“จีน-ไทย” เตรียมฝึกซ้อมรบร่วม “เพื่อต่อต้านการก่อการร้าย”

  จีนและไทยมีกำหนดจัดการซ้อมรบ “ต่อต้านการก่อการร้าย” ร่วมกัน ระหว่างเดือน ส.ค. ถึงเดือน ก.ย. นี้   สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ว่า พ.อ.อู๋ เชียน โฆษกกระทรวงกลาโหมจีน ประกาศว่า จีนและไทย จะจัดการฝึกซ้อมร่วมทางทหาร สำหรับต่อต้านการก่อการร้ายในไทย ในช่วงระหว่างกลางดือน ส.ค. จนถึงต้นเดือน ก.ย. นี้   การฝึกซ้อมร่วมดังกล่าว ซึ่งดำเนินการโดยกองทัพของทั้งสองประเทศ มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย และมีส่วนส่งเสริมสันติภาพ รวมถึงความมั่นคงภายในภูมิภาค   ทั้งนี้ พล.อ.หลี่ ซ่างฝู รมว.กลาโหมจีน พบหารือกับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกของไทย ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา โดย พล.อ.หลี่ กล่าวว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับไทย เพื่อดำเนินการตามฉันทามติสำคัญ ซึ่งบรรลุโดยผู้นำของทั้งสองประเทศ และผลักดันความร่วมมือระหว่างกองทัพ ให้เกิดผลลัพธ์อันดียิ่งขึ้น…

กองทัพจีนเปิดตัวฝูงโดรน ‘ซ่อมแซมตัวเองได้’ มาพร้อมเทคโนโลยี AR

  กองทัพอากาศจีนเปิดตัวโดรนอัจฉริยะไร้คนขับซึ่งใช้เทคโนโลยี Integrated Intelligent Interaction System ขับเคลื่อนโดรนเป็นฝูงพร้อมเทคโนโลยีซ่อมแซมตัวเอง และระบบโต้ตอบความเป็นจริงเสริม (AR) ทำให้ทหารภาคพื้นดินสามารถควบคุมโดรนพร้อมกันทีละหลายลำได้   รายงานระบุว่า อัลกอริทึมอัจฉริยะที่ติดตั้งบนโดรนแต่ละตัวสามารถทำงานเป็นทีมได้เหมือนฝูงผึ้ง ซึ่งสร้างความสามารถในการป้องกันการรบกวนแก่ฝูงโดรน   ในการทดสอบมาตรการตอบโต้การรบกวน ฝูงโดรนหลายสิบตัวสูญเสียการสื่อสารและการนำทางกับสถานีควบคุมภาคพื้นดิน แต่สามารถกู้คืนการเชื่อมโยงได้โดยใช้อัลกอริทึมป้องกันการรบกวนของโดรนตัวอื่นในฝูงโดยอัตโนมัติ   ฝูงโดรนสามารถจัดเส้นทางบินอย่างอิสระ ครอบคลุมพื้นที่กว้าง เพื่อค้นหาและทำลายเป้าหมาย   ระบบนี้สามารถเพิ่มการรับรู้สถานการณ์ของทหารในสนามรบได้อย่างมีนัยสำคัญผ่านโดรนลาดตระเวน รวมถึงการส่งโดรนไปปฏิบัติภารกิจโจมตี และข้ามผ่านเส้นทางบนภูมิประเทศที่ซับซ้อน   ที่ผ่านมา จีนเป็นผู้พัฒนาโดรนขั้นสูงมากมาย เช่น เครื่องบินไร้คนขับ เรือไร้คนขับ และยานพาหนะอื่น โดยการพัฒนาอุปกรณ์ไร้คนขับจะสร้างความได้เปรียบในการสู้รบ     ที่มา  สำนักข่าวโกลบอลไทมส์ แฟ้มภาพ  CCTV       ————————————————————————————————————————————————— ที่มา :                   …

ถอดบทเรียนยูเครน จีนเล็งเสริมขีดความสามารถทำสงครามนอกแบบ

    นายพลจีนถอดบทเรียนวิกฤติยูเครน เรียกร้องหลอมรวมขีดความสามารถสมัยใหม่อย่างเอไอ เข้ากับยุทธวิธีสงครามตามแบบก่อนเผชิญหน้าตะวันตก   สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นายพลหวัง ไฮ่เจียง ผู้บัญชาการภาคตะวันตก กองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) เขียนบทความพิเศษลงหน้าหนึ่ง หนังสือพิมพ์ทางการ Study Times ฉบับวันจันทร์ (15 พ.ค.) การทำสงครามลูกผสมรูปแบบใหม่เกิดขึ้นในความขัดแย้งยูเครน มีการผสมผสานทั้ง “สงครามการเมือง สงครามการเงิน สงครามเทคโนโลยี สงครามไซเบอร์ และสงครามการรับรู้”   ในปัจจุบันและอนาคต ความขัดแย้งในท้องถิ่นและความวุ่นวายจะเกิดขึ้นบ่อย ปัญหาระดับโลกรุนแรง โลกเข้าสู่ความวุ่นวายและการเปลี่ยนแปลงช่วงใหม่ เหตุการณ์แบบหงส์ดำ (เกิดขึ้นได้ยากมาก) และแรดสีเทา (สถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูง แต่ผู้เกี่ยวข้องแยกแยะไม่ออก) อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ โดยเฉพาะด้วยการสกัดกั้น โอบล้อม ตัดขาด กดขี่ และภัยคุกคามจากชาติตะวันตกบางชาติ”   รอยเตอร์ระบุว่า ในนามของความมั่นคงแห่งชาติและเพื่อป้องกันภัยคุกคามที่รับรู้ได้จากตะวันตก ความพยายามเตรียมตัวรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงของจีนไม่ได้ลดน้อยลง แม้เศรษฐกิจชะลอตัวและโควิด-19 ระบาด ปีนี้ค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมส่อเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน ซึ่งขนาดและขอบเขตการเตรียมการของกองทัพจีนไม่ได้มีแค่ตะวันตกที่จับตา แต่เพื่อนบ้านรวมถึงไต้หวันที่จีนอ้างว่าเป็นของตนก็จับตาอย่างใกล้ชิดด้วย   แต่แม้ทุ่มเทงบประมาณลงไปหลายแสนล้านดอลลาร์แต่กองทัพจีนไม่ได้ทำสงครามมานานมาก…

ภาพดาวเทียมพบเรือเหาะทางทหารของจีนที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

    ดาวเทียมของบริษัทสหรัฐฯ สามารถถ่ายภาพวัตถุคล้าย “เรือเหาะ” ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนได้ในฐานทัพกลางทะเลทรายของจีน   เมื่อช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาซึ่งมีข่าวว่าสหรัฐฯ ยิงดาวเทียมสอดแนมของจีนตกนั้น ได้ทำให้หลายฝ่ายเฝ้าจับตาเทคโนโลยีทางทหารของจีนเป็นพิเศษมากขึ้น เพราะถือเป็นอีกหนึ่งมหาอำนาจทางทหารที่ยังคงเดินหน้าพัฒนากำลังรบของตัวเองอยู่อย่างต่อเนื่อง   ล่าสุด สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ได้รับข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณฐานทัพอันห่างไกลในทะเลทรายของจีน ที่เผยให้เห็นถึง “เรือเหาะทางทหาร” ที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน     ภาพดังกล่าวนี้ถ่ายโดยดาวเทียมของบริษัท BlackSky ของสหรัฐฯ เมื่อเดือน พ.ย. 2022 หรือราว 3 เดือนก่อนที่บอลลูนสอดแนมของจีนจะถูกยิงตก โดยผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ภาพนี้เป็นหลักฐานและสัญญาณถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาเรือเหาะของจีน ซึ่งมีความอเนกประสงค์และคล่องแคล่วกว่าที่เคยพบหรือรู้จัก   จากภาพแสดงให้เห็นเรือเหาะความยาวประมาณ 30.5 เมตร กลางรันเวย์ยาวเกือบกิโลเมตร ณ ฐานทัพแห่งหนึ่งกลางทะเลทรายทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน รวมถึงยังเห็นโรงเก็บเรือเหาะขนาดมหึมา 275 เมตรด้วย     เจมีย์ เจคอบส์ ผู้อำนวยการบริหารของสถาบันการบินและอวกาศโอคลาโฮมา กล่าวว่า เรือเหาะแบบนี้เป็นเหมือนกับ “เรือดำน้ำบนท้องฟ้า” โดยดูเหมือนว่าจะมีระบบขับเคลื่อนและความสามารถในการนำทางโดยเฉพาะ ซึ่งจะทำให้มันสามารถลอยเหนือพื้นได้นานขึ้น  …

มาเหนือเมฆ! ‘บอลลูนสอดแนม’ ตัวเปิดเกมการทหารเฉียดอวกาศของกองทัพจีน

    โครงการระดับความสูงเหนือการบินพลเรือนที่แทบไม่เป็นที่สังเกตซึ่งนำพาบอลลูนสอดแนมจีน ตระเวนไปทั่วอเมริกาในเดือนกุมภาพันธ์นี้ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับการพูดถึงอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลานี้ แต่มีรายงานว่านี่เป็นเรื่องที่สื่อของทางการจีนเคยพูดถึงมานาน ในแง่ของการเสริมสร้างศักยภาพด้านการทหารของกองทัพจีน   ในรายงานของสื่อทางการจีนหลายฉบับ ย้อนกลับไปถึงช่วงปี 2011 เน้นนำเสนอการใช้บอลลูนสอดแนมในสิ่งที่สื่อทางการจีนรู้จักกันในชื่อ ‘ความสูงใกล้อวกาศ’ หรือ near space ซึ่งเป็นช่วงของระดับชั้นบรรยากาศที่สูงเกินว่าที่เครื่องบินทั่วไปจะบินได้ แต่ก็ต่ำเกินไปที่ดาวเทียมจะโคจรในชั้นบรรยากาศดังกล่าวได้ ในบทความแรก ๆ ที่นำเสนอเมื่อกว่าทศวรรษก่อนนี้ มีการเปิดเผยรายละเอียดของความสามารถของบอลลูนที่เครื่องบินรบสหรัฐฯ ยิงตกไปเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาด้วย   เนื้อหาบางส่วนในบทความ Near Space – A Strategic Asset That Ought Not to be Neglected ของสื่อทางการจีน People’s Liberation Army Daily ที่เผยแพร่เมื่อ 5 กรกฎาคม 2011 ระบุว่า “ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ‘ความสูงใกล้อวกาศ’ ได้รับการพูดถึงบ่อยครั้งในสื่อต่างประเทศ ที่บรรดาผู้วิจารณ์ด้านการทหารระบุว่านี่คือชั้นบรรยากาศพิเศษที่ไม่ได้รับการใส่ใจโดยกองทัพ แต่ตอนนี้กำลังยกระดับเป็นพิกัดที่น่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ…

สหรัฐฯ ชี้แจงทูต 40 ประเทศ ยันบอลลูนจีนคือ ‘เรือเหาะสอดแนม’ ที่กองทัพจีนควบคุม

    สหรัฐฯ เชิญนักการทูตจาก 40 ประเทศทั่วโลกร่วมรับฟังการแถลงข่าวที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และกรุงปักกิ่ง โดยชี้แจงกรณี “บอลลูนสอดแนมจีน” ที่รุกล้ำเข้าน่านฟ้าสหรัฐฯ และถูกเครื่องบินขับไล่ยิงตกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (4 ก.พ.)   เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เวนดี เชอร์แมน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แถลงสรุปสถานการณ์ต่อบรรดานักการทูตเกือบ 150 คนจาก 40 ประเทศเมื่อวันจันทร์ (6) ส่วนที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงปักกิ่ง ได้มีการเชิญทูตต่างชาติเข้ารับฟังข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ (6) และวันอังคาร (7)   “เราต้องการแชร์ข้อมูลที่เรามีอยู่ให้มากที่สุดกับประเทศทั่วโลก ซึ่งอาจเสี่ยงเผชิญภัยคุกคามจากปฏิบัติการในลักษณะนี้เช่นกัน” เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าว   ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังได้ส่งข้อมูลไปยังคณะทูตอเมริกันทั่วโลก เพื่อนำไปแชร์ต่อให้ชาติพันธมิตรและหุ้นส่วน   การพบเห็นบอลลูนสอดแนมจีนเหนือท้องฟ้าสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้กระพือเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในวอชิงตัน และยังทำให้ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ต้องยกเลิกกำหนดการเยือนจีน ซึ่งเดิมทีเขาควรจะเดินทางถึงปักกิ่งในวันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ.   กองทัพอากาศสหรัฐฯ…