จีนจัดทำเว็บไซต์ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสสายลับต่างชาติ

ภาพ กระทรวงความปลอดภัยแห่งชาติจีน กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ (Ministry of State Security-MSS) ของจีน ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ จัดทำเว็บไซต์ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสหรือให้ข้อมูลที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งจะส่งผลให้สายลับต่างชาติในจีนต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นในการปฏิบัติงาน MSS ได้จัดทำและเผยแพร่เว็บไซต์ 12339.  gov.cn ขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2561 เพื่อให้ประชาชนแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ อาทิ ชาวต่างชาติที่ต้องสงสัยว่าเข้ามาซื้อขายข้อมูลลับของทางราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริตหรือมีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของชาติและพรรคคอมมิวนิสต์จีน (พคจ.) รวมทั้งการพบเห็นอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่อาจใช้เพื่อการจารกรรม โดยผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับรางวัลจากทางการ (เว็บไซต์ไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติประจำกรุงปักกิ่งเสนอให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแส จำนวน 10,000-500,000 หยวน หรือประมาณ 1,600-79,700 ดอลล่าร์สหรัฐ) เว็บไซต์ดังกล่าวให้บริการประชาชนทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ โดยระบุรายละเอียดขั้นตอนการแจ้งเบาะแสผ่านทางเว็บไซต์ และโทรศัพท์แจ้งได้ที่หมายเลข 12339 หรือให้ข้อมูลด้วยตนเองได้ที่ อาคาร เลขที่ 9 ต่งต้าเจี่ย, เชี่ยเหมิน, เขตต่งเฉิง กรุงปักกิ่ง นอกจากนี้ MSS ยังเผยแพร่การ์ตูนที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ต่างชาติขององค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐและมีพฤติกรรมส่งเสริมสิทธิแรงงานแบบตะวันตกในจีน รวมทั้งติดสินบนเจ้าหน้าที่จีนเพื่อจัดชุมนุมและเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิ ซึ่งถือว่าก่อความไม่สงบในสังคมและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในจีน การจัดทำเว็บไซต์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ทางการจีนให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในสังคม หลังจากประกาศบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการจารกรรม (China’s…

สหรัฐฯ ตั้งข้อหาชาวรัสเซีย 13 รายแทรกแซงการเลือกตั้ง ปธน.

นายโรเบิร์ต มุลเลอร์ ที่ปรึกษาพิเศษผู้ดำเนินการสอบสวนกรณีที่เชื่อว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในปี 2016 ได้ประกาศตั้งข้อหาดำเนินคดีกับชาวรัสเซีย 13 คน ซึ่งมีส่วนพัวพันกับคดีดังกล่าวแล้ว เอกสารแจ้งข้อหาระบุว่า ชาวรัสเซียกลุ่มนี้พยายามสร้างความปั่นป่วนในแวดวงการเมืองของสหรัฐฯ โดยใช้ข้อมูลปลอมแสดงตัวเป็นชาวอเมริกันเข้ามาเปิดบัญชีและทำธุรกรรมทางการเงินจำนวนมาก เพื่อซื้อพื้นที่ลงโฆษณาทางการเมืองเป็นเงินหลายพันดอลลาร์สหรัฐฯในแต่ละเดือน และซื้อพื้นที่ใช้งานเซิร์ฟเวอร์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์สหรัฐฯ เพื่อปกปิดความเกี่ยวข้องที่มีกับรัสเซียอีกด้วย ทางการเชื่อว่าชาวรัสเซียกลุ่มนี้เคยปลอมแปลงตนเป็นชาวอเมริกัน และเดินทางเข้าสหรัฐฯมาเพื่อเตรียมการเรื่องแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีตั้งแต่ปี 2014 โดยอยู่เบื้องหลังการชุมนุมทางการเมืองในสหรัฐฯหลายครั้ง และโพสต์ข้อความเรื่องการเมืองในสื่อสังคมออนไลน์โดยแอบอ้างว่าเป็นชาวอเมริกัน ทั้งยังส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความเสียหายแก่นางฮิลลารี คลินตัน โดยใช้เงินทุนในการนี้ถึงเดือนละราว 1.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 40 ล้านบาท) นอกจากผู้ที่ถูกตั้งข้อหาดำเนินคดี 13 รายแล้ว ทางการสหรัฐฯยังระบุว่ามีบริษัทของรัสเซียอีก 3 แห่งพัวพันกับกรณีดังกล่าวด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบริษัท Internet Research Agency ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งมีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในการสร้างความแตกแยกไม่ลงรอยในระบบการเมืองอเมริกัน ซึ่งรวมถึงการเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯปี 2016 ด้วย อย่างไรก็ตาม นายร็อด โรเซนสไตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แถลงว่า ไม่พบว่ามีชาวอเมริกันคนใดรู้เห็นเป็นใจหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยเจตนา และย้ำว่าแผนการแทรกแซงดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ชนะแต่อย่างใด ผู้นำสหรัฐฯได้ทวีตข้อความหลังรับทราบข่าวการแจ้งข้อหาชาวรัสเซีย 13 รายว่า…