ทรัพย์สิน 6 ร้อยล้าน ลุยสมุทรสาครปราบสวมสิทธิ นอมินี อาชญากรรมข้ามชาติ
เปิดปฏิบัติการตรวจค้น เจอทรัพย์สินกว่า 6 ร้อยล้าน ตำรวจลุยสมุทรสาครปราบสวมสิทธิ นอมินี
เปิดปฏิบัติการตรวจค้น เจอทรัพย์สินกว่า 6 ร้อยล้าน ตำรวจลุยสมุทรสาครปราบสวมสิทธิ นอมินี
ฟุตบอลโลก 2026 หนึ่งในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะหนึ่งในประเทศเจ้าภาพการแข่งขันครั้งนี้อย่างสหรัฐฯ ความพยายามกระตุ้นคนจากทั่วโลกให้เดินทางเข้าไปรับชม ทำให้สหรัฐฯต้องนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในหลายด้าน เพื่อรองรับการเข้ามาของนักท่องเที่ยวปริมาณมหาศาล วันนี้เราจึงมาพูดถึง AI ที่ถูกนำมาใช้งานในการรักษาความปลอดภัยของฟุตบอลโลกครั้งนี้เสียหน่อย
กล้องวงจรปิด ถือเป็นอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยพื้นฐานและได้รับการใช้งานทั่วไปในปัจจุบัน โดยมากกล้องวงจรปิดทำหน้าที่บันทึกภาพตรวจสอบเหตุการณ์ แต่ล่าสุดเรากำลังจะล้ำไปอีกขั้น เมื่อมีกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ PaintCam Eve ที่ตอบโต้ผู้บุกรุกโดยอัตโนมัติ เมื่อพูดถึงอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอย่างกล้องวงจรปิด เราย่อมนึกถึงกล้องที่ติดตั้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ สำหรับตรวจสอบและบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดแบบเรียลไทม์ ใช้เฝ้าดูพื้นที่เฝ้าระวังหรือมุมอับสายตาเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ ไปจนนำภาพบันทึกที่ได้มานำเสนอเป็นหลักฐานทางกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามกล้องวงจรปิดตามปกติถูกใช้งานเพื่อตรวจสอบและเก็บบันทึกภาพเหตุการณ์จริงเป็นหลัก ทำได้มากสุดเพียงการสอดแนมสิ่งที่เกิดขึ้นในบริเวณนั้นซึ่งบางครั้งมันไม่เพียงพอ ทั้งในกรณีที่อีกฝ่ายไม่เกรงกลัวว่าจะถูกบันทึกภาพ หรือการรุกล้ำเข้ามาของสัตว์ที่สร้างความรำคาญได้ไม่แพ้กัน นี่เองจึงนำไปสู่กล้องวงจรปิดอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่สามารถทำการตอบโต้ผู้บุกรุกได้โดยอัตโนมัติ PaintCam Eve กล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่ยิงตอบโต้ผู้บุกรุกได้ ผลงานนี้เป็นของบริษัท OZ-IT สตาร์ทอัพจากสโลวีเนีย กับการพัฒนากล้องวงจรปิดอัจฉริยะ PaintCam Eve ไม่เพียงใช้ตรวจตราและจับภาพการบุกรุกแบบกล้องวงจรปิดทั่วไป แต่เมื่อตรวจพบความผิดปกติหรืออันตราย ตัวกล้องยังสามารถยิงกระสุนเพนท์บอลเพื่อตอบโต้ได้อีกด้วย จริงอยู่กล้องวงจรปิดในปัจจุบันมีฟังก์ชันการทำงานหลากหลาย สามารถส่งเสียงแจ้งเตือนไปจนสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่โดยตรงเมื่อตรวจพบการบุกรุก แต่หลายท่านอาจรู้สึกว่าเพียงการแจ้งเตือนอย่างเดียวยังไม่เพียงพอและอยากได้การตอบสนองที่แข็งกร้าวมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงพัฒนากล้องวงจรปิดอัจฉริยะ PaintCam Eve อาศัยระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวระดับสูงเพื่อความแม่นยำในการค้นหาสิ่งแปลกปลอมที่รุกล้ำเข้าสู่พื้นที่ พร้อมกับระบบจดจำใบหน้าเพื่อระบุและยืนยันตัวตนของผู้อยู่อาศัยที่ได้รับการบันทึกในระบบเพื่อแยกแยะเป้าหมาย กรณีกล้องตรวจพบการบุกรุกของสิ่งแปลกปลอม ระบบจะเริ่มจากการส่งเสียงเตือนให้เป้าหมายทำการออกจากพื้นที่ที่กำหนดภายใน 5 วินาที หากไม่ปฏิบัติตามกล้องจะเริ่มทำการส่งกระสุนเพนท์บอลเข้าใส่เป้าหมายโดยอัตโนมัติ เพื่อให้สามารถระบุตัวตนของผู้บุกรุกได้ทันทีเมื่อมีการแจ้งความต่อไป เมื่อตรวจพบการบุกรุกผู้ใช้งานจะได้รับการแจ้งเตือนจาก…
ในโลกที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 เข้ามาเป็นปัจจัยเร่งชั้นดีให้พวกเราปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์ หลายองค์กรก็ได้เร่งทำ Digital Transformation ต้องบอกเลยว่ามิจฉาชีพก็ปรับตัวเองก็เช่นกัน ในโลกออนไลน์ สินทรัพย์ที่มีมูลค่าและสำคัญที่สุดคือ “ข้อมูล” เรียกได้ว่าบนโลกออนไลน์เป็นขุมทรัพย์แห่งใหม่ของเหล่ามิจฉาชีพเลยก็ว่าได้
เมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงกลาโหมของยูเครนได้เริ่มใช้เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าของ Clearview AI แล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ที่บริษัทสตาร์ทอัพของสหรัฐฯ ได้เสนอเข้ามา มีประโยชน์ที่จะช่วยเปิดเผยหน้าผู้จู่โจมชาวรัสเซีย ต่อสู้กับข้อมูลที่ผิด และระบุชื่อผู้เสียชีวิตได้โดยไม่ต้องเช็คไอดี แผนดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นหลังจากรัสเซียบุกยูเครนและผู้บริหารระดับสูงของ Clearview Hoan Ton-That ส่งจดหมายถึง Kyiv เพื่อให้ความช่วยเหลือ ผู้ก่อตั้ง Clearview บอกกับสื่อว่า บริษัทมีฐานข้อมูลรูปของชาวรัสเซียมากกว่า 2 พันล้านภาพ ซึ่งได้มาจากบริการโซเชียลมีเดียของรัสเซีย VKontakte จากฐานข้อมูลทั้งหมดกว่าหนึ่งหมื่นล้านภาพ โดยฐานข้อมูลดังกล่าวสามารถช่วยให้ยูเครน ระบุผู้เสียชีวิตได้ง่ายกว่าการพยายามจับคู่ลายนิ้วมือและทำงานได้แม้ว่าใบหน้าจะเสียหาย นอกจากนี้ Clearview สามารถใช้เพื่อรวมตัวผู้ลี้ภัยที่ต้องแยกจากครอบครัวของพวกเขา สามารถระบุตัวทหารชาวรัสเซียที่อาจแอบแฝงเข้ามา และช่วยรัฐบาลยูเครนต่อสู้กับข้อมูลที่ผิด ที่มาข้อมูล https://www.reuters.com/technology/exclusive-ukraine-has-started-using-clearview-ais-facial-recognition-during-war-2022-03-13/ ——————————————————————————————————————————————- ที่มา : Techhub / วันที่เผยแพร่ 21 มี.ค.65 Link :…
สำนักงานสรรพากรของสหรัฐอเมริกา (Internal Revenue Service: IRS) เตรียมใช้ระบบใหม่เพื่อให้ผู้ที่จ่ายภาษีออนไลน์ต้องลงทะเบียนผ่านระบบจดจำใบหน้าเริ่มต้นในช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน – กันยายน) โดยประชากรที่เคยสมัครสมาชิกด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านจะต้องใช้เลขประจำตัวที่ออกโดยหน่วยงานราชการ สำเนาใบเรียกเก็บเงินค่าสาธารณูปโภค และถ่ายเซลฟีหน้าตัวเองลงไป บริษัทที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและจัดเก็บข้อมูลการเซลฟีของผู้ใช้คือ ID.me ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการตรวจสอบตัวตนในรัฐเวอร์จิเนีย แม้ว่าระบบจดจำใบหน้าอาจจะทำให้สามารถตรวจสอบได้ง่ายมากขึ้น แต่กลับทำให้ขั้นตอนการสมัครมีความยุ่งยาก โดยหนึ่งในผู้ใช้ที่สร้างบัญชีใหม่ระบุว่า ขั้นตอนการสมัครบัญชีนั้นค่อนข้างเสียเวลาและมีข้อผิดพลาด เขาติดอยู่ประมาณครึ่งทางของกระบวนการทั้งหมด และต้องเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ต้น นอกจากขั้นตอนการสมัครที่ยุ่งยากแล้วยังมีความกังวลเกี่ยวกับ “สิทธิความเป็นส่วนตัว” ของผู้ใช้ เพราะ ID.me ระบุในข้อตกลงว่า บริษัทจะไม่ขายหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลไบโอเมตริกกับบุคคลที่ 3 หรือหากำไรจากการขาย อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถแบ่งปันข้อมูลกับพันธมิตรได้ เมื่อมีการสมัครบัญชีกับ ID.me ผู้สมัครจะต้องยินยอมต่อข้อกำหนดด้านไบโอเมตริก ที่บริษัทจะเก็บข้อมูลใบหน้าและเสียงเพื่อใช้ยืนยันตัวตนและป้องกันพฤติกรรมฉ้อโกง แม้ว่าผู้สมัครจะตัดสินใจลบบัญชี ID.me ของตนเอง แต่บริษัทจะยังคงเก็บข้อมูลไบโอเมตริกเอาไว้อีกหลายปี ในปัจจุบันหลายรัฐในสหรัฐอเมริกาได้ใช้ระบบดังกล่าวในการยืนยันตัวตนผู้ใช้ในการรับประโยชน์สำหรับผู้ว่างงาน โดยใช้เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าที่มีความคล้ายคลึงกับ FaceID ของ Apple อ้างอิง: The Verge ที่มา : beartai / …
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว