าทั่วประเทศตั้งแต่กรุงเคียฟไปจนถึงเมืองโอเดสซาทางใต้และเมืองวีนนิตเซียทางตะวันตกต่างถูกโจมตี   กระแสไฟฟ้าขัดข้องทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถใช้ระบบทำความร้อน ขณะที่อุณหภูมิลดต่ำลงกว่า 0 องศาเซลเซียสแล้วในหลายพื้นที่ของยูเครน   ยาสโน (Yasno) บริษัทไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ระบุว่า ชาวยูเครนน่าจะต้องเผชิญกับการถูกตัดไฟไปจนถึงเดือน มี.ค.   สหภาพยุโรป ได้มอบเงินผ่านกองทุนช่วยเหลือด้านพลังงานของยูเครน…

รับผิดชอบผลงาน! สื่อสหรัฐฯ ไล่ออกนักข่าว ปั่น ‘เฟกนิวส์’ รัสเซียยิงขีปนาวุธใส่โปแลนด์

  สำนักข่าวเอพี สื่อมวลชนสัญชาติสหรัฐฯ ไล่ออกผู้สื่อข่าวที่อยู่เบื้องหลังคำกล่าวอ้างที่ว่า ขีปนาวุธที่พุ่งตกในโปแลนด์ ชาติสมาชิกนาโต้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นการยิงโดยรัสเซีย ก่อนที่สำนักข่าวแห่งนี้จะกลับลำในเวลาต่อมา   ข่าวคราวสำนักข่าวเอพีได้ยกเลิกสัญญากับ เจมส์ ลาปอร์ตา ผู้สื่อข่าวเชิงสืบสวน ถูกเผยแพร่ออกมา หลังจากหนังสือพิมพ์ Daily Beast รายงานในวันจันทร์ (21 พ.ย.) ว่าทางเอพีได้มีการสืบสวนกันภายในอย่างรวบรัด และต่อมาข่าวคราวเกี่ยวกับการไล่ออก ลาปอร์ตา ก็ได้รับการยืนยันจากหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ที่อ้างอิงแหล่งข่าวในสำนักข่าวเอพี   เมื่อวันอังคารที่แล้ว (15 พ.ย.) เอพีรายงานข่าวด่วน อ้างอิงเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสในหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ระบุว่าขีปนาวุธของรัสเซียพุ่งข้ามเข้าสู่ดินแดนของโปแลนด์ ชาติสมาชิกนาโต้ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน   เหตุการณ์ลักษณะนี้เท่ากับว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนได้ลุกลามบานปลายแล้ว เนื่องจากมันเป็นการโจมตีชาติสมาชิกของนาโต้ ซึ่งเสี่ยงโหมกระพือการตอบโต้จากกลุ่มพันธมิตรทหารแห่งนี้ เรื่องราวนี้ถูกสำนักข่าวอื่นๆ จำนวนมากหยิบยกนำไปเสนอต่อและกลายเป็นข่าวพาดหัวทั่วโลก   รัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้ทำการโจมตีใด ๆ ใกล้ชายแดนยูเครน-โปแลนด์ ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุในหมู่บ้านเชวาดูฟ (Przewodow) ก่อนต่อมาเจ้าหน้าที่จากโปแลนด์ สหรัฐฯ และอียู จะบอกว่ามีขีปนาวุธลูกเดียวที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ และมีความเป็นไปได้มากที่สุดที่มันจะถูกยิงออกมาจากฝ่ายยูเครน   ในเวลาต่อมา…

ทำความรู้จักขีปนาวุธรุ่น S-300 ที่ต้องสงสัยว่าถูกยิงเข้าโปแลนด์

The debris, which the locals claim to be that of a missile, is pictured at the site of an explosion in Przewodow, a village in eastern Poland near the border with Ukraine, Nov. 16, 2022.   โปแลนด์ระบุว่า ขีปนาวุธที่โจมตีโรงเก็บธัญพืชของตนใกล้กับชายแดนยูเครนเมื่อวันอังคาร และทำให้มีผู้เสียชีวิตสองคนนั้น อาจเป็นจรวดรุ่น S-300 ซึ่งเป็นระบบขีปนาวุธยุคโซเวียตที่ถูกใช้จากทั้งฝั่งยูเครนและรัสเซีย   ทางด้าน เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ กล่าวว่า อาวุธดังกล่าวอาจเป็นขีปนาวุธป้องกันทางอากาศของยูเครน แต่รัสเซียเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดต่อเหตุดังกล่าว เนื่องจากรัสเซียบุกรุกยูเครน จุดชนวนให้เกิดสงครามมาเกือบเก้าเดือนแล้ว โดยขณะนั้น…

เมื่อสมรภูมิยูเครนกลายเป็น สนามประลอง ‘สงครามโดรน’

  สงครามยูเครนกลายเป็นการสร้างสมรภูมิสำหรับนวัตกรรมทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ล่าสุดที่มีพลังทำลายสูงกว่าทุกสงครามที่ผ่านมา ที่เห็นได้ชัดคือปรากฏการณ์ Drone Warfare หรือ “สงครามโดรน” ได้เปิดตัวอย่างเต็มที่ เพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องล้วนส่ง “โดรนสงคราม” หรือ “โดรนกามิกาเซ่” มาปะทะกันอย่างดุเดือด   ล่าสุด ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนประกาศจะระดมทุนครั้งใหญ่เพื่อสร้าง “กองกำลังโดรนทางทะเล” เพื่อปกป้องน่านน้ำของตนเองอย่างเป็นกิจจะลักษณะ นั่นหมายถึงการก่อตั้ง “กองทัพโดรน” ที่อาจจะมีทั้งที่อยู่บนฟ้าและอยู่ใต้น้ำพร้อม ๆ กันไปด้วย สร้างกองกำลังแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากวิธีการสู้รบในสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา และเป็นวิวัฒนาการของการใช้โดรนที่ก้าวไปไกลกว่าที่เคยเห็นในสมรภูมิตะวันออกกลาง, ซีเรีย หรืออัฟกานิสถานก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำไป   มองอีกนัยหนึ่ง สมรภูมิสงครามยูเครนกลายเป็น “โชว์รูม” สำหรับการสำแดงเทคโนโลยีโดรนทางการทหาร อเมริกาส่งโดรน Phoenix Ghost มาให้ยูเครน อิหร่านส่ง Shahed-136 มาให้รัสเซีย ซึ่งส่งมาถล่มเป้าหมายในยูเครนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเหนือน่านฟ้าเมืองหลวงกรุงเคียฟ ตุรกีมี Bayraktar TB2 ที่ยูเครนนำมาใช้ในการต่อสู้กับรัสเซียในหลายแนวรบ     แม้ว่ารัฐบาลอิหร่านจะเคยปฏิเสธว่าไม่เคยส่งโดรนมาให้รัสเซีย…แต่ล่าสุดก็ยอมรับว่าได้ส่งมาให้มอสโกจริง เพียงแต่ว่าเป็นการส่งมอบก่อนที่สงครามยูเครนจะระเบิดขึ้น และส่งมอบเป็นจำนวนจำกัดเท่านั้น ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนโต้ว่าการพูดเช่นนั้นเป็นเรื่อง “โกหก” เพราะทหารยูเครนสามารถสอยโดรนอิหร่านลงมาจากท้องฟ้าได้วันละกว่า 10 ตัว…

‘เซเลนสกี’ โวยรัสเซียจ้อง ‘ระเบิดเขื่อน’ เสี่ยงทำภาคใต้ยูเครนน้ำท่วมใหญ่ จี้ตะวันตกลงโทษเทียบเท่าใช้ ‘นิวเคลียร์-อาวุธเคมี’

  ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนเรียกร้องให้ชาติตะวันตกช่วยยับยั้งรัสเซียไม่ให้ระเบิดทำลายเขื่อนแห่งหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ภาคใต้ยูเครนต้องเผชิญ “น้ำท่วม” ครั้งใหญ่ ขณะที่กองกำลังเคียฟเตรียมรุกคืบขับไล่ทหารรัสเซียออกจากภูมิภาคเคียร์ซอน (Kherson)   เซเลนสกี แถลงผ่านสื่อโทรทัศน์วานนี้ (20 ต.ค.) ว่า กองทัพรัสเซียได้วางทุ่นระเบิดเอาไว้ภายในเขื่อนโนวาคาคอฟกา (Nova Kakhovka ) ซึ่งกั้นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และมีแผนที่จะระเบิดทำลายมันทิ้ง   “ตอนนี้ทุกคนทั่วโลกต้องร่วมมืออย่างแข็งขันเพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียก่อการร้ายครั้งใหม่ เพราะการทำลายเขื่อนแห่งนี้ย่อมหมายถึงหายนะในวงกว้าง” ผู้นำยูเครนกล่าว   รัสเซียเคยออกมากล่าวหายูเครนว่ายิงจรวดโจมตี และวางแผนที่จะทำลายเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแห่งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยูเครนชี้ว่าเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามอสโกกำลังคิดที่จะระเบิดเขื่อน และโยนความผิดให้เคียฟ   แม่น้ำดนีโปร (Dnipro) ซึ่งแบ่งยูเครนออกเป็น 2 ส่วนมีความกว้างหลายกิโลเมตร ในบางจุด และการระเบิดทำลายเขื่อนโนวาคาคอฟกาจะส่งผลให้มีมวลน้ำมหาศาลไหลหลากเข้าท่วมชุมชนที่อยู่เบื้องล่าง รวมถึงเมืองเคียร์ซอนซึ่งกองกำลังยูเครนตั้งเป้าว่าจะต้องยึดคืนจากรัสเซียให้ได้ นอกจากนี้ ยังจะส่งผลกระทบต่อระบบคลองชลประทานที่หล่อเลี้ยงพื้นที่ภาคใต้ของยูเครน ตลอดจน “คาบสมุทรไครเมีย” ซึ่งรัสเซียใช้กำลังผนวกไปเมื่อปี 2014   เซเลนสกี เรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลกประกาศชัดเจนว่า การระเบิดทำลายเขื่อนมีค่าเท่ากับ “การใช้อาวุธทำลายล้างสูง” และจะต้องได้รับบทลงโทษเช่นเดียวกับในกรณีที่รัสเซียใช้ “ระเบิดนิวเคลียร์” หรือ “อาวุธเคมี”…